
อัด'โกร่ง'หลังหนุนปลดปตท.พ้นรัฐวิสาหกิจ
ชวนนท์ อัด "โกร่ง" หลังหนุนปลด ปตท. ออกจากรัฐวิสาหกิจ จวก รัฐบาลแปลงสาสน์ คอป. ยัน "รัฐบาลมาร์ค" เยียวยาทุกฝ่าย อัดตั้ง "นลินี" ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวหวังเอื้อประโยชน์ เหมืองเพชร "ทักษิณ"
วันที่ 22 ม.ค.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานกยอ. มีทัศนคติเปลี่ยนไปมากโดยเฉพาะความเป็นอิสระ ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)และยังยืนยันที่จะต้องปลดรัฐวิสาหกิจ อย่างปตท.และการบินไทยเพื่อให้ลงทุนต่างประเทศได้สะดวกและลดหนี้สาธารณะของประเทศ แต่กลับไม่พูดถึงว่ารัฐวิสาหกิจ 2 แห่งนี้ ได้ส่งรายได้ให้กับประเทศไทยสูงที่สุด
"ทำไมไม่เอาขสมก.หรือรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่สร้างภาระหนี้สินให้รัฐบาลทุกปี ทำไมจะต้องเอาตัวที่ทำกำไรไปให้เอกชนถือหุ้นและเอาทรัพย์สินออกจากมือของคนไทย อยากเตือนความจำว่านายวีรพงษ์ได้เขียนบทความเกี่ยวกับธปท.เอาไว้เมื่อปี 2548 ครั้งหนึ่ง และได้พบอีกว่าได้มีการเขียนเอาไว้อีกครั้งเมื่อวันที่ 5 เม.ย.2547ในเวปไซต์ประชาชาติธุรกิจ วิจารณ์การแปรรูปกฟผ. ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ว่าทรัพย์สมบัติควรจะเป็นของประเทศการดึงออกไปต้องระมัดระวัง" นายชวนนท์กล่าว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าเป็นนายวีรพงษ์คนเดียวกันหรือไม่ ที่แต่ก่อนเคยพูดว่าข้อสำคัญที่สุดคือจุดประสงค์ของการแปรรูปต้องชัดเจนว่า จะต้องเปิดให้แข่งขันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อต้นทุนที่ต่ำสุด ไม่ใช่เพื่อให้ตลาดหุ้นใหญ่ขึ้นหรือนำเงินมาลงทุนได้หรือหนี้ที่รัฐบาลค้ำ ประกันน้อยลง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องรอง ถามว่าเป็นคนละคนหรือเปล่าเพราะเรื่องรองที่บอกไว้ กลายเป็นเรื่องแรกทั้งหมด ถ้าหากแปรรูปปตท.และการบินไทยไปแล้ว ใครจะมาแข่งขัน ท่านจะเอาบริษัทขายแก๊ส เอาอาแปะขายแก๊สที่ไหนมาแข่งกับปตท.เพราะฉะนั้นอยากให้ไปทบทวนบทความตัวเอง
ปชป.จวกรัฐแปลงสาสน์คอป.
