ข่าว

'นลินี'ขอโอกาสทำงานพิสูจน์ตัวเอง

'นลินี'ขอโอกาสทำงานพิสูจน์ตัวเอง

22 ม.ค. 2555

"นลินี" แถลงยันไม่ลาออก ขอโอกาสทำงานพิสูจน์ตัว แจงความสัมพันธ์กับ "ปธน.-ภรรยาซิมบับเว" แค่ทางสังคมระหว่างเยือนไทย ไม่มีเรื่องธุรกิจใดๆ เกี่ยวข้อง โต้ข้อกล่าวหาถูกอเมริกาขึ้นแบล็คลิสต์ ยันสามารถเดินทางเข้าอเมริกาได้สบาย

               เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 มกราคม นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย และนายทหาร ตท.10 มาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก โดยนางนลินีได้เตรียมแถลงการณ์ซึ่งมีความยาว 8 หน้ากระดาษ มาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย แบ่งเป็นหัวข้อ อาทิ ลำดับความเป็นมาที่เกิดขึ้น การบิดเบือนและทำให้เกิดความเข้าใจผิดโดยคนบางกลุ่มด้วยคำว่าแบล็กลิสต์ การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการแจกเอกสารชี้แจงจากอดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ที่ส่งเอกสารไปถึง ผอ.สำนักงานการควบคุมสินทรัพย์ของชาวต่างประเทศ เพื่อสอบถามความคืบหน้า หลังจากนางนลินีถูกแบล็กลิสต์แก่สื่อมวลชนด้วย
    
             นางนลินีอ่านแถลงการณ์ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาพยายามที่จะนิ่งเงียบและชี้แจงเฉพาะเท่าที่จำเป็น เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม แต่ครั้งนี้เห็นว่าถึงเวลาเหมาะสมที่จะทำการชี้แจงเรื่องต่างๆ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 สำนักงานการควบคุมสินทรัพย์ของชาวต่างประเทศได้ออกประกาศกล่าวหาว่า ตนมีส่วนร่วมในการทำธุรกิจในด้านอสังหาริมทรัพย์และด้านการค้าอัญมณี ในนามของประธานาธิบดีโรเบิร์ต มูกาเบ แห่งประเทศซิมบับเว และมาดามเกรซ มูกาเบ ภริยาของท่าน ได้ประกาศอายัดทรัพย์สินของตน ที่มีอยู่ในพื้นที่ขอบเขตอำนาจกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งห้ามตนทำธุรกรรมด้านการเงินและการค้าขายกับคนอเมริกัน ต่อมา พ.ศ.2546 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ทำการแซงชั่นหรือคว่ำบาตรประเทศซิมบับเว โดยให้เหตุผลว่าประเทศซิมบับเวมีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และในปี พ.ศ.2548 ประธานาธิบดีจอร์จ บุช ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกประกาศเพิ่มเติมให้ทำการคว่ำบาตรต่อสมาชิกในครอบครัวของบุคคลที่ถูกคว่ำบาตร รวมทั้งกับผู้ที่ให้ความช่วยเหลือกับผู้ถูกคว่ำบาตรด้วย
    
             นางนลินีระบุว่าตนกับประธานาธิบดีมูกาเบ และภริยา รู้จักและคุ้นเคยกันทางสังคมเท่านั้น เมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีและภริยาเดินทางมาเยือนไทยเมื่อปี พ.ศ.2545 จากนั้นได้กลับมาเยือนไทยหลายครั้ง โดยทุกครั้งตนจะไปต้อนรับ ประสานงาน และอำนวยความสะดวกในฐานะคนไทยที่เป็นเจ้าของบ้าน นอกจากที่จะประทับใจและต้องการมาพักผ่อนแล้ว ประธานาธิบดีมูกาเบ ยังได้ส่งนักเรียนและบุตรหลานของข้าราชการในซิมบับเวมาทำการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยจำนวนหลายสิบคน ซึ่งตนได้ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำ อำนวยความสะดวกให้ หรือแม้แต่การเดินทางมาศึกษาดูงานในโครงการพัฒนาตามพระราชดำริด้านการเกษตร ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันจึงมีมากขึ้นตลอดเวลาทางสังคม แต่มิใช่ทางธุรกิจใดๆ
    
             นางนลินีชี้แจงอีกว่า ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552 หลังจากทราบถึงการประกาศของสำนักงานการควบคุมทรัพย์สินของชาวต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ ตนได้มอบหมายให้สำนักงานกฎหมาย the Law Offices of J. Michael Farrell ซึ่งอยู่ที่เมืองจอร์จทาวนด์ เพลส กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในสหรัฐอเมริกา ดำเนินการยื่นเรื่องราวสอบถามถึงหลักฐานที่ถูกนำมาใช้อ้าง และอุทธรณ์การดำเนินการนั้น เพื่อให้ตนสามารถเข้าไปชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าวตามหลักการของกระบวนการยุติธรรมสากล แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากทางการของสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใด ล่าสุดตนได้มอบหมายให้อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอฟบีไอได้ทำหนังสือติดตามสอบถามเพื่อแก้ไขปัญหาข้อกล่าวนี้แล้ว
    
