
ม็อบโมร็อกโกจุดไฟเผาตัวเองประท้วง
เกิดเหตุระทึกชาวโมร็อกโกตกงาน 5 คน จุดไฟเผาตัวเอง เพื่อประท้วงปัญหาการว่างงาน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 คน
20 ม.ค.55 ชาวโมร็อกโกทั้ง 5 คน ปีนอยู่บนกำแพงที่อยู่ตรงข้ามกับอาคารรัฐสภาในกรุงราบัต เมืองหลวงและได้ราดน้ำมันใส่ตัวเอง และขณะที่ตำรวจพยายามเข้าสกัด พวกเขาก็จุดไฟเผาตัวเองจนไฟลุกท่วม โดยเป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาการว่างงานประเทศ โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นบัณฑิตที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแต่ยังหางานทำไม่ได้
หลังจากนั้นชายที่มีเปลวไฟลุกไหม้ทั่วตัววิ่งพล่านไปทั่ว โดยมีผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งเข้าช่วยกันดับไฟ หลังจากนั้นทั้งหมดได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดย 3 คนมีแผลไฟไหม้ฉกรรจ์ ซึ่ง 2 คนในจำนวนนี้มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ส่วนอีก 2 คนไม่มีบาดแผลโดยมีเสื้อผ้าถูกไฟไหม้เท่านั้น
การประท้วงของบัณฑิตตกงานครั้งนี้เริ่มจากผู้ชุมนุมกว่า 160 คนเข้ายึดอาคารกระทรวงศึกษาธิการระดับอุดมศึกษาในกรุงราบัตนานกว่า 2 สัปดาห์ โดยมีผู้สนับสนุนจัดส่งอาหารให้ผู้ประท้วงจนกระทั่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมให้พวกเขาเข้าไปส่งอาหาร ผู้ประท้วง 5 คนจึงออกมาข้างนอกและขู่จุดไฟเผาตัวเองหากไม่ยอมให้พวกเขาได้รับอาหาร
เมื่อไม่นานมานี้การจุดไฟเผาตัวเองได้กลายเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในการประท้วงในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ โดยเริ่มจากคนขายกผักในตูนีเซียจุดไฟเผาตัวเองเมื่อเดือนธันวาคม 2553 เพื่อประท้วงที่ถูกตำรวจกลั่นแกล้ง ทำให้เกิดการลุกฮือประท้วงจนสามารถโค่นล้มรัฐบาลได้สำเร็จ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการประท้วงขับไล่ผู้นำเผด็จการในอีกหลายประเทศของโลกอาหรับ
ปัจจุบันโมร็อกโกเผชิญอัตราการว่างงานสูงถึง 9.1 เปอร์เซ็นต์ และสูงถึง 16 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ เมื่อวันพฤหัสบดีรัฐบาลได้เสนอแผนต่อรัฐสภาเพื่อเพิ่มโครงการฝึกอบรมและเพิ่มตำแหน่งในภาครัฐเพื่อรองรับนักศึกษาจบใหม่



