
'กิจจา'ลั่นปี55ไม่ท่วมแบบปี54
สัมภาษณ์พิเศษ : 'กิจจา ผลภาษี' : 'ปี 55 จะให้ท่วมแบบปี 54 ไม่ได้' โดย 'เตชะวัฒน์ สุขรักษ์' สำนักข่าวเนชั่น
"กิจจา ผลภาษี" ประธานคณะอนุกรรมการวางระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เปิดเผยถึงการวางแผนแก้ไขปัญหาน้ำ พร้อมเสนอแนะตั้งองค์กรเพียงองค์กรเดียวเพื่อดูแลบริหารจัดการน้ำให้เป็นเอกภาพ แต่ยังตอบไม่ได้ปี 2555 จะรับมือไหวหรือไม่แต่ก็เชื่อว่า 8 แผนแม่บทจะบรรเทาได้ แนะรัฐบาลเอาเหตุที่เกิดขึ้นมาแก้ไข
แนวทางการพิจารณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ของคณะอนุกรรมการฯ ที่เป็นประธานและการวางระบบทั้งหมด พิจารณาจากแนวทางใด?
งานทั้งหมดที่ตั้ง กยน.ขึ้นมา เพื่อพิจารณาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี 2554 ว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะอะไร และการบรรเทาแก้ไข จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำอีก ซึ่งเรื่องนี้มีหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเยอะในตอนหลัง เมื่อก่อนมีเพียงกรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ตอนหลังมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เลยมีปัญหาว่างานซ้ำซ้อนกัน เหตุมันเกิดขึ้นหลังจากผมเกษียณแล้ว ผมก็ทำงานให้ กปร. เป็นที่ปรึกษา ผมก็ยังศึกษา ติดตามอยู่ก็พบมีการซ้ำซ้อนกัน มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะมาก มันก็ไม่มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นปัญหาเกิดขึ้น อุทกภัยปี 2554 ในชั่วชีวิตผม หรือนักวิชาการทั้งหลายไม่เคยมีใครพบเจอ
พอมันเกิดขึ้นการแก้ไขปัญหานั้น 1.ประสบการณ์เรามีไม่พอที่จะเผชิญกับอุทกภัยขนาดใหญ่ 2.การแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่เป็นเอกภาพ ทำโดยไม่ประสานกัน แต่ปัญหาหลักมันเป็นภัยธรรมชาติ เพราะว่าน้ำมันมาก ใครจะว่าน้ำน้อยกว่าปี 2538 ผมขอเถียง แล้วการตกเริ่มต้นตกจากน้ำยมกับน้ำน่าน น้ำยมมาก น้ำน่านมาก ก็มาเจอกันที่นครสวรรค์ ปรากฏว่าไต้ฝุ่นเข้ามา แม่น้ำปิงก็มีน้ำมาก เชียงใหม่ท่วม ทำให้ในปี 2554 กลายเป็น 4 แคว คือ ปิง วัง ยม น่าน แถมแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี แม่น้ำป่าสัก ก็ล้นมาอีก ทำให้น้ำมหาศาล เพราะฉะนั้นการรับมืออาจจะขาดประสบการณ์ เราไม่ว่ากัน
พอมี กยน.ขึ้นมา เราก็ต้องการวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ รวมทั้งการแก้ไข ที่แบ่งเป็น 2 ส่วน คือระยะเร่งด่วน ที่ในปี 2555 ถ้าน้ำมากเราจะไม่ยอมให้เกิดแบบนี้ เราก็คิดว่าระยะเร่งด่วนจะทำอย่างไรที่จะรับน้ำในปี 2555 อันที่ 2 ระยะยาว เราจะทำรูปแบบไหนที่เราจะฟื้นฟู ป้องกัน บรรเทา แบบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยระยะเร่งด่วนก็พิจารณาได้ออกมา 6 ข้อ ส่วนระยะยาวก็พิจารณาร่วมกันเร่งด่วนเพิ่มอีก 2 ข้อ ทำให้ได้แผนทั้งหมด 8 ข้อ งานของเราทั้งเร่งด่วน ระยะยาว เราทำเป็นแผนเพื่อให้สอดคล้องกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เรามีการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมกัน
แสดงว่าการทำงานแก้ไขปัญหาในครั้งนี้มีความซ้ำซ้อนกัน ไม่มีความเป็นเอกภาพ ?