             นางนลินีระบุว่า กรณีที่มีการกล่าวหาว่าตนถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นแบล็กลิสต์ (บัญชีดำ) ห้ามเข้าประเทศ โดยสาเหตุเนื่องจากน่าจะเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายที่ร้ายแรงนั้น ขอยืนยันว่าตนไม่ได้ถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศสหรัฐ ยังคงเดินทางเข้าสหรัฐได้ แต่สิ่งที่ตนถูกดำเนินการคือการแซงชั่น เพราะเนื่องจากความเป็นเพื่อน มีน้ำใจไมตรีกับชาวต่างชาติที่รู้จักกัน ซึ่งคนไทยยึดมั่นในมิตรภาพ ความเป็นเพื่อน เมื่อเป็นเพื่อนแล้ว ก็ยังเป็นเพื่อนต่อไป และตนไม่นึกเลยว่า มิตรภาพที่มีต่อคนจะส่งผลต่อชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อตัดสินใจเข้าสู่การเมือง
    
             "สิ่งที่สหรัฐโดยกระทรวงการคลังของสหรัฐออกประกาศมา ก็คือมาตรการด้าน Financial Sanctions หรือการแซงชั่นทางการเงินต่อดิฉัน การแซงชั่นดังกล่าว กระทรวงการคลังสหรัฐห้ามคนสหรัฐทำธุรกรรม หรือภาษาง่ายๆ คือห้ามการทำมาค้าขายกับดิฉันในฐานะส่วนตัว และรวมถึงห้ามดิฉันไปถือครองสินทรัพย์ในสหรัฐ โดยขอบเขตของการบังคับจะเฉพาะคนสหรัฐเอง ไม่มีความเกี่ยวพันกับบุคคลอื่น หรือรัฐบาลของประเทศอื่น ไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอยว่า กรณีของดิฉันอาจจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของชาติในวงกว้าง และขอย้ำว่าไม่ได้รวมถึงการห้ามดิฉันเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ การแซงชั่นเป็นมาตรการที่ใช้ในทางการเมือง ไม่ใช่สิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับการละเมิดกฎหมาย หรือทำผิดกฎหมายอาญาอย่างรุนแรง" นางนลินีระบุ
    
             นางนลินีกล่าวว่า ขอชี้แจงทั้งในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่ตั้งใจจะเข้ามาทำงาน และต้องพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด ถูกโจมตีอย่างรุนแรง แต่ก็ยังมีกำลังใจ ความเข้มแข็งที่จะทำงานหนัก เชื่อเหลือเกินว่าการทำงานหนัก การตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวม จะเป็นสิ่งพิสูจน์ตัวเองได้เป็นอย่างดี
    
             "ขอให้ดิฉันเป็นเหยื่อทางการเมืองคนสุดท้าย ที่จะโดนเล่นงานด้วยข้อกล่าวหาและการทำให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างรุนแรงเช่นนี้ ขอให้พี่น้องสื่อมวลชน กรุณาได้ให้โอกาสทำงานสักระยะหนึ่ง แล้วจะขอพิจารณาตัวเองว่า สามารถทำประโยชน์ให้ประเทศชาติเต็มที่ได้หรือไม่" นางนลินีกล่าว
    
             หลังจบการแถลงข่าวแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า เคยทำธุรกิจด้านอัญมณีหรือไม่ นางนลินีกล่าวว่า ไม่มี ไม่เคยทำและเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเหตุผลทางการเมือง
    
             ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะถือโอกาสนี้ไปชี้แจงต่อเอกอัครราชทูตสหรัฐหรือไม่ นางนลินี กล่าวว่า ไม่มีปัญหา และความจริงตนมีความสัมพันธ์กับคณะทูตานุทูตในเมืองไทยอยู่แล้ว คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะไปพบและชี้แจง และเชื่อว่าจะไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐ
    
             ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สมาชิกและผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยซึ่งประกอบด้วยนายทหารและตำรวจ ได้มาพูดคุยให้กำลังใจนางนลินี โดยทางพรรคไม่ติดใจในกรณีที่นางนลินีจะดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม โดยจะเข้าทำงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ ส่วนตัวแล้วตนดูคุณสมบัติของนางนลินีแล้วดีกว่ารัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลายคน นอกจากนี้เราจะขอความร่วมมือผ่านไปยังรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศให้ช่วยเจรจาหาความจริงหลังจากมีข่าวเรื่องนี้ออกไปด้วย