ข่าว

'จารุพงศ์'เร่งฟื้นฟูคมนาคมหลังน้ำท่วม

'จารุพงศ์'เร่งฟื้นฟูคมนาคมหลังน้ำท่วม

22 ม.ค. 2555

'จารุพงศ์' นั่งรมต. ภารกิจด่วน ฟื้นฟูคมนาคมหลังน้ำท่วม เล็งแก้ปัญหาภาพพจน์กระทรวง เผย สมัครใจทิ้ง .ส. รอคุยผู้ใหญ่ในพรรคก่อน

          นายจารุพงศ์  เรืองสุวรรณ  เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.)และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  กล่าวถึงการเข้าทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีในครม. "ยิ่งลักษณ์ 2" ว่า ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาหาความรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าทำหน้าที่ในกระทรวงคมนาคม

          "ภารกิจเร่งด่วนที่สุดของผม คือ จะต้องบูรณาการ เพื่อฟื้นฟูมหาอุทกภัย 65 จังหวัดที่เจอน้ำท่วม โดยจะต้องให้ความสำคัญและคืนสู่สภาพเดิม เพราะขณะนี้ ถนนได้พังและรถยนต์ก็เสียหาย ต้องมีการซ่อม ดังนั้น จะช้าในเรื่องนี้ไม่ได้"

          ทั้งนี้งานในกระทรวงจะมี 2 มิติคือ 1.ด้านสังคม การออกแบบถนน จะต้องลดสถิติการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุท้องถนน 2.ด้านเศรษฐกิจ มองว่า ในอีก 3 ปี ประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้นจึงต้องวางยุทธศาสตร์ที่ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางอาเซียน โดยวางโครงสร้างเครือข่ายการคมนาคมทั้งหมดให้เหมือนจริงและสะดวกจริง การคมนาคมอาเซียนที่เป็นเพื่อนบ้าน จะต้องทลายรั้วออกจากกันให้มานอนเตียงเดียวกันได้

          สำหรับงานบริหารในกระทรวงนั้น ขณะนี้มีปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องภาพพจน์ของกระทรวง เพราะมีหนังสือพิมพ์บางฉบับระบุว่า เขามาเป็นรัฐมนตรีเลี่ยมทองฝังเพชร ซึ่งไม่ใช่ภาพที่ดี แต่ต้องมองว่าเป็นซีเมนต์ เหล็ก คอนกรีต ที่จะทำในเรื่องคมนาคม ดังนั้น ต้องแก้ภาพดังกล่าว

          นายจารุพงศ์ กล่าวว่า จะยึดคนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งข้าราชการในกระทรวง จะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ ให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม ยึดหลักธรรมาภิบาล และหลักนิติธรรม

          ทั้่งนี้ การบริหารในกระทรวง เขาจะยึดหลักคุณธรรม ในยุคเขาจะประกาศว่า ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่งเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด ๆ

          "การแบ่งงานให้รัฐมนตรีช่วยอีก 2 คน จะต้องมีการคุยกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกัน ผมเคยผ่านงานมา 4 กระทรวง จะไม่ทำอะไรโดยพลการ และจะปรึกษาหารือการแบ่งงาน โดยนำนักวิชาการมาใช้งาน และจะแบ่งงานเป็นแนวนอน"

          เขาบอกว่า ถ้าเป็นงานที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การจราจรและขนส่ง ก็ตั้งใจให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นอาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ เพื่อให้นายชัชชาติดูยุทธศาสตร์กรมทางหลวง ยืนยันว่า การบริหารกระทรวงไม่รวบอำนาจคนเดียว

          เขาบอกด้วยว่า ในฐานะส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพท.  โดยส่วนตัวตั้งใจและสมัครใจ จะลาออกจากส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออยู่แล้ว เพราะต้องการให้น้อง ๆ ในลำดับท้าย ๆ ของพรรคได้เลื่อนขึ้นเป็นส.ส. แต่มีหลายคนมาทักท้วงว่า หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคควรอยู่ในตำแหน่งส.ส.ไว้

          อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่า ไม่จำเป็น และพร้อมจะลาออกจากส.ส. แต่ทั้งนี้ คงถามเป็นมติพรรค โดยการพูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อนว่า คนเป็นเลขาธิการพรรคสามารถลาออกจากส.ส.ได้หรือไม่ ดังนั้น ภายในก่อนสิ้นเดือนมกราคม จะได้คำตอบว่า เขาจะสามารถลาออกจากส.ส.ได้หรือไม่

          นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ถึงแม้เขาจะลาออกส.ส. แล้วไม่ได้เป็นรัฐมนตรีในภายหลังอีก เขาก็มีทางที่จะไปอีกเยอะ เพราะรับราชการมาไม่เคยอยู่กับนายในสถานที่เดียว 4 ปี เคยอยู่กับการเปลี่ยนนายมาตลอดตามระบบราชการ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจะทำให้เรากระตือรือล้นและรู้กว้างทำให้เราตื่นตัวตลอด อีกทั้งเขาเคยรับราชการมา 7 กระทรวง เหมือนเปลี่ยนเมียใหม่มาแล้ว 7 คน

          เมื่อถามว่า การสมัครใจลาออกจากส.ส.เองจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เพิ่งได้เป็นรัฐมนตรีต้องลาออกตามหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า เขาลาออกเพื่อให้คนใหม่เข้ามาเท่านั้น ส่วนคนอื่น ให้ถือความสมัครใจ ไม่ได้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ หรือเป็นพันธะสัญญาของพรรคพท. หากใครอยากลาออกจากส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ก็สมัครใจได้ เพราะไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย