
เสนอรับฟังปชช.ก่อนแก้รธน.
"เสวนาทางเลือกยกร่าง รธน." ประสานเสียงเสนอรับฟังประชาชน ปชป. หนุนตั้ง กก.อิสระ สอบถามประชาชนอยากแก้ประเด็นไหน "วุฒิสาร" ระบุ รธน. ไม่แก้ปัญหาทั้งหมด แนะกำหนดเจตนารมณ์ให้ชัด
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ม.ค. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานราชดำเนินเสวนา ในหัวข้อ “ทางเลือกยกร่างรัฐธรรมนญ : เลือกตั้งสสร. หรือตั้งกรรมการ?” โดยมีวิทยากรประกอบด้วย นายลิขิต ธีรเวคิน ราชบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานสภาพัฒนาการเมือง นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา และคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และ นายโคทม อารียา อาจารย์สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
"ลิขิต"หนุนแก้ม.237-ม.309-ที่มาองค์กรอิสระ
นายลิขิตกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะมาตราใด ต้องทำประชามติสอบถามประชาชน นอกจากนี้การแก้รัฐธรรมนูญก็ควรใช้วิธีแก้มาตรา 291 เพื่อตั้ง สสร. และผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา แม้ว่านายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) จะเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็คงทำไม่ได้ เพราะเป็นการคิดกันแค่ไม่กี่คน
นายลิขิตกล่าวต่อว่าสิ่งที่ต้องแก้ไขในรัฐธรรมนูญคือ มาตรา 237 การยุบพรรคซึ่งเป็นการนำเอาสิ่งที่ผิดมาใส่แล้วให้รัฐธรรมนูญเป็นตัวฟอก และมาตรา 309 ที่ เป็นรัฐธรรมนูญเหนือรัฐธรรมนูญ เพราะกำหนดให้สิ่งที่ทำผิดในปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่ถูกต่อไปได้ถึงอนาคต ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องบนหลักนิติธรรม รวมถึงต้องแก้ไขเรื่องของที่มาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ซึ่งไม่ชอบธรรม
ขณะ ที่ น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่า ควรแก้ไขให้เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนจริงๆ ไม่ว่า เนื้อหาจะเป็นอย่างไร ถ้ามาจากสิ่งที่ประชาชนสะท้อนมาจริงๆก็จะเป็นที่ยอมรับ ดังนั้นต้องดูที่กระบวนการสะท้อนเสียงของประชาชนด้วยการให้องค์กรต่างๆที่มี เครือข่ายในพื้นที่ระดับชุมชนหรือตำบล จัดเวทีให้ประชาชนพูดคุยกันถึงเรื่องของรัฐธรรมนูญให้ตกผลึก แล้วให้นักวิชาการที่อยู่ทั่วแต่ละพื้นที่นำความเห็นต่างๆมาสังเคราะห์ ส่งต่อมาสู่เวทีระดับจังหวัดจนมาถึงระดับประเทศ
ปชป. เสนอตั้งกรรมการอิสระสอบถามประชาชนอยากแก้ประเด็นใด
ด้าน นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา และคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ แต่ต้องดูว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ และประชาชนรู้เรื่องของรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหนเพียงใด เราต้องดูว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการทำเพื่อใคร ซึ่งต้องไม่ทำเพื่อตอบแทนใครและอย่าทำแบบรวบรัด มิฉะนั้นจะยิ่งเกิดความขัดแย้ง ดังนั้นต้องมีการให้ความรู้กับประชาชนว่าอยากได้รัฐธรรมนูญแบบไหนเพื่อให้ ประชาชนได้ประโยชน์จริงๆ โดยเป็นการให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ควรมีการตั้งคณะกรรมการอิสระพิจารณารัฐธรรมนูญหลายฉบับและสอบถาม ประชาชนว่าอยากให้แก้ไขในประเด็น เพื่อให้เขารู้จริงๆแล้วอนุมัติว่าเรื่องใดควรแก้ไขหรือไม่ นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องมีในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญคือต้องยังคงกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลเอา ไว้
"วุฒิสาร"แนะกำหนดเจตนารมณ์รธน.ให้ชัด
ส่วน นายวุฒิสาร กล่าวว่า ตนเห็นว่า ไม่ว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญออกมาเป็นอย่างไร คงไม่สามารถแก้ปัญหาของบ้านเมืองได้ทั้งหมด ดังนั้นต้องไปดูที่การสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองของประเทศและของประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละครั้งต้องไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกใน สังคมครั้งใหม่ อีกทั้งควรใช้โอกาสการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นการให้การศึกษาเรื่องของการ เมืองแก่ประชาชน และกระบวนการทำต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม
นายวุฒิสารกล่าวต่อว่าต้องกำหนดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เพราะจะเป็นบรรทัดฐานในการวินิจฉัยเมื่อเกิดความขัดแย้ง และถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ต้องระบุว่าอำนาจการรับหรือไม่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญคือใคร อย่างไรก็ตามเราไม่ควรรังเกียจตัวแทนจากฝ่ายการเมือง
"พงษ์เทพ"เสนอใช้180วันยกร่างรธน.
