ข่าว

'สมศักดิ์'ไม่ฟันธงย้ายที่ก่อสร้างสภาฯใหม่

'สมศักดิ์'ไม่ฟันธงย้ายที่ก่อสร้างสภาฯใหม่

20 ม.ค. 2555

'สมศักดิ์'ยังไม่ตัดสินใจย้ายที่ก่อสร้างสภาฯใหม่ อ้างไม่ได้อ่านรายงานของเจริญ 'นิคม' เชียร์ให้ยกเลิกพีคิวบริษัทก่อสร้าง เพราะทำได้ตามกฎหมาย ซัดไม่ยอมทำเพราะกลัวคุมไม่ได้

                      20 ม.ค.55 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าขณะนี้ตนได้รับรายงานของคณะกรรมการติดตามและเร่งรัดโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ที่ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ ที่เสนอความเห็นให้ย้ายพื้นที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านในรายละเอียด ดังนั้น จึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลในรายละเอียดใดๆ ได้ สำหรับข้อเรียกร้องของสมาชิกรัฐสภา ที่อยากให้นำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อเปิดรับฟังความเห็นนั้น ข้อเท็จจริงตนมีอำนาจตัดสินใจได้ทันที หากเห็นว่าไม่ย้ายเรื่องก็จบเพียงเท่านั้น แต่หากตนมีความเห็นว่าจะย้ายจะนำเข้าหารือในที่ประชุมร่วมรัฐสภา

                      นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ฐานะประธานคณะกรรมการให้คำปรึกษาในการจ้างที่ปรึกษาโครงการและควบคุมงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กล่าวกรณีที่คณะกรรมการติดตามของสภาฯได้ทำหนังสือปรึกษาไปยังกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับประเด็นความถูกต้องของการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการประกวดราคาจ้าง (พีคิว) ไว้ล่วงหน้า ทั้งที่ยังไม่ได้มีการกำหนดราคากลางในการก่อสร้าง ประเด็นนี้ไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำหนังสือสอบถามไปยังกรมบัญชีกลาง เพราะหากทางกรรมการผู้ตรวจสอบคุณสมบัติเห็นว่า ไม่ถูกต้อง หรือต้องการเปิดโอกาสให้บริษัทอื่นเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขัน สามารถยกเลิกบริษัทที่ได้ทำพีคิวไว้ล่วงหน้าได้ทันที เพราะในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ระบุไว้ชัดเจนว่า ทำได้ โดยบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกดังกล่าวไม่สามารถฟ้องร้องหน่วยงานรัฐสภา หรือ คณะทำงานที่เกี่ยวข้องได้

                      "เรื่องนี้ทำได้ทันที ไม่ต้องถามกรมบัญชีกลางใดๆ ทั้งสิ้น ยกเลิกไปเลย เพราะเป็นอำนาจของคณะกรรมการ เมื่อยกเลิกแล้ว ก็เขียนข้อกำหนดใหม่ เพื่อเปิดทางให้บริษัทอื่นเข้ามาร่วมประมูล ลดสเปคที่ล็อคไว้ หากทำได้อาจจะได้ 20-30 บริษัทเข้ามา แต่ทำไมเขาถึงไม่ทำ นั่นอาจเป็นเพราะว่า เขาควบคุมไม่ได้ การส่งเรื่องถึงกรมบัญชีกลาง ผมมองว่าเพื่อยื้อเวลาและหาเรื่องย้ายที่ก่อสร้างสภาใหม่” นายนิคม กล่าว

                      แหล่งข่าวจากวงการวิศวกรรม เปิดเผยว่า ตามระเบียบพัสดุ พ.ศ. 2535 ข้อ 30 ที่ระบุถึงการทำพีคิว ว่า สามารถทำได้ แต่ให้ทําได้ในกรณีที่จําเป็น และต้องจํากัดเฉพาะผู้ที่มีความสามารถ และดำเนินการการคัดเลือกให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดทำรายงานเสนอขออนุมัติจากเจ้าหน้าที่พัสดุพร้อมกับยื่นเอกสารคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้น โดยมีรายละเอียดที่กำหนดไว้เป็นอย่างน้อย คือ 1.เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องคัดเลือก 2. ประเภท วงเงิน และรายละเอียดของงานที่จะต้องจ้าง 3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ซึ่งเป็นเกณฑ์ความต้องการขั้นตํ่า เช่น ประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา สมรรถภาพ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และโรงงาน ฐานะการเงิน เป็นต้น

                       “สำหรับการยกเลิกบริษัทที่ได้ทำพีคิวแล้วนั้น สามารถทำได้ โดยคณะกรรมการคัดเลือก เมื่อเห็นว่ามีเหตุผลที่เหมาะสม เช่น มีบริษัทที่เข้าร่วมคัดเลือกจำนวนน้อยเกินไป โดยการยกเลิกนั้นต้องทำเป็นประกาศที่เป็นทางการและต้องลงประกาศหาใหม่ ดังนั้นหมายความว่าอยู่ดี ๆ จะยกเลิกไม่ได้ หากไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม ส่วนกรณีที่รัฐสภาทำเรื่องให้กรมบัญชีกลางพิจารณาความถูกต้องนั้น อาจเป็นเพียงการหารือในข้อกฎหมาย แต่กรมบัญชีกลางไม่มีอำนาจชี้ว่าควรยกเลิกหรือไม่ ซึ่งหากมีการยกเลิกจริง และเปิดให้มีการแข่งขันที่เป็นเสรีและเป็นธรรม บริษัทที่ผ่านการคัดเลือกก็ไม่มีสิทธิฟ้องรัฐสภาได้ อย่างไรก็ตามในระเบียบพัสดุนั้นกำหนดด้วยว่า การหาพีคิวดังกล่าว ทำได้หลังจากที่มีการกำหนดราคากลางในงานก่อสร้างแล้ว” แหล่งข่าว กล่าว