
เปิดผังเมืองใหม่กทม.รับท่วมใหญ่ปี55
ยกเครื่องผังเมืองใหม่กทม. เปิดทางฟลัดเวย์รับมือน้ำท่วมใหญ่ปี55 : ธนัชพงศ์คงสาย สำนักข่าวเนชั่น @tanatpong_nna รายงาน
เหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายปี2554 ถือเป็นการบ้านชิ้นใหญ่ของภาครัฐ ในการต้องตื่นตัวเร่งวางระบบป้องกัน แจ้งเตือน การบริหารจัดการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นทั้งจังหวัดและกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่ให้ปัญหากลับไปซ้ำรอยเดิม
ในส่วนกทม.ได้เริ่มนับหนึ่งภายหลังน้ำก้อนสุดท้ายไหลลงสู่ทะเล สั่งตรงทุกหน่วยงานในสังกัด วางกรอบ กำหนดแผน นโยบายการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งส่วนหนึ่งโฟกัสไปที่ สำนักผังเมือง หน่วยงานสำคัญในการจัดระเบียบเมือง กรุงเทพฯ
การประชุมปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร(ปรับปรุงครั้งที่ 3) ซึ่งมีการประชุมนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้สรุปโดยเฉพาะหมวดการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยขีดเส้นการพัฒนาเมืองบริเวณพื้นที่น้ำหลาก หรือ ฟลัดเวย์ ตามแนวทางพระราชดำริในฝั่งตะวันออกเพื่อทำหน้าที่รับน้ำจากเหนือลงใต้ ป้องกันพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน
สำนักผังเมือง ได้ตกผลึกมาตรการปรับปรุงพื้นที่โล่งตามแนวถนนการปรับปรุงฟื้นฟูแม่น้ำ คูคลอง และมาตรการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครบังคับใช้ในปี 2525 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายสำคัญเพื่อควบคุมการก่อสร้างอาคาร ไม่ให้เกิดการเติบโตในพื้นที่แนว "ฟลัดเวย์"
นอกจากนี้ยังได้กำหนดพื้นที่โครงการกิจการสาธารณูปโภคที่เกี่ยวกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม อาทิ โครงการอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ พื้นที่แก้มลิง ซึ่งเป็นโครงการหลักที่ได้มีการประสานกับสำนักการระบายน้ำ กทม. ไว้เบื้องต้น
อีกหนึ่งข้อเสนอสำนักผังเมือง ได้เตรียมแผนผังบังคับตามพระราชบัญญัติการผังเมืองพ.ศ.2518 อาทิ แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน แผนผังแสดงที่โล่ง แผงผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง หรือแผนผังแสดงโครงการกิจการสาธารณูปโภค เพื่อวางแผนผังและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม
แบ่งเป็นฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯในพื้นที่เขตลาดกระบัง มีนบุรี คลองสามวา และหนองจอก ส่วนฝั่งตะวันตกในเขตตลิ่งชัน ทวีวัฒนา และบางขุนเทียน (รูปประกอบ)
1.ฝั่งตะวันตก หรือฝั่งธนบุรี ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบน้ำท่วมอย่างหนัก คณะกรรมการร่างผังเมืองเสนอไม่ควรใช้พื้นที่สำหรับการพัฒนา เพราะอาจจะมีการสร้างตึกแถว บ้านแฝด หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ หากมีน้ำท่วมพื้นที่ฝั่งธนบุรีอีกครั้ง การก่อสร้างจะกระทบกับแนวทางระบายน้ำได้
2.ฝั่งตะวันออกในแนว ฟลัดเวย์ ถือเป็นพระเอก ในการพากรุงเทพฯพ้นวิกฤติน้ำท่วม ทำหน้าที่ระบายน้ำจากทิศเหนือให้ลงสู่ทะเลของกรุงเทพฯ ซึ่งตามแผนที่จะถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ทำการเกษตรอย่างเดียว เพราะหากมีการสร้างหมู่บ้านจัดสรร ตึกแถว สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ จะไปขวางแนว "ฟรัดเวย์" ตามแนวที่สำนักผังเมืองวางไว้
นอกจากนี้รายละเอียดการร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร(ปรับปรุงครั้งที่ 3) ยังมีการทบทวนแผนผังโครงการกิจการสาธารณูปโภค เน้นตามแนวทางตามพระราชดำริในการระบายน้ำจากทิศเหนือให้ลงสู่ทะเล โดยการพัฒนาคลองในแนวทิศเหนือและใต้ ประกอบด้วย
