
หนุน'แม้ว'ให้รมต.ใหม่โชว์งาน6เดือน
"จารุพงศ์"เห็นด้วยเงื่อนไขทักษิณให้รมต.ใหม่ต้องโชว์ผลงานภายใน 6 เดือน เดินหน้าบริหารงานหลักธรรมาภิบาล นิติธรรม และคุณธรรม มีคุณภาพด้วย นักพัฒนาฯอีสานอัดครม.ปู 2มีแต่พรรษา เผา ไม่สนพรรษาการเมือง
19ม.ค.2555นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้โอกาสครม.ชุดใหม่โชว์ผลงานภายใน 6 เดือน หากไม่มีผลงานจะถูกปรับออกว่า ตนคิดเช่นเดียวกัน เพราะหากครม.ทำงานไม่เข้าตาและไม่ได้ใจประชาชนก็สมควรที่จะถูกปรับออก ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลเพราะประชาชนเลือก เมื่อเห็นว่ารัฐมนตรีคนใดไม่มีผลงานประชาชนก็จะเป็นคนตัดสิน ซึ่งตนยอมรับได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ถูกประชาชนเลือกมาเป็นผู้บริหารประเทศสูงสุดเช่นกัน มีสิทธิที่จะเลือกว่าใครจะเข้าหรือออกในตำแหน่งรัฐมนตรี
สำหรับการบริหารงานในกระทรวงคมนาคมที่ก่อนหน้านี้มีความขัดแย้งกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยนั้น นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วไม่ชอบกินเกาเหลากับเส้นใหญ่ ชอบกินเส้นบะหมี่และเส้นเล็ก ทั้งนี้ตนไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร งานในกระทรวงคมนาคมซึ่งเป็นกระทรวงใหญ่นั้นไม่สามารถทำงานคนเดียวได้อยู่แล้ว ต้องแสวงหาความร่วมมือจากรัฐมนตรีช่วยว่าการทั้ง 2 คนเพื่อให้เป็นหนึ่งเดียวกัน หากมีเรื่องขัดข้องก็ต้องปรับทุกข์กัน
ส่วนเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขคือ ภาพลักษณ์ของบุคลากร เจ้าหน้าที่ และข้าราชการในกระทรวง เพราะต้องยอมรับว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นมีภาพลักษณ์ไม่ดีเกี่ยวกับการทุจริต โดยเฉพาะล่าสุดคดีคนร้ายปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ดังนั้นต่อไป จะต้องบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล นิติธรรม และคุณธรรม ที่สำคัญต้องมีคุณภาพด้วย โครงการต่างๆ ต่อไปนี้จะต้องมีเจ้าภาพที่ชัดเจน
นักพัฒนาฯอีสานอัด“ครม.ปู 2”มีแต่พรรษา“เผา”
นายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ นักพัฒนาอาวุโส อดีตประธานกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนอีสาน หรือ กป.อพช.อีสาน กล่าวว่า การปรับ ครม.ชุดใหม่ มีบุคคล บางคนไม่มีความรู้ความสามารถและไร้ประสบการณ์ทางการบริหาร บางคนเป็นแกนนำที่มีบทบาท ส่งเสริมให้เกิดจลาจล เผาบ้าน เผาเมือง ซึ่งคุณสมบัติของบุคคลเหล่านั้นไม่สมควรได้เป็นรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติ
นายเสน่ห์ กล่าวต่อว่า คุณสมบัติที่จะเป็นรัฐมนตรีชุดนี้ได้ บางคนจะต้องพูดจากก้าวร้าวบนเวที ท่าทีขึงขัง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไร้ประสบการณ์ใช่หรือไม่ จึงจะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้ง นอกจากนี้ ไม่ต้องมีพรรษาทางการเมือง แต่ต้องมีพรรษาทางการเผา? ไม่คำนึงถึงความรู้ ความสามารถทางการบริหาร แต่มีความสามารถทางการบริหารจัดการเผาบ้านเผาเมือง หรือไม่ จึงจะได้รับการยอมรับ ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อไปจะเป็นแบบอย่างให้คนที่อยากจะเป็นเสนาบดี ไม่ต้องสนใจเรียนหนังสือให้เก่ง แต่ฝึกทักษะการพูดบนเวทีให้เก่ง ก้าวร้าวให้เป็น ด่าคนไหนก็ได้ ไม่รู้จักที่ตำที่สูง ก็จะเป็นรัฐมนตรีได้ จะทำให้นักการเมืองและสังคมเกิดความสับสนและเลียนแบบรอเจ้านายเจ้าของพรรคปูนบำเหน็จ
“มีเสียงสะท้อนจาก นักการเมืองและ ส.ส.บางคน ไปเสวนากันในวงเหล้าและวงลาบ ต่างโอดครวญว่าสงสัยต้องไปฝึกคุณลักษณะทั้งสองประการ คือ พูดเก่งก้าวร้าวและการเผาบ้านเผาเมือง จึงจะเข้าตาผู้มีอำนาจตัวจริงในพรรค โชคดีอาจมีรางวัลปูนบำเหน็จได้เป็นรัฐมนตรีกับเขาบ้าง“นายเสน่ห์ กล่าว
นอกจากนี้ นายเสน่ห์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ประเทศชาติกำลังประสบปัญหาวิกฤติจากมหาอุทกภัย และปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งกำลังเดินเข้าสู่ความร่วมมือประเทศเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน จึงต้องการนักบริหารมืออาชีพ เป็นมือบริหารที่มีวิสัยทัศน์ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติประเทศ และนำพาประเทศชาติเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสง่างาม แต่รัฐบาลกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม โดยมุ่งหวังเพียงต้องการตอบแทนบุญคุณคนเสื้อแดงเท่านั้น ไม่สนใจเสียงคัดค้าน และท้วงติงจากทุกภาคส่วนของสังคมเลย นายเสน่ห์กล่าวในที่สุด
เรียกครม.ปู2ไม่ใช่"ยี้"แต่เป็น"ว้า ไม่ดีเลย"
นายทวี สุรฤทธิกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่าคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 2 ไม่เรียกว่า “ยี้” แต่เรียกว่า “ว้า” มากกว่า คือ "ว้าไม่ดีเลย" เพราะมองแล้วไม่ได้ดีเท่าไหร่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่ได้มีความเป็นผู้นำ ไม่มีฝีมือการบริหาร ซึ่งเห็นว่าเป็นเพียงการสับเปลี่ยนคนเข้ามาแค่นั้น ถือเป็นเล่นเก้าอี้ดนตรี หรือสมบัติผลัดกันชม ตามทฤษฎีการเมืองไทย โดยรัฐบาลคำนึงถึงเสถียรภาพความอยู่รอดก่อน และการปรับเปลี่ยนดังกล่าวก็เป็นการบีบคนที่มีปัญหาออก ซึ่งไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้จะมีการปรับกันอีก โดยนำสมาชิกบ้านเลขที่ 111 จำนวน 4-5 คนเข้ามาแทน ขณะที่การที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุจะประเมินผลงานรัฐมนตรีใหม่ภายใน 6 เดือนนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องประเมินโดยมีตัววัดการประเมินตลอดเวลาและทุกเดือน แต่คำพูดนี้ตนเห็นว่าควรเป็นของน.ส.ยิ่งลักษณ์มากกว่า
สำหรับผู้ที่เป็นรัฐมนตรี คนใหม่ อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั้นตนเห็นว่าเป็นโควต้าของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งหลังจากนั้นจะต้องการปรับหรือหมุมเวียนเข้ามาอีก ขณะที่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีความถนัดด้านเศรษฐศาสตร์และเศรษฐกิจนั้น เห็นว่านายสุชาติ เป็นคนดี มีความสามารถ ซึ่งจะเป็นความหวังที่จะเข้ามาดูแลการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ภาระงานของคณาจารย์ที่มีอยู่มาก ก็ควรยกเลิก เพราะส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษาและทำให้การศึกษาล้าหลัง
นายทวีกล่าวต่อว่าสำหรับความเคลื่อนไหวการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเรียกร้องให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น นายทวี กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยืดเยื้อลากไปอีก 4-5 เดือน เพราะขณะนี้ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีเรื่องยุ่งยากจำนวนมาก ซึ่งมองว่าทั้ง 2 เรื่องเป็นเพียงการโยนหินถามทาง ขณะที่รัฐบาลควรที่จะเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การต่อสู้การกับการออก พรก.โอนหนี้ฯ ที่มีการฟ้องร้อง รวมทั้งการเยียวยาที่เป็นปัญหา โดยตนได้พูดคุยกับญาติผู้เสียหายแล้วก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าได้รับเงินเยียวยา ภายใน 1-2 เดือนนี้ เพราะอาจจะมีการต่อต้านจากกลุ่มอื่น ทำให้รัฐบาลอยู่ในสภาวะหนักใจ และทำให้รัฐบาลเสี่ยงต่อความรับผิดชอบ หรือเรียกว่า เสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ได้ ขณะที่มวลชนของกลุ่มคนเสื้อแดงก็จะรุกหนักมาที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อดูกสารเยียวยาจะได้เมื่อไหร่ ส่วนกลุ่มพันธมิตรฯหรือเสื้อหลากสีก็จะกระเซ้าเหย้าแย่จนเป็นที่น่ารำคาญเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงการประเมินสถานการณ์การเมืองในปี 2555 อย่างไร นายทวี กล่าวว่า ตนได้คุยกับหลายๆ คน คิดว่ารัฐบาลจะถูลู่ถูกัง หรือลากสังขารไปเรื่อยๆ เพราะมีสิ่งที่มัดอยู่จนทำให้รัฐบาลเดินได้ลำบากคือ การเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ทางการเมือง รวมทั้งเรื่องพรก.โอนหนี้ฯ เรื่องมวลชน เรื่องความสัมพันธ์กับกองทัพ และจุดแตกหักของรัฐบาลคือ เสถียรภาพภายในพรรคเพื่อไทย ที่จะส่งผลกระทบอย่างมาก เมื่อมีการนำสมาชิกบ้านเลขที่ 111 เข้ามาแทนคนเก่าซึ่งจะทำให้ปั่นป่วนวุ่นวายภายในพรรคได้
“ทางออกของรัฐบาลประเมินว่าหากรัฐบาลอยู่ไม่ได้แล้วก็มี 3 ทางเลือก คือ 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำงานไม่ไหว อาจจะปรับปรี่ยนนายกฯ 2.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังทำงานไหว แต่ต้องเสริมคนเข้ามาช่วยงานมากๆ และ3.ทางออกสุดท้ายหากดูแล้วไปไม่รอดจริงๆ ก็จะยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ให้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 เข้ามา” นายทวี กล่าว
นอกจากนี้ นายทวี กล่าวถึงความสัมพันธ์ของกองทัพกับรัฐบาล หลังเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นคนใหม่ ว่า กองทัพจะสงบเสงี่ยม โดยตามวัฒนธรรมของกองทัพจะเป็นเสือซุ่มเพื่อดูว่าคนที่เข้ามาจะล้วงลูกการโยกย้าย ล้วงลูกงบประมาณ และผู้นำกองทัพหรือไม่ เพราะทั้ง 3 เรื่องถือว่าเป็นผลประโยชน์ของกองทัพ อย่างไรก็ตามตน มีความเชื่อ 99% ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงอยู่เบื้องหลัง แม้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะปฏิเสธก็ตาม เพราะเป็นหน้าที่ต้องดูแลรัฐมนตรีแทนน.ส.ยิ่งลักษณ์ อีกทั้งความสัมพันธ์แบบเครือญาติ และเป็นผลประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ได้เลี้ยงสมาชิกพรรคเพื่อไทยไว้
"โกวิท" ไม่เสียใจโดนเด้งพ้นเก้าอี้รองนายกฯ
พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงจากตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล โดยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปรับออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ว่า ไม่มีอะไร ไม่ได้เสียใจ เพราะได้รับตำแหน่งมา 3ครั้งแล้ว ทั้งนี้คงไม่ได้ไปช่วยงานที่พรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ พล.ต.อ.โกวิท พยายามย้ำว่าไม่มีอะไร ไม่มีอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาหาหรือไม่ พล.ต.อ.โกวิท กล่าวเพียงสั้นๆว่า "ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร" จากนั้นได้รีบขึ้นรถไปทันที โดยมีคณะติดตามเดินทางส่งที่รถด้วย
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้สื่อมวลชนได้มาดักรอสัมภาษณ์ที่บริเวณหน้าตึกบัญชาการตั้งแต่ช่วงเที่ยง แต่ได้รับแจ้งว่าพล.ต.อ.โกวิท จะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลช่วง 18.00น.
ปชต.ใหม่อัด"ณัฐวุฒิ"ไร้ประสบการณ์
นายวารินทร์ อัฐนาค โฆษกพรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธ.ม.) กล่าวว่า เรียกร้องให้รัฐบาลปู 2 เร่งขับเคลื่อนงานนโยบาย ออกมาช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด อย่ามัวแต่เงื้อง่าราคาแพง หรือ รำดาบขี่ม้าเลียบค่าย โดยเฉพาะปัญหาปากท้องของประชาชน จะรอฟ้าไม่ได้ เช่น ราคาน้ำมันแพงทั้งดีเซล เบนซิน และก๊าซต่าง ๆ ส่งผลให้ราคาใข่ ราคาน้ำปลา น้ำตาล และสินค้าทุกชนิด ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน สูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน ครม.ปู 2 จะต้องมีมาตรการช่วยเหลือประชาชน อย่างเร่งด่วน และจัดการกับกลุ่มพ่อค้า ที่ฉวยโอกาศ เอาเปรียบประชาชนให้เด็ดขาดชัดเจน
"ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ รายของนายณัฐวุฒิที่มาเป็นรัฐมนตรีด้วยเหตุผลทางการเมือง เป็นด้านหลัก แต่การขาดประสบการณ์ในการบริหาร และอายุยังน้อย แล้วให้มาดูแลปัญหาของเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ และมีปัญหาด้านความยากจนเป็นหลัก ห่วงว่านายณัฐวุฒิจะเข้าใจเนื้องาน และรากเหง้าของปัญหาได้อย่างไร"



