ข่าว

ออกหมายจับเพิ่มอีก1แก๊งก่อการร้าย

ออกหมายจับเพิ่มอีก1แก๊งก่อการร้าย

19 ม.ค. 2555

ผบ.ตร.เผยออกหมายจับเพิ่มอีก 1 ร่วม "อาทริส ฮุสเซน" ร่วมกันบรรจุยูเรียลงในถุงทราย เชื่อแจงข้อมูลต่างชาติถอนเตือนได้ "สุขุมพันธุ์"สั่งหน่วยงานคุมเข้มเมืองหลวง "ชุมพล"ลงตรวจจุดเสี่ยง"ถนนข้าวสาร-สุมขุมวิท22"

               เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 19 มกราคม ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีจับกุมนายอาทริส ฮุซเซน ชาวเลบานอน ผู้ต้องสงสัยมีส่วนพัวพันการก่อการร้ายว่า จากการตรวจสอบพบว่านายอาทริสถือ 2 สัญชาติ คือเลบานอนและสวีเดน ทั้งนี้ล่าสุดมีการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 1 คน แต่เป็นเพียงการออกหมายจับตามภาพสเกตช์ ที่ได้ตามคำให้การของนายอาทริส รวมถึงเจ้าของบ้านเช่าที่เห็นผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย มาร่วมเช่าบ้านหลังดังกล่าวกับนายอาทริส โดยทราบชื่อแล้วว่าเป็นใคร

               "ชายคนนี้อยู่กับนายอาทริส ในบ้านที่ จ.สมุทรสาครเป็นเวลานานนับเดือน เชื่อว่าร่วมกันบรรจุยูเรียลงในถุงทรายแมว ส่วนจะออกนอกประเทศไทยไปแล้วหรือไม่นั้นยังไม่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ตามคนเหล่านี้ไม่มีเป้าหมายมาก่อการร้ายในประเทศไทย ดังนั้นไม่น่ามีปัญหาอะไร ในส่วนการสืบสวนสอบสวนได้มอบหมายให้พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร.ดูแล" ผบ.ตร.กล่าว

               เมื่อถามว่าเมื่อออกหมายจับแล้วจะส่งภาพสเก๊ตช์ให้แก่ตำรวจสากลหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้หน่วยข่าวกรองของต่างชาติรับไปแล้ว

               “เชื่อว่าคนร้ายไม่มีเป้าหมายก่อการในประเทศเรา เพราะความสัมพันธ์ของเรากับชาติอาหรับดีมาก ส่วนการจะออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีกหรือไม่ทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐาน อยู่ที่ตัวบุคคลยืนยัน ขณะนี้คงตอบไม่ได้ว่าจะออกหมายจับเพิ่มอีกหรือไม่ หากหลักฐานไปถึง”ผบ.ตร.กล่าว

               ส่วนการที่ต่างชาติยังคงประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังการเดินทางในประเทศไทย ผบ.ตร. กล่าวว่า เป็นสิทธิของประเทศต่างๆ เกรงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขา จึงมีความรู้สึกวิตกกังวล เป็นเรื่องของแต่ละประเทศที่จะมีความวิตกกังวล คาดว่าอีกไม่กี่วันปัญหานี้น่าจะคลี่คลาย ขณะนี้ประเทศต่างๆ ก็ทราบทั้งหมดแล้วว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว

 

"สุขุมพันธุ์"สั่งหน่วยงานคุมเข้มเมืองหลวง

               เมื่อเวลา  14.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานกทม. โดยแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารกทม. โดยได้แต่งตั้ง นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. ดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าฯกทม. เนื่องจากนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ ได้ลาออกจากตำแหน่งก่อนหน้า พร้อมกันนี้ยังได้แต่งตั้งให้ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัน อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค. เป็นต้นไป

              ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ขอให้สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้อำนวยการเขตกำชับผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่เทศกิจ และพนักงานกวาด ช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งติดตามด้านการข่าว และประสานเครือข่ายภาคประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตาดูแลความปลอดภัย หากพบวัตถุผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โดยเร็ว เนื่องจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา ให้ระมัดระวังผู้ก่อการร้ายต่างชาติซึ่งอาจก่อเหตุให้พื้นที่กรุงเทพฯ ในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกจำนวนมาก

              “ถึงแม้ว่าการดูแลความปลอดภัยจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่กทม. ให้ฐานะดูแลรับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมฯ จำเป็นต้องให้ความสนใจและดูแลความปลอดภัยของประชาชนด้วยเช่นกัน”ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

 

"ชุมพล"ลงตรวจจุดเสี่ยง"ถนนข้าวสาร-สุมขุมวิท22"


              นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.)ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์การท่องเที่ยว โดยเฉพาะในปี 2554ที่ผ่านมา สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศดีมาก มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 3 ล้านคน รายได้ประมาณ 7 แสนกว่าล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ โดยในอีก 4 ปีข้างหน้า จะต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายที่ได้แถลงเอาไว้ต่อรัฐสภา คือ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งวันนี้ก็ได้หารือในประเด็นนี้ โดยในปี 2555 ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวเอาไว้ที่ 20 ล้านคน หากไม่มีวิกฤติการณ์ทางการเมือง หรือภัยธรรมชาติที่ร้ายแรง เชื่อว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

              นายชุมพล กล่าวถึงกรณีการยังไม่ยกเลิกคำสั่งเตือนภัยก่อการร้ายในประเทศไทยของสถานทูตสหรัฐอเมริกานั้นว่า ในด้านจิตวิทยาส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวพอสมควร เพราะที่สถานทูตสหรัฐฯออกมาเตือน โดยอ้างว่าเตือนเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวอเมริกันเท่านั้น จึงยืนยันที่จะไม่ยกเลิกประกาศดังกล่าว แต่ในขณะเดียวกันการออกประกาศเตือนดังกล่าวได้ส่งผลกระทบให้ประเทศอื่นออกคำเตือนเช่นเดียวกันอีก 10ประเทศ แม้จะไม่ได้ห้ามเข้ามาในประเทศไทย แต่เตือนไม่ให้เข้าไปใน 2 จุดเสี่ยง คือ บริเวณถนนข้าวสาร และถนนสุขุมวิท 22 โดยนักท่องเที่ยวในขณะนี้ต่างก็เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้เลี่ยงที่จะเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ โดยเปลี่ยนเส้นทางไปในจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ ภาคเหนือแทน เช่น จ.ภูเก็ต จ.เชียงใหม่ ที่ขณะนี้มีมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งกำลังติดตลาดการท่องเที่ยวทั่วโลก ดูจากรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวจากสนามบินสุวรรณภูมิช่วง 5 วันที่ผ่านมา มีจำนวน 4 หมื่นกว่าคน ซึ่งเท่ากับตัวเลขนักท่องเที่ยวตามปกติ แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวไม่ได้มีผลถึงขนาดให้ต้องวิตกกังวล แม้ว่าสถานฑูตสหรัฐฯจะยังคงไม่ยกเลิกประกาศเตือนดังกล่าวก็ตาม

              " คืนนี้ผมและเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเดินทางไปให้กำลังใจผู้ประกอบการที่อยู่ในจุดเสี่ยงทั้ง 2 แห่ง คือ บริเวณถนนข้าวสาร ในเวลา18.00 น. และซอยสุขุมวิท 22 ในเวลา 20.00 น.โดยเดินท่องเที่ยวในจุดดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ยังยืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมาของกระทรวงฯเป็นการดำเนินงานเชิงรุกซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลมาโดยตลอด เห็นได้ชัดจากจำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น" นายชุมพล กล่าว

              นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติว่า วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการฯเป็นครั้งแรกซึ่งมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมการประชุม โดยมีเรื่องที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุมสองเรื่อง คือ การรายงานผลจำนวนนักท่องเที่ยวในปี2554 อย่างเป็นทางการ ของกรมการท่องเที่ยว มีจำนวนประมาณ 19 ล้าน 1 แสน คน นอกจากนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รายงานผลจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2554 ออกมาในจำนวนที่เท่ากับที่กรมการท่องเที่ยวได้รายงาน โดยมีการรายงานแยกกลุ่มนักท่องเที่ยวในภูมิภาคต่าง ๆ คือ อาเซียน เอเชียตะวันออก อินเดีย อาหรับ ยุโรป สหรัฐอเมริกา และละตินอเมริกา ซึ่งสรุปตัวเลขนักท่องเที่ยวได้ว่า นักท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคมีจำนวนตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม โดยมีการตั้งเป้าหมายตัวเลขนักท่องเที่ยวในปี 2555 ไว้ที่19.55 ล้านคน คาดว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว 760,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ประเมินไว้ว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้