นายชวนนท์ แถลงว่า การที่มีบางฝ่ายพาดพิงกรณีกล่าวหา ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เยียวยาตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ว่า รัฐบาลอย่าพยายามหยิบยกข้อเสนอของคอป. มาแปลงสาสน์บิดเบือนเพื่อประโยชน์ตามอำเภอใจ เพราะคอป.ไม่เคยพูดว่าต้องจ่ายเงินเยียวยา 7.75 ล้านบาทและให้ทำ 2 มาตรฐานในสังคม และอยู่เหนือกฎหมาย หลายครั้งที่คอป.ออกมาปฏิเสธแต่รัฐบาลต่างหากที่เอาข้อเสนอของคอป. ไปบิดเบือนเพื่อสร้างความแตกแยกให้กับสังคมมากขึ้น
"รัฐบาลชุดที่แล้วได้เยียวยาอย่างเป็นธรรมและครบถ้วนทุกฝ่ายทุกสี นายอภิสิทธิ์ได้ตั้งกองทุนเพื่อประกันคนเสื้อแดงแต่นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานนปช.เจอนายอภิสิทธิ์ก็เพียงขอให้ประกันตัวแกนนำเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้ขอให้ดูแล นปช.ตัวเล็กตัวน้อยเลย อยากเตือนข้าราชการที่ดูแลมาตรการการเยียวยาว่าถ้าดำเนินการเรื่องใดที่ขัดต่อกฎหมายและมีการจ่ายเงินให้กับคนที่เผาบ้านเผาเมืองเชื่อว่ากรรมจะตามทัน จึงขอให้สติคิดถึงอนาคตของตัวเองและประเทศชาติ" นายชวนนท์ กล่าว
อัดตั้ง"นลินี"ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวหวังเอื้อประโยชน์ เหมืองเพชร "ทักษิณ"
นายชวนนท์ แถลงว่าเหตุใด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจึงต้องดึงดันการแต่งตั้งน.ส.นลินี ทวีสิน เป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งๆที่หลักฐานของสถานฑูตสหรัฐอเมริกา ก็มีความชัดเจนเกี่ยวกับการที่น.ส.นลินี เป็นบุคคลที่สหรัฐฯ ไม่อนุญาตให้ประชาชนของตัวเองทำธุรกรรมทางการเงินใดๆทั้งสิ้น ทำให้เกิดผลกระทบในทันทีคือนักธุรกิจจะเกิดความลังเลในการลงทุนที่ประเทศไทย อย่างไรก็ตามพรรคได้รับข้อมูลถึงความสัมพันธ์และแผนการลงทุนของพ.ต.ท.ทักษิณในประเทศแถบแอฟริกาใต้ ซึ่งมีข่าวจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่มีการเปิดเผยมาเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นเรื่องของบริษัทเหมืองแร่แห่งหนึ่ง ในประเทศแถบแอฟริกาที่บริษัทนี้มีนักลงทุนกลุ่มหนึ่งเข้ามาซื้อหุ้นเพื่อเทคโอเวอร์บริษัทมิรันด้าโดยมีการสัญญาว่าจะมีเงิน 108.6 ล้านRAND เพื่อทำกิจการเหมืองแร่
"ช่วงที่กลุ่มนี้เข้ามาซื้อหุ้นทำให้ราคาหุ้นดีดขึ้นไปพอสมควรและระหว่างการ ดำเนินกิจการได้มีการตรวจสอบพบว่ากลุ่มนี้ มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ และมีการแอบอ้างการได้สัมปทานเหมืองเพชรพลอยในพื้นที่ต่างๆของประเทศแอฟริกาใต้ ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทนี้สูงขึ้น แต่ทางตลาดหลักทรัพย์ของแอฟริกาใต้ตรวจสอบพบว่า ข้อมูลต่างๆเป็นเท็จทั้งนี้คือไม่มีการนำเงินมาลงทุนจริง ไม่มีการไปรับสัมปทานอย่างที่มีการกล่าวอ้าง บริษัทที่เข้ามาทำสัญญาก็คือบริษัทของพ.ต.ท.ทักษิณชื่อโกลเบิ้ล พีเอส เทเลคอมอินเวสเมนต์ แต่ปัจจุบันหุ้นบริษัทนี้ถูกห้ามซื้อขายเพราะอยู่ระหว่าง การสืบสวนสอบสวนจากหน่วยงานแอฟริกาและหุ้นตกพรวดลงมาจาก70เซนต์เหลือ19เซนต์และถูกยับยั้งการซื้อขายหุ้น คำถามคือนี่เป็นเหตุผลที่ต้องใช้น.ส.นลินีที่มีสัมพันธ์อันดีกับผู้นำประเทศในแถบนี้" นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า อยากให้ประชาชนพิจารณาหลักฐานชิ้นนี้ว่า เกี่ยวโยงเส้นทางการทำธุรกิจของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะฉะนั้นจะไปว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เพราะตอบไม่ได้จริงๆ ว่าจะปลดหรือไม่ปลดน.ส.