
บทพิสูจน์แผนแก้น้ำท่วมระยะสั้น
บทพิสูจน์แผนแก้น้ำท่วมระยะสั้น : บทบรรณาธิการประจำวันที่23ม.ค.2555
ผ่านมหันตภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ไปยังมิทันไร รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ได้ประกาศแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกฝ่ายทั้งชาวบ้าน นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ว่าภาพความเลวร้ายในอดีตที่เพิ่งผ่านพ้นไปช่วงปลายปีที่ผ่านมา จะไม่หวนกลับคืนมาอีก และแม้มาก็เชื่อมั่นได้ว่าแผนบริหารจัดการเรื่องน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาวด้วยงบประมาณราว 3 แสนล้านบาทเที่ยวนี้น่าจะ "เอาอยู่"
ประธานกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์รับบทอยู่ด้วย แถลงหลักการ 3 ด้าน ในการวางแนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ การปรับปรุงฟื้นฟูระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ สร้างความเชื่อมั่นในการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชน พื้นที่เกษตร พื้นที่อุตสาหกรรม และพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ สุดท้าย บูรณาการการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการน้ำให้ลงสู่ทะเลโดยเร็ว
ทั้งนี้แนวคิดการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต้นน้ำนั้น จะให้ความสำคัญกับการซับน้ำ ชะลอน้ำ มิให้ไหลบ่าอย่างรุนแรง ส่วนพื้นที่กลางน้ำก็เน้นเรื่องของทางระบายน้ำหลาก แก้มลิง และสำหรับพื้นที่ปลายน้ำจะให้ความสำคัญกับการเร่งระบายและผลักดันน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็ว โดยแผนระยะสั้นนั้นจะเป็นการลดระดับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัยในปี 2555 โดยใช้งบประมาณ 18,110 ล้านบาท ส่วนในระยะยาวจะมีทั้งระบบเตือนภัย การฟื้นฟูอนุรักษ์ระบบนิเวศ มาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพื้นที่รับน้ำ และการจัดสร้างและปรับปรุงโครงข่ายระบายน้ำขนาดใหญ่ของประเทศรวม 3 แสนล้านบาท
ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิศาสตร์ของโลกทำให้ปริมาณน้ำ พายุ และฝน เพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปรกติ ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง จึงจำเป็นต้องมีการปรับแผนบริหารจัดการน้ำในทุกด้านให้เหมาะสม นับเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลเร่งกอบกู้ความเชื่อมั่นไม่ให้นักลงทุนหนีหน้าหายไปจากประเทศไทย ยังคงยึดมั่นและขยายการลงทุนในบ้านเรา สร้างความเจริญเต็บโตให้เศรษฐกิจ การลงทุน และสร้างงานให้คนไทยอีกหลายแสนคน
ดังนั้นแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำเที่ยวนี้ควรจะมีรายละเอียดและความชัดเจนในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะการดูแลจัดการและความสัมพันธ์กับชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างยิ่ง เนื่องจากอุทกภัยครั้งที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนอันเลวร้ายโดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งในเชิงการเมืองจากกลุ่มต่างๆ ที่ออกมากดดันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์พลิกผัน หลายฝ่ายประเมินว่าเราอาจจะต้องเผชิญปัญหาน้ำในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า จะเป็นการพิสูจน์แผนการบริหารจัดการน้ำในระยะสั้นของรัฐบาลให้เป็นที่ประจักษ์



