
'สกลธี'ชี้'รบ.'บริหารปท.ปชช.ไม่ได้ประโยชน์
'สกลธี' ชี้ 6 เดือน 'รบ.ยิ่งลักษณ์' บริหารปท. ปชช.ไม่ได้ประโยชน์ จี้ รับผิดชอบตั้ง 'นลินี' ติดหล่มแบล็คลิสต์ ชี้ 6 ข้อปท.สงบสุขยาก เชื่อ 'พท.' รุกคืบช่วย 'ทักษิณ-แก้รธน.-พ.ร.บ.กห.-ม.112'
21 ม.ค.55 นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เกือบ 6 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลยิ่งลักษณ์ บริหารประเทศ แต่ดูเหมือนประชาชนคนไทยจะยังไม่ได้ประโยชน์ใดๆ จากรัฐบาลเลย นอกจากประโยชน์ที่เกิดกับตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ครอบครัวและพรรคเพื่อไทย การปรับคระรัฐมนตรั (ครม.) ครั้งล่าสุดที่ผ่านมาก็เป็นการตอบแทนให้กับคนเสื้อแดง และคนที่เคยรับใช้ใกล้ชิดทำเหมือนการบริหารประเทศเป็นการบริหารบริษัทจำกัด คุณสมบัติของรัฐมนตรีหลายคนก็มีปัญหา แต่กลับหลับหูหลับตาตั้งเข้ามา เช่น กรณีน.ส.นลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่อ้างคุณสมบัติถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่คำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมและความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร
กฎหมายอะไรที่ตีความแล้วเป็นประโยชน์เข้าข้างตัวเองได้ ก็บอกว่าเหมาะสม ไม่เป็นสองมาตรฐาน พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ “แต่คงหวังอะไรไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วม หรือการทุจริตในการจัดซื้อถุงยังชีพก็ดูเหมือนจะถูกตัดตอนออกจากตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปหมดแล้ว”
“ดูเหมือนว่าปี 2555 นี้ ประเทศชาติ คงจะหาความสงบสุขยากเพราะทางพรรคเพื่อไทย ก็คงเตรียมเดินเครื่องอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณทุกทาง ดูได้จากการปรับครม. ปู 2 ที่ทุกคนก็รู้ว่า ใครเป็นคนจัดตัวจริง และช่วงของการเฝ้าระวัง และดูท่าทีของพรรคเพื่อไทยได้หมดไปแล้ว ต่อจากนี้จะเป็นการรุกอย่างรุนแรงในทุกด้านไม่ว่าจะเป็น 1.การเปลี่ยนตัว รมว.กลาโหมที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ซึ่งมีความสัมพันธ์กับผบ.เหล่าทัพเป็นอย่างดีและเป็นคนประนีประนอมกับบรรดาเหล่าทัพได้กระเด็นออกจากเก้าอี้รมว.กลาโหม อย่างหาเหตุบกพร่องไม่ได้ เป็นสัญญาณที่ส่อว่า พรรคเพื่อไทยอาจจะพร้อมแตกหักกับทางเหล่าทัพในเร็ววัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขพ.ร.บ.ข้าราชการกลาโหม ที่ยังมีเชื้ออยู่และพร้อมที่จะถูกยกขึ้นมาพิจารณาได้ตลอดเวลาในคณะกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงการโยกย้าย ผบ.เหล่าทัพในการโยกย้ายแต่งตั้งเดือน เม.ษ.และต.ค.นี้ที่ต้องจับตาดูต่อไป พรรคเพื่อไทยคงปฏิเสธยากว่าการเปลี่ยนตัวรมว.กลาโหมในครั้งนี้ไม่มีนัยยะอะไร
2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คงเดินหน้าเต็มที่ เพราะเสียงของพรรคเพื่อไทยในสภามีมากเกินพออยู่แล้ว จึงต้องจับตาดูว่ามีการแอบหมกเม็ดแก้ไขเพื่อช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ อย่างไร และขอให้ประชาชนติดตามในกรณีที่การแก้ไขจะต้องมีการตั้งส.ส.ร. 3 ว่า คณะบุคคลที่เข้ามามีความเชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทยมากน้อยเพียงใด และเป็นกลุ่มนักวิชาการที่แอบอ้างอุดมการณ์ แต่อยากดังและเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่” นายชวนนท์ กล่าว
3. กระบวนการเดินหน้าแก้ไขกฏหมายอาญา ม. 112 โดยกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มนิติราษฎร์ โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง น.ส.ยิ่งลักษณ์จะปฏิเสธความรับผิดชอบและความรู้เห็นไม่ได้เพราะคนทั่วไป รับรู้ว่าพรรคเพื่อไทยกับคนเสื้อแดงเป็นเนื้อเดียวกัน การกระทำของคนเสื้อแดงก็เป็นเสมือนการกระทำของพรรคเพื่อไทย ในลักษณะตัวตายตัวแทน ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์บริสุทธิ์ใจจริง และไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ม. 112 นี้ ก็ต้องออกมาปรามคนเสื้อแดงและแสดงบทบาทภาวะผู้นำมากกว่านี้ ไม่ใช่ปฏิเสธความรับผิดชอบ เพราะการแก้ไข ม.112 นี้จะเป็นชนวนความขัดแย้งอย่างรุนแรงแน่นอน
4.กรณีเดินหน้าเช็คบิลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณในกรณีสลายการชุมนุมและผังล้มเจ้า ก็ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( DSI) ทำงานอย่างตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์ของประชาชน ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งกรม อย่าทำเหมือนข้าราชการรุ่นพี่ ที่รับใช้อย่างถวายหัวโดยไม่สนคุณธรรม จริยธรรมใด ๆ ซึ่งแม้จะได้รับการปูนบำเหน็จเกินคุ้ม แต่มันก็จะติดตัวไปตลอดชีวิตและประชาชนก็รู้ว่าท่านได้ตำแหน่งนั้นมาอย่างไร และจะมีการปรับโยกย้ายข้าราชการที่ยอมพลีกายถวายหัวโดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรมอีกมาก ให้เข้ามามีบทบาทต่อไป
5. การตอบแทนคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการนิรโทษกรรม การแยกคุมขังออกจากเรือนจำหรือการเอาภาษีของประชาชน มาฟาดให้อย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้เกิดข้อเปรียบเทียบของคนที่พลีชีพเพื่อชาติกับคนที่เผาแล้วรวย ไม่มีใครปฏิเสธการเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและมีอุดมการณ์ แต่รัฐบาลต้องแยกแยะให้ออกระหว่างคนที่มาชุมนุมโดยเจตนาสุจริตกับคนที่ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง
6.การมุ่งที่จะลดทอนและแทรกแซงอำนาจตุลาการ ดังที่ปรากฎออกมาทางแนวคิดของนักวิชาการบางท่านและการแทรกแซงคดีความทั้งหลายของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นในชั้นอัยการหรือชั้นศาลเช่นที่เคยมีปรากฎเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ ทั้งหมดนี้จะทำให้การเมืองในปีนี้รุนแรงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย โดยทั้งพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะฝ่ายกฎหมายของพรรคก็ต้องทำงานหนักต่อไปขอให้ประชาชนช่วยกันจับตาตรวจสอบไปด้วยกัน