ไม่ใช่แก้ไขปัญหาครั้งนี้ คือหน่วยงานที่เคยมีอยู่มันซ้ำซ้อนกันน่ะ ตอนนี้ผมมั่นใจว่ารัฐบาลเองก็กำลังพิจารณา เพราะมีอยู่ข้อหนึ่งใน 8 ข้อ ที่จะทำให้การบริหารน้ำในประเทศไทยเป็นเอกภาพ
ในระยะยาวจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้?
ในระยะยาวเราทิ้งเขาไม่ได้ พวกหน่วยงานที่อยู่กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือกทม. เขาก็มีกฎหมายอยู่ แต่จะทำอย่างไรให้พวกนี้เข้ามาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน พร้อมกับมีหัวหน้าเพียงคนเดียว ที่จะสั่งการได้ว่าการบริหารจัดการน้ำจะเอาข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ มาแล้วก็ออกมาเป็นอันเดียวกัน
เป็นไปได้หรือไม่ที่จะตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่เพียงที่เดียว และมีการพูดถึงการตั้งกระทรวงน้ำ?
มีทางเป็นไปได้
เพียงคนเดียวหรือหน่วยงานเดียว ที่จะดูตั้งแต่ต้นยันปลายน้ำ?
ถูกต้อง และจะดูการบริหารจัดการน้ำในประเทศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นจากต้นน้ำ จากเขื่อนใหญ่ จากลำน้ำต่างๆ จากประตูน้ำ รวมทั้งการระบายน้ำออกทางทิศตะวันตก ทิศตะวันออกและดูทุกภาค
แผนการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนหลัก มีรายละเอียดของแผนเป็นอย่างไรบ้าง?
คือแผนจัดการน้ำในเขื่อนหลัก แผนอันนี้ต้องมีการปรับปรุง ซึ่งเรียกว่าการบริหารโดยรูลเคิร์ฟ (ศัพท์ทางเทคนิค) คือการบริหารน้ำบนเขื่อน ความพอดีที่จะให้มันเกิดยากมาก เพราะว่าลองคิดดูว่าในหน้าน้ำฝนตกลงมาเราเก็บน้ำไว้ แต่ก่อนฝนลง จะพร่องน้ำในเขื่อนแค่ไหนถึงจะพอดีกับน้ำใหม่ที่จะเข้ามา ถ้าพร่องมากไป แต่น้ำเข้ามาน้อย หน้าแล้งชาวนาก็ทำนาปรังไม่ได้ เพราะฉะนั้น การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งมีความสำคัญมาก ที่เราต้องให้เกิดความพอดี มันเลยต้องมีข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับลม ฟ้า อากาศ มรสุม
ข้อเสนอการทำเขื่อนที่ลุ่มน้ำยม จะมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA หรือไม่?
มีแน่นอน แต่ว่าความจำเป็นที่จะต้องมีนั้น ก็มี เพราะฉะนั้นก็ต้องนำมารวมกันและศึกษาดูว่าความคุ้มมีแค่ไหน จะสร้างเขื่อนเดียว คือแก่งเสือเต้น หรือสร้าง 2 เขื่อน อันไหนคุ้มกว่ากัน อันไหนจะกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด อันไหนจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด
ข้อเสนอการทำฟลัดเวย์ ที่พูดกันมากก่อนหน้านี้ ดูเหมือนตอนนี้จะแท้งไปแล้ว?
ไม่แท้ง คืออย่างนี้วิธีการบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้นจาก 8 ข้อ ลองอ่านดูจะครอบคลุมหมดว่า ต้นน้ำ อนุรักษ์ป่าไม้ ลำธาร ดินและกลางน้ำจะพิจารณาสร้างเขื่อนเพิ่มเติม ถ้าน้ำข้างบนลดลงได้ น้ำลงมาข้างล่างก็น้อย แต่ถ้าเกิดน้ำมากก็ต้องมีฟลัดเวย์เบี่ยงเบนน้ำออกไป คำตอบที่จะให้แน่ชัดว่าฟลัดเวย์อยู่ตรงไหน หรืออะไรมันยังไม่แน่นอน แต่ฟลัดเวย์ต้องทำ
ถ้าเกิดใช้แนวเก่าที่มีอยู่แล้ว?
ก็โอเค ถ้ามันคุ้ม ถ้ามันดี อย่างเช่นกรมชลประทานเคยคิดไว้ว่า คลองชัยนาท-ป่าสัก จากเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลงมาถึงด้านล่าง ถ้าสมมติว่าขุดคลองให้กว้าง หรือทำคลองคู่กันมา ก็คือฟลัดเวย์อันหนึ่งที่จะรับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลงมาข้างล่างออกสู่ทะเล ผ่านคลองระพีพัฒน์ ที่ต้องขยายให้กว้างขึ้นมาอีก นี่ก็คือฟลัดเวย์ และถนนวงแหวนรอบ 3 ที่มีการวางแผนอยู่นั้น ก็มีการเสนอแล้วให้ร่องกลางถนนเป็นฟลัดเวย์ ในเมื่อทำวงแหวนแล้วก็ขอใช้ร่องกลางระบายน้ำ ซึ่งจะมีขนาดความลึกมาก ต้องเกี่ยวกับการศึกษาข้างนอก ผมมีเวลาเพียง 2 สัปดาห์ทำเสร็จได้ก็บุญหนักหนาแล้ว
ตอนนี้ฟลัดเวย์เบื้องต้นอาจจะใช้ถนนวงแหวน?
ใช่ครับ เพราะมีพระราชดำริเรื่องถนนน้ำ อย่าง ถ.พุทธมณฑล ที่มีร่องกลาง ถ้าไปปรับปรุงร่องกลางให้เป็นฟลัดเวย์ ให้น้ำสามารถผ่านได้ อย่างเช่น ถ.วงแหวน-บางปะอิน ที่มีร่องกลาง ท่านก็มีพระราชดำริว่าพวกนี้ควรเอามาศึกษาพิจารณาดูว่าจะเป็นฟลัดเวย์ได้หรือไม่ ถ้าปรับปรุงดีๆ ขุดลึกๆ แล้วทำคอนกรีตก็คือคลองดีๆ นี่เอง รับได้ทั้งน้ำฝน น้ำเหนือ
การทำงานใน กยน. ที่ประชุมหลายครั้ง เหมือนจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้าง ตรงนี้ใน กยน.มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก เป็นอย่างไรบ้าง?
เป็นสิ่งที่ผมอยากพูดเหมือนกัน มีคนออกมาพูดหลายคน ผมจะเล่าเรื่องหนึ่ง กยน.เวลาประชุมเราก็เอาข้อคิดเห็นต่างๆ ออกมาเสนอ คนบางคนมีความคิดเห็นก็เอาออกมาดูกัน ในกยน.ไม่เคยมีการเถียง แต่ทำไมเวลาออกมาสัมภาษณ์ถึงได้สัมภาษณ์ใหญ่โตว่าความคิดเห็นไม่ลงรอยกัน ผมประชุม กยน.ทุกครั้ง ผมไม่เคยขาดเลย ไม่เห็นมีอะไร มีแต่ความคิดเห็นที่เสนอขึ้นมาก็รับเอาไป แต่ครั้งนี้ข้อมูลที่เสนอมาจำเป็นหรือไม่ที่ผมจะเอาไปใช้ทั้งหมด ซึ่งมันไม่จำเป็น เพราะเราเอาสิ่งที่เห็นว่าเข้ากับแผนเราได้
เพราะนายกฯ ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา ไม่ได้มีเพียงคนหรือสองคน แต่มีเยอะไปหมด มีทั้ง อ.สมบัติ อ.ชูเกียรติ คุณรอยล ซึ่งคุณรอยล เข้ามาหนเดียวแล้วหายไปเลย แต่ออกไปให้สัมภาษณ์หลายอย่าง ผมก็งงว่าเพื่ออะไร ผมเคยขอเอาไว้ว่าเวลาเราไม่มี แล้วประเทศไทยประสบความเสียหาย แล้วเมื่อทุกคนมีความรู้ความสามารถ ขอให้มาช่วยกัน ไม่ใช่มาจ้องทำลายกัน ผมยืนยันได้ ไม่ตรงกับข่าวเลยที่ออกมา ทำให้ผมงงมาก คนที่ออกมาพูด ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ บางคนเวลาประชุมไม่เข้า แล้วก็ออกมาพูด คล้ายว่าเขาต้องการให้เอาข้อมูลของเขา คงนึกว่าข้อมูลเด็ดมากต้องเอาไปใช้ แต่อนุกรรมการของผมเอามาพิจารณาแล้วหากอันไหนใช้ได้ก็ใช้ อันไหนไม่เหมาะสมก็ไม่เอา
.......................
(หมายเหตุ : สัมภาษณ์พิเศษ : 'กิจจา ผลภาษี' : 'ปี 55 จะให้ท่วมแบบปี 54 ไม่ได้' โดย 'เตชะวัฒน์ สุขรักษ์' สำนักข่าวเนชั่น)



