
ธุรกิจอมตะ
ธุรกิจอมตะ : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
กรณีเผาซากช้างที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นเพียงปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นกับอุทยานฯ ขนาดใหญ่ทั่วประเทศ
เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนทั้งรู้เห็นแล้วทำเฉยกับร่วมลงมือเสียเอง หลักฐานต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบกำลังนำไปสู่ขบวนการล่าสัตว์ป่าที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
หลักฐานชิ้นสำคัญที่ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พบในกะโหลกช้างที่แก่งกระจานคือ หัวกระสุนปืนอาก้า ซึ่งเป็นอาวุธสงครามร้ายแรง มีบางหน่วยงานใช้อยู่
การสืบสวนสอบสวนหาที่มาที่ไปคงไม่ยากเย็น รวมทั้งคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์ก็น่าจะดำเนินการได้แน่นอน
ความจริงแล้วเรื่องการค้าหรือล่าสัตว์ป่ามีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ต้องแยกเป็น 2 ส่วนคือ กลุ่มชาวบ้านที่เข้าไปหากินประทังชีวิตกับกลุ่มที่ล่าเพื่อหาเงิน ซึ่งก็ผิดกฎหมายทั้งสองพวก
แต่พวกหลังนี่ทำกันเป็นธุรกิจมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ บางคนเข้าไปมีส่วน เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
ยิ่งสัตว์ใหญ่หายาก ราคายิ่งแพงอย่างกรณีของช้าง ว่าไปแล้วทำครั้งเดียวก็ตั้งตัวได้เลยเพราะทั้งงาและอวัยวะขายได้หลักล้านบาท
ช้างจึงเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการล่ามากที่สุด ใกล้เคียงกับเสือเลยทีเดียว
ธุรกิจค้าสัตว์ป่าจึงไม่เคยซบเซา นักเปิบทั้งหลายรู้ดีว่าจะไปหาอาหารประเภทนี้กินได้ที่ไหน รอบอุทยานแห่งชาติเกือบทุกแห่งมีเนื้อสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าขาย
ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รู้ก็ควรลาออกไปได้ เพราะรู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง
บางร้านยังอวดสรรพคุณ เป็นสัตว์ล่ามาจากป่า ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงเชิงเศรษฐกิจ การันตีขนาดว่ามาจากอุทยานฯ แถวๆ ร้านนั่นแหละ เชื่อมั้ยครับว่า บางแห่งมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไปอุดหนุนเสียด้วยซ้ำ
ร้านอาหารพวกนี้ถูกละเลยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกวดขันถึงที่มาของซากสัตว์ ซากเนื้อ หรือมีการจ่ายส่วยเบี้ยบ้ายรายทาง สัตว์จึงถูกล่าไม่หยุดหย่อน
ที่สำคัญอาหารพวกนี้ราคายังแพงขึ้นเรื่อยๆ ตามประเภทของสัตว์หายาก
ว่างๆ ท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลองไปแวะเวียนแถวๆ รอบอุทยานฯ ขนาดใหญ่ มีเกือบทุกแห่ง
ลองไปชิมอาหารจากสัตว์ที่กรมฯ ท่านดูแลว่ารสชาติดีขนาดไหนถึงเป็นธุรกิจอมตะจนทุกวันนี้!!