ขณะที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า เราต้องกลับมาดูว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 มีปัญหาจากจุดตั้งต้นยกร่างที่อยู่บนความไม่เชื่อถือประชาชน ทำให้อำนาจไปอยู่ที่องค์กรอิสระต่างๆ ส่งผลให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการประเทศ จึงเกิดการร้องขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นการแก้ไขโดยคณะกรรมการจะเกิดความสงสัยว่าจะมาจากไหน มีความน่าเชื่อถือได้แค่ไหน ตนจึงคิดว่าต้องใช้ส.ส.ร.ที่ได้มาจากประชาชนโดยตรง แต่ในการยกร่างนั้น สสร.ต้องมีกระบวนการลงไปรับฟังประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ตนคิดว่าการยกร่างแก้ไขน่าจะใช้เวลา 180 วัน แต่ระหว่างที่รอการมีสสร. หลายๆองค์กรน่าจะหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาให้ประชาชนได้ถกเถียง เพื่อให้เมื่อมีสสร.แล้ว จะได้นำข้อมูลตรงนั้นมาพิจารณา อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าถ้ามีการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ดีกว่าฉบับปี 2550 อย่างแน่นอน
นายโคทม อารียา ระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรมีการเรียนรู้จากอดีต รวมถึงต้องเป็นกระบวนการที่มีอำนาจหน้าที่อย่าไปกีดกันใคร เนื่องจากในการตัดสินใจของคนต้องดูอยู่บนความรู้เท่าทัน ถ้าจะเป็นการคัดเลือกคนมาเป็นกรรมการจะทำให้อ่อนความชอบธรรม แต่ถ้าเป็นการเลือกตั้งก็ควรให้เป็นไปตามจำนวนประชากรที่มีในจังหวัดนั้น ควรมีการพูดคุยว่าเป้าหมายของการแก้คืออะไร ไม่ควรมีการกำหนดเวลามากมิฉะนั้นอาจไม่ได้ของที่ดี และไม่ควรกล่าวโทษว่าการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อใคร
"อภิสิทธิ์"ไม่เห็นด้วยเสียงเรียกร้องให้ทหารปฏิวัติ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกรณีมีกลุ่มคนออกมาเรียกร้องให้ทหารออกมาปฏิวัติเพราะสวนทางกับทางเดินของประเทศ ไม่ควรเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงนอกระบบรัฐธรรมนูญ การไม่พอใจรัฐบาลเป็นเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันได้ หากไม่พอใจการบริหารงานรัฐบาลควรใช้กลไกระบบดำเนินการ ซึ่งมีช่องทางตามรัฐธรรมนูญดำเนินการอยู่
ส่วนกรณีนางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อเท็จจริงคือทางการสหรัฐขึ้นบัญชีดำ ดังนั้นประเด็นจึงอยู่ที่ว่าเพราะอะไรถึงนำคนที่มีปัญหาเข้ามาทำงาน เรื่องดังกล่าวเป็นไปตามกลไกการทำหน้าที่ในการตรวจสอบของฝ่ายค้านแต่ไม่ได้หวังพุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรี
นิติราษฎร์ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อแก้ม.112
ผู้สื่อข่าวรายงานจากหอประชุมศรีบูรพา มธ.ท่าพระจันทร์ เมื่อเวลา 1300 น.ว่า นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ได้เปิดเวทีอภิปรายหัวข้อ "ลบล้างผลพวง รัฐประหาร-นิรโทษกรรม-ปรองดอง" ที่จะเสนอแนวทางลบล้างผลพวงจากการรัฐประหารทั้งหมด รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่ยึดโยงกับการรัฐประหาร โดยบรรยากาศก่อนเริ่มการอภิปรายได้มีการแจกคู่มือประชาชนลบล้างผลพวงรัฐประหาร พร้อมกับมีการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อประชาชนสนับสนุนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) ด้วย



