
'ธีระชน'เตรียมมอบนโยบายสำนักโยธา
'รองผู้ว่าฯกทม.' เตรียมมอบนโยบายสำนักโยธา สานแผน 9 โครงการยักษ์ พร้อมเล็งทุ่มพันล้านฟื้นฟูกรุงเทพฯ
23 ม.ค.55 นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. ตนได้รับมอบหมายจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กำกับดูแลสำนักการโยธา (สนย.) ซึ่งในวันที่ 24 ม.ค.นี้ ตนจะนัดประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อมอบนโยบาย รวมทั้งมอบหนังสือโครงการที่จะเดินหน้าก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ภายในปี 2555 เพื่อแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประมาณ 1,000 เล่ม
นายธีระชน กล่าวต่อไปว่า ตนจะเดินหน้าโครงการหลักๆ ที่ดำเนินการแล้วเสร็จ กว่า 10 โครงการ อาทิ 1.โครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล ชิงแชมป์โลก 2012 จะจัดขึ้นระหว่าง 2-18 พ.ย.นี้ ซึ่งผู้ว่าฯกทม.ได้มอบหมายให้เร่งรัดเป็นพิเศษ เพื่อให้ทันในพิธีเปิดการแข่งขัน 2.โครงการปรับปรุงพื้นผิวจราจร รับพิธีเปิดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 3.โครงการเปิดสถานีบีทีเอส สถานีโพธินิมิต S9 สถานีรัชดา-ราชพฤกษ์ S10 4.โครงการปรับปรุงสนามหลวง-ไฟแสงจันทร์ 5.โครงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) 6.โครงการการควบคุมการใช้ผ้าใบคุมตึก 7.โครงการปรับพื้นผิวจราจร เช่น ขีดสี-ตีเส้น 8.โครงการปรับปรุงซ่อมแซมสะพานลอย อาคาร บ้าน วัด มัสยิด 9.โครงการปรับปรุงคอสะพาน เพื่อป้องกันการทรุดตัวและเปิดทางระบายน้ำ เป็นต้น
นายธีระชน กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญตนจะเน้นเดินหน้าโครงการที่ทำให้ประชาชนเห็นผล โดยจะเน้นเรื่องการฟื้นฟูและบูรณะกทม.เป็นหลัก เพราะเรื่องการฟื้นฟูและบูรณะกทม.ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชนในกทม. สำหรับงบประมาณในการฟื้นฟูและบูรณะกรุงเทพฯ จะใช้งบกลาง 1,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯกทม. ได้นำเสนองบประมาณดังกล่าว บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภากทม. ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสภากทม. พิจารณาวาระดังกล่าว เพื่อเข้าสู่ที่ประชุมสภากทม.ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ต่อไป
“ส่วนโครงการเมกะโปรเจค อาทิ โครงการก่อสร้างซูเปอร์สกายวอล์ค (ทางเดินยกระดับ) โครงการติดตั้งกล้องตรวจจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (เรดไลท์) โครงการจัดซื้อเครื่องออกใบสั่ง อัตโนมัติ (อี-ทิกเก็ต) เป็นต้น ตนจะไม่ดำเนินการ เพราะโครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการทักทวงในเรื่องความไม่โปร่งใส ซึ่งหากโครงการใดไม่มั่นใจจะส่งผลให้การดำเนินการไม่แล้วเสร็จ” นายธีระชน กล่าว



