ข่าว

พท.ลุยเสนอคุมกำเนิดรถใช้LPG

พท.ลุยเสนอคุมกำเนิดรถใช้LPG

24 ม.ค. 2555

'อุเทน' เสนอที่ประชุมยุทธศาสตร์ พท. คุมกำเนิดรถใช้แอลพีจี แนะให้ 6 เสือค้าก๊าซ นำเข้าเพื่อจำหน่ายเอง ไม่ใช่รับจาก ปตท. ในราคาพิเศษ ค้าน กยอ. เสนอกองทุนวายุภักษ์ซื้อหุ้นปตท.-การบินไทย 2 %

          นายอุเทน ชาติภิญโญ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยว่า เขาได้เสนอแนวคิดเรื่องพลังงาน ต่อที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค เพื่อรองรับนโยบายของกระทรวงพลังงาน ให้เหมาะสมและดียิ่งขึ้น

          นายอุเทน กล่าวว่า โดยเฉพาะความชัดเจน ในเรื่องของการขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี และเอ็นจีวี โดยเสนอว่า ต่อจากนี้ไป ต้องไม่ควรที่จะมีรถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีขึ้นมาใหม่อีก เหมือนกับการคุมกำเนิด ไม่ให้มีรถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีเกิดขึ้นใหม่อีก

          สำหรับ รถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีอยู่ก่อนหน้าแล้วก็ว่ากันไป แต่อาจจะต้องมีมาตรการเกี่ยวกับเรื่องภาษีป้ายทะเทียน หรือภาษีสรรพสามิต

          ส่วนในภาคอุตสาหกรรมเคมี ที่เป็นปิโตรเลียมนั้น ราคาต้นทุนที่แท้จริงจะต้องมาว่ากันตามข้อเท็จจริง

          “ผมไม่ได้เสนอให้ยกเลิกการใช้ก๊าซแอลพีจีในภาคขนส่งทั้งหมด ที่มีอยู่แล้วก็ว่ากันไปไม่ว่ากัน เพียงแต่จากนี้ไปจะต้องคุมกำเนิด ไม่ให้มีรถยนต์ที่ไปติดตั้งก๊าซแอลพีจีเกิดขึ้นมาอีก"

          สำหรับ 6 เสือที่ซื้อขายก๊าซแอลพีจีกันอยู่ทุกวันนี้นั้น จะต้องไม่ทำกำไรบนความเสียหายของคนอื่น โดยจากนี้ทั้ง 6 เสือที่ซื้อขายก๊าซแอลพีจีกันอยู่ ไม่ควรใช้ประโยชน์จาก มาตรา 7 ของพรบ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 อีกต่อไป โดยต้องนำเข้าก๊าซแอลพีจีเพื่อมาจำหน่ายด้วยตัวเอง ไม่ใช่ไปรับก๊าซแอลพีจีมาจากปตท.ในราคาพิเศษเพื่อมาจำหน่าย

          ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์เห็นด้วยตามที่ได้เสนอไปหรือไม่ นายอุเทน กล่าวว่า เรื่องการขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวีนั้น ที่ประชุมได้สรุปเบื้องต้นเป็น 2 แนวทางคือ 1.ควรปรับขึ้นราคาทีละสเต็ป ตามที่มีการดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และ 2.ควรปรับขึ้นราคาครั้งเดียว 3-5 บาทแล้วเว้นไป 1 ปีครึ่ง

          ทั้งนี้ ที่มีการสรุปออกมาเป็น 2 แนวทาง เพราะที่ประชุมมองว่า ควรจะต้องให้เวลาผู้ใช้ก๊าซได้มีเวลาปรับตัวบ้าง ซึ่งตามแนวทางที่ 2 นั้น จะเห็นได้ว่า เมื่อมีการปรับขึ้นราคาทีเดียว 3-5 บาทแล้วจากนั้นจะไม่มีการปรับราคาอีกเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ซึ่งถือว่า จะมีเวลาให้ผู้ใช้ก๊าซได้ปรับตัวมากกว่าการปรับขึ้นราคาครั้งละ 50 สตางค์แต่ปรับขึ้น 1-2 เดือนครั้ง

          สำหรับรถแท็กซี่นั้น ที่ประชุมเห็นว่า แม้ราคาก๊าซจะมีการปรับขึ้น แต่ไม่ควรที่จะให้มีการขึ้นค่ามิเตอร์อีก เพราะที่ผ่านมานั้น มีการคิดต้นทุนจากการใช้น้ำมันเบนซิน แต่ปัจจุบันรถแท็กซี่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินอยู่แล้ว ดังนั้น แม้จะมีการปรับขึ้นราคาก๊าซเล็กน้อย ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไร

          อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ยังไม่ได้ข้อสรุป ดังนั้น ในการประชุมครั้งต่อไป จะมีการพูดคุยในรายละเอียดของเวิร์ดดิ้งต่าง ๆ อีกครั้ง ก่อนที่จะสรุปเป็นแนวทางเพื่อมอบให้กับนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงานต่อไป

 

ค้าน กยอ. เสนอกองทุนวายุภักษ์ซื้อหุ้นปตท.-การบินไทย 2 %

          ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า ช่วงหนึ่งในการหารือ ได้มีการพูดถึงกรณีที่นายวีระพงศ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เสนอให้กองทุนวายุภักษ์เข้าไปซื้อหุ้นของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แห่งละ 2 % เพื่อทำให้หนี้สาธารณะของประเทศลดลงด้วย โดยเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม ต่างไม่เห็นด้วย

          มีรายงานว่า ในที่ประชุมมีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงมีความจำเป็น ถึงขนาดที่จะต้องขายหุ้นส่วนหนึ่ง ของปตท.และการบินไทยแห่งละ 2 % เพราะหากรัฐบาลเหลือหุ้นใน 2 บริษัทดังกล่าว เพียงแค่ 49 % จะส่งผลให้รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปควบคุมดูแลกิจการ ของรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่งได้ แม้ว่าหาก 2 บริษัทดังกล่าว พ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว จะทำให้ภาระหนี้ของปตท.และการบินไทย จะไม่ถูกนำมาคำนวณเป็นหนี้สาธารณะของประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของประเทศลดลง และทำให้รัฐบาล สามารถกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนได้เพิ่มขึ้นก็ตาม

          นอกจากนี้ ยังอาจจะทำให้รัฐบาลถูกมองได้ว่า ต้องการที่จะตกแต่งบัญชี เพื่อที่จะได้สามารถกู้เงินเพิ่มได้อีกด้วย

          อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีความเห็นว่า ไม่ควรที่จะเร่งรีบดำเนินการในขณะนี้ โดยควรจะส่งสัญญาณไปยังรัฐบาล เพื่อให้ดำเนินการยืดเวลา ตามที่ กยอ. เสนอออกไปก่อน