นลินีออก เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีอำนาจและสิทธิตัดสินใจ ไม่ได้อยู่วงในธุรกิจเชื่อมโยง ซึ่งพรรคจะนำข้อมูลต่างๆมาเสนอเพิ่มเติมต่อไป เพราะการทำธุรกิจของพ.ต.ท.ทักษิณในแอฟริกาค่อนข้างฉาวโฉ่และไม่โปร่งใสในหลายประเด็น คำถามที่ต้องถามนายกฯก็คือสิ่งที่สถานฑูตสหรัฐฯใช้คำว่าน.ส.นลินีมีส่วนใน การทำลายระบอบประชาธิปไตยในประเทศซิมบับเวนั้นเป็นพฤติกรรมที่คนในรัฐบาล ชื่นชอบหรือไม่ ถ้าไม่ชื่นชมพฤติกรรมอย่างนี้ก็ควรจะจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนจะมีการ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา ระบุว่าการแต่งตั้งน.ส.นลินีไม่ผิดกฎหมายและไม่ต้องฟังเสียงคัดค้านของสหรัฐฯ นายชวนนท์กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกให้ไปฟัง ซึ่งการแต่งตั้งโดยยึดรัฐธรรมนูญไทยเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่กรณีผลกระทบจะเกิดขึ้นกับสังคมและประเทศโดยรวมเนื่องจากนักลงทุนไม่กล้ามาลงทุนในประเทศไทยเพราะกลัวเข้าไปอยู่ในแบล็กลิสต์ เราไม่ได้ไปบอกให้เกรงกลัวกฎหมายสหรัฐฯ แต่ต้องคำนึงถึงความคุ้มของประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัทดังกล่าวน.ส.นลินี เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร นายชวนนท์ กล่าวว่า ไม่มีชื่อน.ส.นลินี แต่มีชื่อพ.ต.ท.ทักษิณมีอำนาจลงนาม ซึ่งเราต้องการชี้ให้เห็นว่าได้มีความต้องการจากพ.ต.ท.ทักษิณในประเทศแถบแอฟริกาจริงและน.ส.นลินีมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องเพชรพลอยในประเทศแถบนั้น จึงมีคำถามว่าเป็นเหตุนี้หรือไม่ที่น.ส.นลินีจึงได้โอกาสเป็นรัฐมนตรีโดยมี เอาประเทศทั้งประเทศเข้าไปเสี่ยง
ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.นลินี ไม่ได้มีตำแหน่งรัฐมนตรีประจำกระทรวงค้าขายและส่งออกจะกระทบได้อย่างไร นายชวนนท์ กล่าวว่า ถ้ามีโครงการที่จะต้องเข้ามาขออนุมัติจากครม.เช่น การขอการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ หาก น.ส.นลินีนั่งอยู่ในที่ประชุมครม.ทางสหรัฐฯก็ต้องเอาไปตีความ เพราะปาเลสไตน์เคยเกิดเหตุมาแล้ว จึงไม่แน่ใจว่าข้อกฎหมายของสหรัฐฯไปถึงไหน แต่ถามว่ามันคุ้มหรือไม่ที่เอาคนๆเดียวเข้าไปแล้วสร้างความเสี่ยงให้คนทั้งประเทศและจะคุ้มหรือไม่ ถ้าสหรัฐฯประกาศแบนสินค้าไทยและเชื่อว่านักลงทุนสหรัฐฯจะไม่มา เนื่องจากไม่มีใครต้องการแบกภาระความเสี่ยง
ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยพยายามเปรียบเทียบ การแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ กับน.ส.นลินีนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ก็ต้องบอกว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ใช้ตรรกะหรือความรู้เพราะเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะน.ส.นลินีถูกขึ้นบัญชีดำของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในขณะที่ตอนนายกษิตได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ยังไม่ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาและหากจะเปรียบเทียบบการก่อการร้าย ก็ต้องเปรียบกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.มหาดไทย แต่นายกษิตก็ไม่ได้ไปปลุกระดมให้คนเผาบ้านเผาเมือง แต่ไปเป็นเพียงวิทยากรเท่านั้น ซึ่งอัยการก็ไม่สั่งฟ้อง แต่นายณัฐวุฒินั้นดีเอสไอส่งอัยการในข้อหาก่อการร้ายโดยอัยการก็สั่งฟ้องศาล หากพรรคเพื่อจะเปรียบเทียบอะไรขอให้ใช้สติปัญญาในการหาความรู้หาข้อเท็จจริง