1.ฝั่งตะวันออก แบ่งเป็น 1.1 คลองพระยาสุเรนทร์-คลองบางชัน-คลองลาดบัวขาว-คลองทับช้างบน-คลองแม่จัน-คลองตาพุก-คลองสิงโต-คลองอาจารย์เกตุ 1.2 คลองสามวา-คลองบึงไผ่-คลองสาม-คลองลาดกระบัง-คลองบางปลาร้า 1.3 คลองสิบ-คลองนกแขวกและคลองบึงใหญ่-คลองลำปลาทิว-คลองหนองงูเห่า-คลองบางปลา 1.4 คลองสิบสาม-คลองลำผักชี-คลองลำปลาทิว-คลองหัวตะเข้-คลองหัวเกลือ
2.ฝั่งตะวันตก แบ่งเป็น 2.1 คลองทวีวัฒนา-คลองเลนเปน 2.2 คลองบัว-คลองพระยาราชมนตรี-คลองขุนราชวินิจใจ 2.3 คลองบางมด-คลองตาหมื่น 2.4 คลองบางพึ่ง-คลองขุนสมุทรไทย
สำหรับแนวคลองระบายน้ำบางสายที่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้แก่ คลองพระยาสุเรนทร์-คลองบางชัน คลองบึงไผ่-คลองสาม คลองทวีวัฒนา-คลองเลนเปน และคลองบัว-คลองพระยาราชมนตรี สำนักผังเมือง ได้เสนอให้สร้างความเชื่อมโยง โดยการขุดคลองเชื่อมระบบระบายน้ำ สร้างอุโมงค์เชื่อมระหว่างคลอง หรือการสร้างถนนที่ใช้สำหรับการระบายน้ำในภาวะฉุกเฉิน
ที่สำคัญกทม.เตรียมประสานกับรัฐบาล กำหนดกรอบแนวทางป้องกันร่วมกับจังหวัดปริมณฑล ทั้งนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ในการวางผังเมืองรวม หรือการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เกิดเป็นภาพรวมการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง
ด้านม.ร.ว.เปรมศิริ เกษมสันต์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง ให้ความเห็นถึงการจัดทำผังเมืองรวมครั้งนี้ว่า ที่ผ่านมากรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ความสำคัญกับร่างการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครเป็นพิเศษ ซึ่งช่วงที่มีการประชุม บริษัทกรุงเทพธนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของกทม. ในฐานะคณะกรรมการที่ปรึกษา ได้เสนอให้มีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบ แอร์พอร์ตลิงก์ สถานีลาดกระบังเพื่อรองรับการขยายตัวแต่สำนักผังเมืองเห็นว่าบริเวณนั้นเป็นพื้นที่แนว ฟลัดเวย์ สำคัญที่สุดคณะกรรมการจึงต้องสงวนพื้นที่ "ฟลัดเวย์" ต่อไปตามแนวทางพระราชดำริ
นโยบายการใช้ที่ดินในแนวฟลัดเวย์เช่นในพื้นที่ลุ่มต่ำ พอมีน้ำมามาก กทม.จะสามารถให้ผันน้ำเข้าพื้นที่ในแนวฟลัดเวย์ เพื่อป้องกันพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ทางสำนักผังเมืองจึงต้องกำหนดพื้นที่ให้เป็นทางน้ำหลากจากเหนือลงใต้ให้ชัดเจน
ส่วนข้อสรุปการจัดทำผังเมืองใหม่นั้นม.ร.ว.เปรมศิริระบุว่า ภายในเดือนมกราคมจะนำข้อเสนอแนวทางปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 3) ทั้งหมด เสนอต่อกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งทางผังเมืองใหญ่จะมีการตั้งอนุกรรมการเพื่อประชุมร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะสามารถประชุมนัดแรกได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จากนั้นจะเปิดเวทีให้ภาคประชาชนที่มีส่วนได้เสียกับร่างผังเมืองใหม่ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลอีกครั้ง เพื่อหาข้อสรุป ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
จากนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ของหน่วยงานรัฐคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กรุงเทพมหานคร สานแผนโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมใหญ่ ไม่ให้ซ้ำรอยวิกฤติอุทกภัยเหมือนปีที่ผ่านมา
ที่สำคัญบรรดานักการเมืองก็ต้องเปิดใจก้าวข้าม"เกมการเมือง" มิเช่นนั้นสิ่งที่ทำมาทั้งหมดอาจจะเป็นเพียง สัญลักษณ์ เท่านั้นเอง
..........
(หมายเหตุ : ยกเครื่องผังเมืองใหม่กทม. เปิดทางฟลัดเวย์รับมือน้ำท่วมใหญ่ปี55 : ธนัชพงศ์คงสาย สำนักข่าวเนชั่น @tanatpong_nna รายงาน)



