ข่าว

กทม.เซ็นแล้วจ้างกรุงเทพธนาคมเดินรถไฟฟ้าฝั่งธนฯ

กทม.เซ็นแล้วจ้างกรุงเทพธนาคมเดินรถไฟฟ้าฝั่งธนฯ

07 พ.ค. 2552

กทม.เซ็นจ้างกรุงเทพธนาคม เดินรถไฟฟ้าฝั่งธนฯ 2.2 กม. 3 ปี 850 ล. ขณะที่บีทีเอส รับสัญญาผู้เดินรถ 450 ล.

(7พ.ค.) ที่สำนักการจราจรและขนส่ง เขตดินแดง มีพิธีลงนามสัญญาจ้างบริหารจัดการเดินรถโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร ระหว่าง กรุงเทพมหานคร โดยนายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง นายอมร กิจเชวงกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด โดยมีนายอาณัติ อาภาภิรมย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอส ผู้แทนบริษัท บอมบาดิเอร์ จำกัด และผู้แทนจากกลุ่มบริษัท AAT ร่วมเป็นสักขีพยาน

 นายจุมพล กล่าวว่า สำหรับสัญญาจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม บริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายฝั่งธนบุรี ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร มูลค่า 850 ล้านบาท ระยะเวลาสัญญา 3 ปี โดยบริษัท กรุงเทพธนาคม จะรับหน้าที่ในการจัดหาและติดตั้งระบบตั๋ว เตรียมความสมบูรณ์ของสถานี ระบบและบุคลากรในการเดินรถ ซึ่งในส่วนของการเดินรถจะมีการจ้างบริษัท บีทีเอส เป็นผู้ให้บริการวงเงินค่าจ้าง 450 ล้านบาท

 นายจุมพล กล่าวว่า สำหรับประมาณการรายรับจากค่าโดยสารในเส้นทางนี้ของ กทม. คาดว่าจะมีผู้โดยสารในระบบมากกว่า 10 ล้านเที่ยวการเดินทาง/ปี คิดเป็นค่าโดยสารขั้นต่ำ 200 ล้านบาท/ปี ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่า กทม.น่าจะมีรายรับจากค่าโดยสารสูงกว่าค่าจ้าง อย่างไรก็ตาม กทม.ในฐานะหน่วยงานรัฐไม่แสวงหาเรื่องผลประโยชน์ แต่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลระบบให้มีประสิทธิภาพ ไม่ให้เป็นภาระในการจัดสรรงบประมาณ

 นายอมร กล่าวว่า บริษัทขอยืนยันว่ามีความพร้อมในการเข้ามาดำเนินโครงการ และมีความพร้อมด้านสถานะทางการเงินและบุคลากร ส่วนการว่าจ้างบริหารจัดการระบบมีค่าใช้จ่ายสูงสุด คืองานจ้างบริษัท บีทีเอส ทั้งนี้ยืนยันว่าจะมีการเบิกงบประมาณผ่าน กทม.อย่างถูกต้องโปร่งใส ซึ่งวิธีการจ้างลักษณะนี้เป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานดำเนินการอยู่เช่นกัน เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ของ รฟม. ที่มีการแบ่งการบริหารจัดการออกจากการรับเงินค่าโดยสาร แต่ค่าโดยสารเป็นของภาครัฐ ขณะที่รัฐจ้างเอกชนเข้ามารับสัมปทานแทน ระบบใหม่นี้จะทำให้มีความยืดหยุ่นด้านราคา เพราะรัฐสามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารได้ตามความเหมาะสม

 ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างแก่บริษัท บีทีเอส ในวงเงิน 450 ล้านบาทนั้น บริษัทได้จ้างทีมที่ปรึกษาทำการวิเคราะห์ พร้อมอ้างอิงตัวเลขพื้นฐานจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย(เอดีบี) โดยมีหลักการคำนวณ คือ นำตัวเลขจำนวนรถที่วิ่ง เวลา และระยะทาง มาเป็นตัวคิดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการขอต่อรองกับบีทีเอส ซึ่งจนถึงวันนี้การเจรจาได้วงเงินที่ต่ำกว่าที่ สบน.กำหนดไว้

 นายอาณัติ กล่าวว่า อัตราค่าจ้างที่ได้รับจากบริษัท กรุงเทพธนาคม เป็นอัตราที่บริษัทคิดจากต้นทุนที่แท้จริง ไม่ได้คิดบวกกำไรทางธุรกิจ แต่บริษัทคาดว่าจะได้รับประโยชน์ทางธุรกิจจากจำนวนผู้โดยสารที่ประมาณการว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น 50,000 คน/วัน

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า จากนี้ไปบริษัท กรุงเทพธนาคม จะต้องดำเนินการบริหารจัดการเดินรถโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม เพื่อให้สามารถวิ่งรถบริการประชาชนโดยไม่เก็บค่าโดยสารในวันที่ 15 พ.ค. ทั้งนี้ยืนยันว่าแม้การลงนามเซ็นสัญญาจะล่าช้าจากที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 พ.ค. ก็จะไม่ทำให้มีปัญหาต่อการเดินรถแต่อย่างใด กทม.ยังสามารถที่จะเปิดเดินรถในวันดังกล่าวได้อย่างแน่นอน ส่วนที่มีหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงในเรื่องสถานะของบริษัท กรุงเทพธนาคม และความไม่เชี่ยวชาญในการบริหารงานด้านต่างๆ ของบริษัทนั้น ยืนยันว่าคณะกรรมการบริหารกรุงเทพธนาคม ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลายคน เช่น นายดุสิต นนทะนาคร นายมานพ พงศทัต และ ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ จึงไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด

 ผู้ว่าฯกทม. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของราคาค่าโดยสารนั้น กทม.จะเก็บหลังจากเปิดวิ่งบริการฟรีเป็นเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นประมาณวันที่ 13 ส.ค. จึงจะเริ่มเก็บค่าโดยสาร ซึ่งค่าโดยสารจะยังคงอัตราเดิมคือ เริ่มที่ 15 บาท และอัตราสูงสุดที่ 40 บาท