
ปธน.เยเมนยอมเดินทางออกนอกประเทศ
ประธานาธิบดีอาลี อับดุลลาห์ ซาเลห์ของเยเมน แถลงขอโทษประชาชนและออกเดินทางเพื่อไปยังสหรัฐ หลังเผชิญการประท้วงขับไล่ของปชช.นานเกือบ 1 ปี จนต้องยอมลาออกจากตำแหน่งเพื่อแลกกับเอกสิทธิคุ้มครองจากการถูกดำเนินคดี
ประธานาธิบดีซาเลห์แถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์ว่า ขอขอบคุณชาวเยเมนทั้งชายหญิงสำหรับการเคลื่อนไหวตลอด 11 เดือน และขอยกย่องประชาชนชาวเยเมนผู้กล้าหาญ รวมทั้งขอได้โปรดอภัยให้กับความผิดพลาดในอดีตตลอด 33 ปีที่เขาบริหารประเทศ
ต่อมาโฆษกประธานาธิบดีแถลงว่า ประธานาธิบดีเดินทางออกจากกรุงซาน่าด้วยเครื่องบินส่วนตัวไปยังประเทศโอมานเพื่อแวะพักสั้นๆ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังสหรัฐ ภายในสัปดาห์นี้ และเจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่าซาเลห์จะพักรักษาตัวในสหรัฐเพียงช่วงสั้นๆไม่เกินสิ้นเดือน ก.พ.
การออกนอกประเทศครั้งนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากรัฐสภาลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายที่ให้เอกสิทธิคุ้มครองจากการถูกดำเนินคดีใดๆ ตามข้อตกลงที่เขาได้ลงนามเมื่อปลายปีที่แล้วว่าจะสละอำนาจการบริหารประเทศให้กับรองประธานาธิบดีอาบัด รับโบ้ มันซูร์ ฮาดีเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือน ก.พ. ก่อนหน้านั้นในเดือน มิ.ย. นายซาเลห์รอดตายหวุดหวิดโดยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ยิงจรวดถล่มมัสยิดในทำเนียบประธานาธิบดี ทำให้ต้องไปรักษาตัวในซาอุดิอาระเบียนาน 3 เดือน
ซาเลห์บอกในการแถลงข่าวเมื่อวานเรียกร้องให้ประชาชนยุติการชุมนุมและกลับบ้านเรือนไป รวมทั้งขอให้พวกเขาสนับสนุนนายฮาดีที่ปัจจุบันเป็นรักษาการประธานาธิบดี พร้อมกับบอกด้วยว่าเขาจะกลับประเทศก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 21 ก.พ.เพื่อกลับมาเป็นหัวหน้าพรรครัฐบาล
แม้ว่านายซาเลห์พ้นจากอำนาจไปแล้ว แต่ชาวเยเมนหลายหมื่นคนยังคงชุมนุมประท้วงตามท้องถนนเมื่อวานเพื่อประณามการตัดสินใจของรัฐสภาที่ให้เอกสิทธิคุ้มครองแก่นายซาเลห์ เพราะพวกเขาต้องการให้ซาเลห์ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อรับผิดชอบต่อคดีคอร์รัปชั่นและการปราบปรามผู้ประท้วงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนในปีที่แล้ว



