
6เหตุผลหลักปรับ'ครม.ปู2'
เปิด 6 เหตุผลหลัก ปรับ 'ครม.ยิ่งลักษณ์ 2' ทั้งสัญญาใจ เนื้องาน ลงโทษ เตรียมรับ 'บ้านเลขที่111'
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า เหตุผลในการปรับครม.รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในครั้งนี้ มีสาเหตุดังต่อไปนี้คือ 1.เป็นเรื่องของสัญญาใจที่กำหนดกันไว้ล่วงหน้าว่า จะปรับครม.ทุกหกเดือน
ทั้งนี้ ผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรี จะต้องเขียนใบลาออกไว้ล่วงหน้า และพร้อมที่จะโดนปรับ หรือย้ายตำแหน่งได้ทุกขณะ ซึ่งการปรับครม.ครั้งนี้ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นไปโดยกำหนดเวลาและสถานการณ์บังคับ ให้ต้องปรับครม.ทันที
สำหรับการปรับครม.ครั้งนี้ เป็นใบสั่งจากดูไบ บ้านจันทร์ส่องหล้า และบ้านเบเวอรี่ฮิลล์(นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์) และทำให้ต้องตัดรัฐมนตรีบางคนที่เป็นโควตากลางออกไป เช่นพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกฯ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง
ทั้งนี้ ยังมีบางส่วนเป็นการเเต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีเเบบต่างตอบเเทน เช่นนางนลินี ทวีสิน ผู้เเทนการค้าไทยเเละนายทุนพรรคที่ได้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เเกนนำนปช.ที่ได้เป็นรมช.เกษตรฯ เเละนายศักดา กงเพชร ที่ได้เป็นรมช.ศึกษาธิการ เป็นต้น
ขณะที่อีกบางส่วน เป็นการสลับตำเเหน่งของส.ส.ในพื้นที่กันตามสัญญา เช่นนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส.อุตรดิตถ์ ที่เป็นส.ส.พื้นที่เดียวกับนส.กฤษณา สีหลักษณ์ ซึ่งโดนปรับออกจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เเละไม่มีผลงาน โดยสัญญานเริ่มชัด ตั้งแต่ช่วงปีใหม่เป็นต้นมาว่า ต้องปรับแน่นอน แต่หาจังหวะว่า จะปรับอย่างไรแค่ไหน
2.รัฐมนตรีบางคนที่ถูกปรับออก เนื่องจากมีคนใกล้ชิดไปสร้างปัญหาในการทำงาน โดยบางคนไปวุ่นวายกับการทำงาน ไปต่อรองผลประโยชน์ต่าง ๆ และอ้างคำสั่งว่า รัฐมนตรีสั่งมา เมื่อเรื่องนี้เข้าสู่การรับรู้ของแกนนำรัฐบาล จึงต้องนำไปสู่การปรับออก
ทั้งนี้ แม้ว่า บางคนจะใกล้ชิดกับดูไบ บ้านจันทร์ส่องหล้า บ้านเบเวอรี่ฮิลล์ก็ตาม ซึ่ง อดีตรัฐมนตรีที่เข้าข่ายนี้ อาทิ อดีต รมช.คมนาคม อดีต รมว.พลังงาน และ อดีต รมว.ศึกษาธิการ
3.อดีตรัฐมนตรีเหล่านั้น ไม่มีผลงานที่ชัดเจน และมีความขัดแย้งในการทำงานร่วมกัน เห็นได้ชัดจากกระทรวงคมนาคมและกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งรมว.และรมช.ของสองกระทรวงนี้ มีความขัดแย้งชัดเจน ในการทำงานร่วมกัน จนปรากฏเป็นข่าวอยู่เนือง ๆ
หรือการโยกนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง มาเป็นรองนายกฯ และ รมว.คลังแทนนายธีระชัยนั้น ก็ทราบกันโดยทั่วว่า สองคนนี้ขัดแย้งในเรื่องนโยบายชัดเจน และนายธีระชัย ไม่สนองตอบแนวทางรัฐบาลจึงต้องโดนปรับออกไป เเละนำบุคลากรที่เป็นสายตรงจากเครือชินคอร์ปมาวางไว้เพื่อทำงานเฉพาะด้าน เช่นนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายอารักษ์ ชลธารนนท์ รมว.พลังงาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม เป็นการเฉพาะ
4.การย้ายรัฐมนตรีบางคนที่มีความใกล้ชิดกับแกนนำบ้านเลขที่111 และ109 รวมทั้งบ้านจันทร์ส่องหล้า บ้านเบเวอรี่ฮิลล์ และดูไบ ขยับขึ้นคุมตำแหน่งสำคัญ เช่นนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ จากรมช.คลังมาเป็นรมว.พาณิชย์
ทั้งนี้ ทราบกันดีว่า นายบุญทรงเป็นคนสนิทของนางเยาวภา และในช่วงเป็นรมช.คลัง นายบุญทรงทำงานที่มีผลงานรัฐบาลชัดเจนกว่ารมว.คลังเสียอีก
ขณะที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล อดีตรมว.ศึกษาธิการ ที่ลดชั้นมาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ก็ใกล้ชิดกับนางเยาวภาเช่นกัน แม้จะมีปัญหาในการทำงานในกระทรวงศึกษาธิการมาก แต่อาศัยความใกล้ชิดนางเยาวภาจึงไม่โดนปรับออก
ขณะที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.คมนาคม ที่ย้ายไปเป็นรมว.กลาโหมแทนพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ซึ่งย้ายไปเป็นรองนายกฯนั้น ทราบกันดีว่า พล.อ.อ.สุกำพล เป็นเพื่อนพ.ต.ท.ทักษิณ (ตท.10) ซึ่งในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย มีการวางตัวให้พล.ต.อ.สุกำพลขึ้นเป็นผบ.ทอ.แต่สุดท้ายต้องพลาดไปในช่วงรัฐประหาร และเมื่อพล.อ.อ.สุกำพลมารับตำแหน่งรมว.คมนาคมก็นำบุคลิกแบบทหารมาทำงาน จนประสานกับฝ่ายต่าง ๆ ไม่ได้
นอกจากนี้ ยังทราบภายในกันดีว่า พล.อ.อ.สุกำพล รับคำสั่งพ.ต.ท.ทักษิณคนเดียวเท่านั้น โดยไม่สนใจคนอื่น ๆ เลย ทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน แต่ติดขัดว่า จะโยกไปตำแหน่งใดที่ขัดแย้งน้อยที่สุด และอาจจะใช้บุคลิกพล.อ.อ.สุกำพลแก้ปัญหาบางอย่างที่ติดขัดได้ เช่นการพรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงกลาโหม แนวทางจึงออกมาที่ย้ายไปเป็นรมว.กลาโหม แทนพล.อ.ยุทธศักดิ์ ซึ่งย้ายไปเป็นรองนายกฯแทนพล.ต.อ.โกวิท
นอกจากนี้ พล.อ.อ.สุกำพล ยังสามารถประสานกับกลุ่มนายทหารทั้งในและนอกราชการได้ รวมทั้งประสานบ้านสี่เสาเทเวศร์ได้ระดับหนึ่งด้วย
ส่วนนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมฯ ที่ช่วงแรกมีข่าวว่า จะโดนปรับออกนั้น นายสันติ ได้อาศัยการเกาะติดนส.ยิ่งลักษณ์ จึงสามารถอยู่ในตำแหน่งต่อ
ขณะที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทยที่ได้เป็นรมว.คมนาคมนั้น ทราบกันดีภายในพรรคว่า นายจารุพงศ์ประสานกับทุกฝ่ายในพรรคได้ดี แม้ความต้องการจริง ๆ ของนายจารุวงศ์คืออยากเป็นรมว.แรงงาน แต่เมื่อโดนคำสั่งจากดูไบ ให้รับตำแหน่งนี้ เพราะมีงบประมาณและโครงการของกระทรวงคมนาคมจำนวนมาก ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า บ้านเบเวอรี่ฮิลล์และดูไบต้องการดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้น นายจารุพงศ์จึงเหมาะกับตำแหน่งนี้ในช่วงนี้
5. ในอนาคตอันใกล้นี้ งบประมาณฟื้นฟูประเทศจากสถานการณ์น้ำท่วม กว่าสามแสนล้านบาทจะนำมาใช้ จึงจำเป็นต้องวางบุคลากรที่ทุกฝ่ายในพรรคไว้ใจและประสานได้ เพื่อขับเคลื่อนโครงการและงบประมาณของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรมเร็วที่สุด
6.ในช่วงเดือนพ.ค.สมาชิกบ้านเลขที่111 จะพ้นโทษการตัดสิทธิทางการเมืองห้าปี และกลับสู่สนามการเมืองได้ทันที โดยสมาชิกบ้านเลขที่111 ที่ตอนนี้ทำงานให้พรรคเพื่อไทย เป็นสายตรงของพ.ต.ท.ทักษิณแทบทั้งนั้น เช่นนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายภูมิธรรม เวชชยชัย นายวราเทพ รัตนากร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล ฯลฯ
ทั้งนี้ ทราบกันดีในพรรคเพื่อไทยว่า ช่วงเวลานั้น คนกลุ่มนี้จะต้องเข้ามาช่วยงานรัฐบาลนส.ยิ่งลักษณ์ และต้องมีตำแหน่งทางการเมือง เพื่อปรับภาพลักษณ์ครม. ทำให้ ครม.ในปัจจุบัน จะต้องถูกปรับออก เพื่อทำให้บุคคลเหล่านี้เข้ามารับตำแหน่งแทน หรือบางคนจะถูกลดตำแหน่งลง เช่น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ที่นั่งควบระหว่าง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในอนาคตอาจจะเป็นแค่รองนายกฯ เพียงแค่ตำแหน่งเดียว และยกเก้าอี้ มท. 1 ให้คนอื่นๆ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม หลังเดือนพฤษภาคม เมื่อปรับ ครม. อีกครั้ง ก็อาจเป็นการเริ่มนับถอยหลังอายุรัฐบาล เพราะแรงกระเพื่อมทางการเมืองจากเรื่องราวต่าง ๆ จะเริ่มต้นในช่วงนั้น ไม่ว่าจะเป็น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกฎหมายสำคัญ ๆ ในบ้านเมืองหลายฉบับ
อาทิ พรบ.ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม การแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความคืบหน้าของคดีคนเสื้อแดงและคนเสื้อเหลือง และงบประมาณจำนวนมหาศาล ที่รัฐบาลนี้จะนำมาใช้ฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วมซึ่งอาจเกิดปัญหาทุจริตตามมา โดยกรณีเหล่านี้ อาจเป็นชนวนเริ่มต้นความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่ ที่จะทำให้อายุรัฐบาลนี้สะดุดหยุดลงได้



