
'เทพไท'จี้'ปู'ปรับ'นลินี'พ้นครม.
"เทพไท" จี้ "ยิ่งลักษณ์" ปรับ "นลินี" พ้น ครม. หวั่นประเทศเสียหาย
วันที่ 22 ม.ค.55 เวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธีรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปรับให้นางนลินี ทวีสิน ออกจากตำแหน่งรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ไปแก้ข้อกล่าวหาให้จบสิ้นก่อน และเว้นตำแหน่งดังกล่าวไว้ ซึ่งจะไม่กระทบต่อคณะรัฐมนตรี เพราะตำแหน่งดังกล่าวมีถึง 2 คนแล้ว หากขาดไปก็ยังทำงานได้
นายเทพไท กล่าวว่า อยากให้นายกรัฐมนตรี รักษาหน้าตาของประเทศมากกกว่าหน้าตาครม. แม้ว่าจะมีผู้ออกมาเรียกร้องว่าไม่ควรแคร์สหรัฐฯ แต่ต้องยอมรับว่าทั่วโลกให้การยอมรับว่าสหรัฐฯมีบทบาทอย่างยิ่ง และหลังจากที่มีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ปรากฏว่าทางสหรัฐได้ออกแถลงยืนยันการขึ้นบัญชีดำนางนลินีทันที แสดงว่าสหรัฐฯเอาจริงกับเรื่องนี้ ดังนั้นถ้ารัฐบาลยังดึงดันก็เกรงว่าสหรัฐฯจะออกมาตรการตอบโต้และประเทศอื่นๆจะติดตามมาอีก จะสร้างความเสียหายให้ประเทศไทยอย่างมาก
แนะถอนเรื่องแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม
นายเทพไทกล่าวต่อว่า แม้การให้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต มาเป็น รมว.กลาโหม จะดูท่าทีจากผู้นำเหล่าทัพที่ออกมาเป็นมิตร แต่เบื้องลึกเชื่อว่ายังไม่ลงรอยกันและเห็นได้จากท่าทีของพล.อ.อ.สุกำพล ที่พูดถึงการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม ว่าถ้าพูดกันรู้เรื่องไม่จำเป็นต้องแก้ ตนคิดว่าเป็นการขู่ผู้นำเหล่าทัพและแทงกั๊กจุดยืนในการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม โดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯที่ออกมาบอกว่า จะไม่เข้าไปก้าวก่าย แต่ท่าทีของนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ ในฐานะรองประธานฝ่ายกฎหมายยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ประกาศชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อในเรื่องการแก้พ.ร.บ.กลาโหมถือเป็นการแบ่งหน้ากันเล่นหรือไม่ ดังนั้นถ้ามีความจริงใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องแสดงภาวะผู้นำออกมาห้ามปรามและปิดปากลูกพรรค เพื่อให้พูดในทางเดียวกัน หากจะไม่แก้ ก็ต้องบอกว่าไม่แก้ และจะต้องไม่มีคนของพรรคออกมาเคลื่อนไหวต่อไป อีกทั้งควรถอนเรืองดังกล่าวออกมาจากการพิจารณาของคณะกรรมการธิการฝ่ายกฎหมายฯ สภาฯ
ชี้ "ทักษิณ" ย่ามใจ เคลื่อนไหวใกล้ไทย
นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ขณะนี้อยู่ที่หลวงพระบาง ประเทศลาวนั้น นายเทพไท กล่าวว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังท้าทาย กลุ่มต่อต้าน โดยประเมินว่าขุมกำลังของตนเอง และมวลชนที่สนับสนุนระบอบทักษิณ กำลังเข้มแข็ง เหนียวแน่น ขณะที่กลุ่มต่อต้านมีกำลังอ่อนล้า ไม่เป็นเอกภาพ จึงย่ามใจ เคลื่อนไหวในประเทศที่อยู่ใกล้ประเทศไทย และพยายามรุกล้ำเขตแดนไทยตลอดเวลา เพื่อส่งสัญญาณให้มวลชนของตัวเองรับรู้ว่า อีกไม่นานจะได้กลับมาเมืองไทย แต่ถ้าดูสัญญาณจากกลุ่มต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณจะเห็นว่า แม้จะอ่อนล้าแต่ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณยังเป็นตัวปัญหา ซึ่งการปลุกกระแสต่อต้านก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ค้านปฏิวัติ
นายเทพไท กล่าวว่า ท่าทีจากการออกมาให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประเสริฐ ประธานมูลนิธิโรงเรียนเตรียมทหาร ที่เรียกร้องให้กองทัพดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง กับกลุ่มที่ต้องให้แก้มาตร 112 หรือท่าทีของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรที่ประกาศชัดเจนว่า กลุ่มพันธมิตรพร้อมที่จะสนับสนุนกองทัพเพื่อยึดอำนาจและปฏิวัติประชาชนโย ประชาชนขึ้นมา ซึ่งสถานการณ์นี้ไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพหลักการประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายที่สร้างเงือนไขให้เกิดความขัดแย้งในสังคมก็ต้อง ละเว้นเงือนไขและกลุ่มที่ต่อต้านก็ต้องเคลื่อนไหวในกรอบของกฎหมาย
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยย้ำว่าจะไม่แก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น นายเทพไทระบุว่า ก็ต้องให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกคนหยุดเคลื่อนไหวในเชิงสนับสนุน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าบนดินหรือใต้ดินโดยเฉพาะส.ส.ที่แฝงตัวในกลุ่มคนเสื้อแดง และกลุ่มนิติราษฎร์ โดยเฉพาะกลุ่มของพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อรู้ว่ามีหลุม หรืออันตรายอยู่ข้างหน้า ก็จะเดินเข้าไปชนอีกก็เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แสดงว่าเป็นการสร้างเงื่อนไขให้มีการปฏิวัติ ทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งละเอียดอ่อนต่อการเปลี่ยนแปลงก็ยังแหย่ เข้าไป แสดงว่าต้องการหาเรื่องที่จะให้มีเหตุการณ์แบบนี้ และเชื่อมั่นว่าพลังมวลชนที่สนับสนุน สามารถที่จะต้านปฏิวัติได้ หากมีการปะทะกันขึ้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ประเทศจะต้องมีการสูญเสียเกิดขึ้น
ย้ำไม่แตะ "รธน. - ม.112 - พ.ร.บ.กลาโหม" ไม่มีปฏิวัติ
"เงื่อนไขการปฏิวัติ รัฐประหารทั้งหมดอยู่ที่รัฐบาลฝ่ายเดียว ว่าจะเดินเข้าไปในวังวนอุบาทว์ นี้หรือไม่ ถ้าอยู่เฉยๆไม่ไปแตะต้อง 3 เรื่อง คือ รัฐธรรมนูญ, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. กลาโหม ทุกอย่างก็เรียบร้อย ขบวนการในระบอบประชาธิปไตยก็จะเดินหน้าไปได้ หากมีการก้าวล่วงในเรื่องอะไรบ้างนั้น เขาอาจจะทำการปฏิวัติได้ และเมื่อมีการก้าวล้ำเข้าไปรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ " นายเทพไทกล่าว



