
น้ำมัน-ก๊าซแพงหูฉี่ทำเรือ-รถตู้เดือดร้อน
ผู้ประกอบการท่องเที่ยว อ.เชียงของ โอดผู้ประกอบการลาวเล็งปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเดินเรือ หลังราคาน้ำมันในประเทศพุ่ง ด้านขนส่ง-รถตู้ โอดได้รับผลกระทบรัฐปล่อยก๊าซลอยตัว
20 ม.ค.55 น.ส.มาริสา นวลใส ประธานชมรมท่องเที่ยวอ.เชียงของ จ.เชียวราย เปิดเผยว่า คาดว่าภายใน 1 เดือนนี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน อ.เชียงของ จะได้รับการประสานแจ้งจากสมาคมเรือหลวงพระบางเร่องการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารในแม่น้ำโขง หลังราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นจากการที่รัฐบาลเริ่มจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง สปป.ลาวมีการนำเข้าน้ำมันจากประเทศไทย ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันในประเทศสูงขึ้นฝ่ายลาวจึงเตรียมพิจารณาปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเรือที่ให้บริการท่องเที่ยวในแม่น้ำโขงระหว่างอ.เชียงของ -หลวงพระบางใหม่
ทั้งนี้ การกำหนดราคาค่าโดยสารเดินเรือในแม่น้ำโขงไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายไทย แต่ขึ้นกับฝ่าย สปป.ลาว โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ขาขึ้นทางแขวงหลวงพระบางเป็นผู้กำหนด และขาล่องแขวงบ่อเก็บเป็นผู้กำหนด ปัจจุบันมีการเก็บค่าโดยสารเรือท่องเที่ยวคนละ 1,200 บาต่อเที่ยว ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งการโดยสารเรือท่องเที่ยวจากเชียงของไปหลวงพระบาง ใช้เวลา 2 วันและต้องแวะพักค้างคืนที่เมืองท่าปากแบ่งก่อน หากมีการปรับขึ้นราคาอีกครั้ง ราคาค่าโดยสารน่าจะขยับขึ้นประมาณคนละ 1,300 บาทต่อเที่ยว
น.ส.มาริสา กล่าวต่อว่า หากค่าโดยสารเรือมีการปรับราคาขึ้นเชื่อว่าผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในอ.เชียงของจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน แม้ว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวใน อ.เชียง ของในช่วต้นปีนี้จะคึกคักเพราะมีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาจำนวนมาก คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับคนไทย แต่กลุ่มที่เดินทางมาส่วนใหญ่ใช้อ.เชียงของเป็นจุดพักก่อนเดินทางต่อไปหลวงพระบาง
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการท้องถิ่นในพื้นที่ค่อนข้างเสียเปรียบผู้ประกอบการจากส่วนกลางและจ.เชียงใหม่ เนื่องจากมีการขายแพ็กเกจทัวร์จากต้นทางมาแล้วผู้ประกอบการใน อ.เชียงของจึงมีรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ว็อคอินเข้ามาเท่านั้น แต่กำลังการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับกรุ๊ปทัวร์ ขณะเดียวกันเริ่มมีทางเลือกการเดินทางสำหรับการท่องเที่ยวไปยังหลวงพระบางมากขึ้น โดยเฉพาะทางรถยนต์ที่มีการเปิดเส้นทางระหว่างเชียงใหม่-หลวงพระบางเมื่อเร็วๆนี้ หากมีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวในอ.เชียงของ
ผู้ประกอบการขนส่ง-รถตู้ โอดได้รับผลกระทบรัฐปล่อยก๊าซลอยตัว
นายสุนทร ไสยคุณประดิษฐ์ เจ้าของบริษัท ระยอง ลำเลียง ผู้ประกอบการด้านขนส่งรายใหญ่ในจังหวัดระยอง เปิดเผย ถึง การปล่อยราคา ก๊าซ ลอยตัว เป็น ไปตามตลาดโลก ขอพูดแบบเป็นกลาง เพื่อสะท้อนความจริง ในฐานะ ตนเป็นผู้ประกอบการขนส่ง รัฐบาลน่าจะทำมาตั้งนานแล้ว เพราะ ที่ผ่านมา ราคาก๊าซถูกกว่าน้ำมัน เนื่องจากการเอาเงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยราคาน้ำมันจึงแพง ทั้งที่ ก๊าซใช้เฉพาะกลุ่ม แต่น้ำมันไม่ว่าจะเป็น ดีเซล เบนซิน มีผู้ใช้กันทุกระดับ ต้องย้อนไปมอง ความจริงทุกครั้งที่น้ำมันขึ้นราคา ข้าวของทุกอย่างก็แพงขึ้นตามไปด้วย บางทีก็ขึ้นราคาล่วงหน้าไปก็มี
"ผมรับงานลากเหล็กในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งลูกค้าจะคิดราคาฐานค่าขนส่งต่อกิโล ยึดจากราคาน้ำมันไม่ใช่ก๊าซ แต่เขาไม่ได้คิดว่า ราคาน้ำมันยังมีผลถึงต้นทุนผันแปรอื่นๆ เช่น ค่าแรง ค่ายาง น้ำมันเครื่อง จนถึงข้าวแกง ทุกอย่างขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมารัฐไม่พูดความจริงเอากองทุนน้ำมันไปอุดหนุนก๊าซ ราคาน้ำมันเลยแพงเท่ากับให้คนทั้งประเทศเลี้ยงคนเฉพาะกลุ่ม ผมเข้าใจว่า คนส่วนใหญ่ที่ใช้น้ำมัน เขาอึดอัดมาเยอะแล้ว วันนี้ ปล่อยให้ลอยตัวแล้ว ทุกฝ่ายสมควร ต้องยอมรับความจริง และมีความสุขกับมันให้ได้" นายสุนทร กล่าว
ขณะที่ นายพิเชษฐ์ รัตนดิษกุล ผู้ประกอบการรถตู้ กรุงเทพ-ระยอง เปิดเผยว่า การขึ้นราคาก๊าซ ทำให้ชาวรถตู้โดยสารเดือดร้อน เพราะต้นทุนสูงขึ้น แต่เราไม่สามารถขึ้นค่าโดยสารได้ เพราะรถตู้ในระยอง ไม่ได้มีแค่คันเดียว หรือวินเดียว มีตั้งหลายวิน ทุกวันนี้ จำนวนรถตู้แทบจะมากกว่าผู้โดยสารอยู่แล้ว แต่ละวินก็แข่งขันกัน ในเรื่องบริการ เพื่อให้ได้ลูกค้าจำนวนมาก การบริการเช่น คนขับแต่งเครื่องแบบให้ดูดี ขับรถดี พูดจาสุภาพ มีบริการน้ำชากาแฟ ตรงเวลา ไม่รอจนผู้โดยสารเต็มแล้วค่อยออก คงไม่มีใคร ขึ้นค่าโดยสารในช่วงนี้แน่นอน เพราะจะทำให้ลูกค้าเลือกไปใช้บริการคิวอื่น พวกเราจึงต้องยอมแบกรับภาระต้นทุน ซึ่งหวังว่า รัฐบาล จะไม่ขึ้นราคาก๊าซไปเรื่อยๆ เพราะถ้าขึ้นไปเรื่อยๆ ทั่วประเทศ คงต้องมีการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน



