ข่าว

โครเอเชียลงประชามติหนุนเข้าอียู

โครเอเชียลงประชามติหนุนเข้าอียู

23 ม.ค. 2555

โครเอเชียลงประชามติเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป หรืออียู ท่ามกลางเสียงคัดค้านของผู้ไม่เห็นด้วยที่วิตกต่อสถานะของอียู กำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้รุมเร้าจนทำให้เงินยูโรอ่อนค่า

                ประธานาธิบดีไอโว่ โจซีโปวิช พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีโซราน มิลาโนวิช และนายบอริส สเปรม ประธานรัฐสภา ดื่มเชมเปญฉลองผลการลงประชามติเมื่อวาน หลังประชาชนลงคะแนนเสียง 66% สนับสนุนให้โครเอเชียเข้าเป็นสมาชิกอียูชาติที่ 28 และนายกรัฐมนตรีมิลาโนวิช บอกว่า นับเป็นการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ เป็นครั้งแรกที่เราได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง นับเป็นจุดพลิกผันสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติ   และประธานาธิบดีโจซีโปวิชให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะรับไปพิจารณาเกี่ยวกับข้อกังวลของผู้ที่ออกเสียงคัดค้านเกี่ยวกับผลกระทบของการเป็นสมาชิก

                ในการลงประชามติครั้งนี้มีผู้ออกเสียงคัดค้าน 33% และมีผู้ใช้สิทธิออกเสียงแค่ 43.7% ซึ่งเป็นตัวเลขผู้ใช้สิทธิน้อยที่สุดในบรรดาการลงประชามติของชาติอื่นๆที่เข้าเป็นสมาชิกอียู

                โครเอเชียลงนามในข้อตกลงเข้าเป็นสมาชิกอียูเมื่อปีที่แล้ว และจะได้เป็นสมาชิกลำดับที่ 28 โดยสมบูรณ์ในเดือนก.ค.ปีหน้า เมื่อชาติสมาชิกอื่นๆทั้งหมดได้ให้สัตยาบันรับรองข้อตกลงดังกล่าว

                ชาวโครเอเชียที่สนับสนุนการเป็นสมาชิกอียู มองว่า จะช่วยชุบฟื้นเศรษฐกิจของประเทศที่ผจญกับภาวะถดถอยอย่างหนัก มีหนี้สาธารณะสูงถึง 61,000 ล้านดอลลาร์ และอัตราว่างงานสูง 17% แต่ผู้คัดค้าน มองว่า โครเอเชียจะสูญเสียอำนาจอธิปไตยและเอกลักษณ์ประจำชาติ หลังจากสถาปนาเป็นประเทศเอกราชแยกตัวออกจากอดีตยูโกสลาเวียเมื่อปี 2538 นอกจากนี้ข้อบังคับที่เข้มงวดของอียู และการแข่งขันที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในประเทศมากกว่าจะช่วยกระตุ้นให้เติบโตขึ้น

                กลุ่มต่อต้านกลุ่มหนึ่งขู่จะสู้คดีทางกฎหมายเพื่อคว่ำผลประชามติโดยอ้างว่าจำนวนผู้ใช้สิทธิออกเสียงมีไม่ถึงกึ่งหนึ่ง แต่นักกฎหมายมองว่าแทบไม่มีโอกาสชนะ เพราะเมื่อปี 2553 เพิ่งมีการแก้ไขกฎหมายให้ยกเลิกเกณฑ์ขั้นต่ำของจำนวนผู้ใช้สิทธิออกเสียง