              นอกจากนี้ยังได้หารือในที่ประชุมเรื่องการประกาศแจ้งเตือนการก่อการร้ายในประเทศไทยจากสถานทูตสหรัฐฯ โดยที่ประชุมมีความเป็นห่วงในเรื่องข่าวเพียงอย่างเดียว ซึ่ง ณ วันนี้ยืนยันว่าจากการตรวจสอบที่ผ่านมา ยังไม่มีการยกเลิกการจองห้องพักหรือเที่ยวบินในลักษณะที่ผิดปกติในลักษณะที่ตื่นตระหนัก ผลกระทบในขณะนี้ยังเป็นเพียงในเชิงจิตวิทยา ซึ่งในที่ประชุมก็มีการซักถามผู้ประกอบการถึงข่าวการยกเลิกการท่องเที่ยวประเทศว่าเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่าเป็นไปในลักษณะของการเปลี่ยนแปลงจุดหมายการเดินทาง โดยเลี่ยงที่จะเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ แต่เลือกที่จะตรงไปยังจุดหมายที่กำหนดเอาไว้ เช่น จ.เชียงใหม่ ยืนยันว่าในขณะนี้การประกาศเตือนของสถานทูตสหรัฐฯยังไม่มีผลต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในประเทศไทยในเชิงรูปธรรม แต่ขณะเดียวกันทุกคนได้แสดงความเป็นห่วงว่า หากสหรัฐฯยังไม่ยกเลิกประกาศดังกล่าวในเร็ววัน ผลกระทบเชิงรูปธรรมอาจจะเกิดขึ้น เพราะแม้จะยังไม่มีการยกเลิกการจองที่พักหรือเที่ยวบิน แต่ปรากฎว่ามีการชะลอการตัดสินใจที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในช่วงนี้ เพื่อรอดูสถานการณ์ในประเทศไทยว่าจะเป็นอย่างไร ทางผู้ประกอบการภาคเอกชนได้ขอให้ภาครัฐทุกฝ่ายเร่งแก้ปัญหานี้  เช่น การชี้แจงข้อเท็จจริงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ขณะเดียวกันกระทรวงการท่องเที่ยวฯได้มีการมอนิเตอร์สถานการณ์ตลอดเวลา และได้ประสานกับกระทรวงต่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานด้านความมั่นคง

              นายวัชระ กล่าวว่า นายชุมพล ได้มีดำริให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหานี้หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ โดยจะรอดูสถานการณ์อีกระยะหนึ่ง หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง คือ สถานทูตสหรัฐฯและประเทศอื่น ๆ ยังไม่ยกเลิกประกาศเตือน  หรือมีการประกาศเตือนเพิ่มขึ้น คณะกรรมการชุดนี้อาจจะถูกตั้งขึ้นภายในสัปดาห์นี้อย่างไม่เป็นทางการ มีอำนาจหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลเสนอให้แก่รมว. และเสนอข้อมูลให้แก่ภาครัฐและเอกชนในที่ประชุมท.ท.ช.ที่จะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า แต่เบื้องต้นที่เป็นผลกระทบทางด้านจิตวิทยา ในวันนี้นายชุมพลจะเดินทางไปให้กำลังใจผู้ประกอบการและพบปะนักท่องเที่ยว ในจุดที่สถานฑูตสหรัฐฯประกาศเป็นจุดเสี่ยง และอันตรายที่สุด คือ บริเวณถนนข้าวสาร และถนนสุขุมวิท 22 โดยภาคเอกชนได้มาพูดคุยกับตนว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจจะต้องดำเนินกิจกรรมบางอย่างผ่านทางกระทรวงฯหรือในนามภาคเอกชนเองไปยื่นหนังสือเพื่อชี้แจงกับสถานทูตสหรัฐฯ ซึ่งยังเป็นเพียงแนวทางที่หยิบยกขึ้นมาพูดคุย

              ส่วนปัจจัยที่จะส่งผลกระทบเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวนั้น นายวัชระ กล่าวว่า ท.ท.ช.ได้วิเคราะห์ออกมา 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยภายในประเทศ เช่น สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งในขณะนี้ยังเป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ แต่ปัจจัยอื่น เช่น ผลกระทบจาก Arab Spring  มีผลกระทบต่อเราแต่ได้เบาบางลงไปเรื่อย ๆ โดยนักท่องเที่ยวชาวอาหรับมีจุดแข็ง คือ จะเข้ามาและใช้เงินในประเทศไทยค่อนข้างมาก ในการใช้จ่ายซื้อสินค้า และการรักษาพยาบาล ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรป ไม่น่าเป็นห่วง เพราะกลุ่มนี้มีBrand Royalty ต่อประเทศไทยค่อนข้างสูง แต่ประเทศที่อ่อนไหวกับสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นพิเศษ คือ อินเดีย และจีน เช่น กรณีประเทศอินเดียซึ่งเป็นตลาดใหม่ และตลาดใหญ่ จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ได้มีการยกเลิกเที่ยวบินการเดินทางเข้าประเทศจำนวนมาก ซึ่งต้องมีการดูแลและชี้แจงเรื่องข่าวเป็นอย่างดีต่อประเทศเหล่านี้ให้มากขึ้น และตนเชื่อว่ารมว.จะเรียนให้นายกฯทราบต่อไป ส่วนสหรัฐฯตัวเลขนักท่องเที่ยวในปี 2554 จำนวนเกือบล้านคน และจะเปิดตลาดใหม่ในประเทศเม็กซิโกและแคนาดา

              ขณะเดียวกันวันนี้ที่ประชุมได้ผ่านการอนุมัติการจัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อเตรียมความพร้อมในการที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี2558 เพื่อเตรียมบุคลากรรองรับสถานการณ์การท่องเที่ยวในขณะที่ไทยอยู่ในประชาคมอาเซียนซึ่งตลาดการท่องเที่ยวจะขยายใหญ่ขึ้น แต่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นด้วย โดยคณะอนุกรรมการฯจะมีหน้าที่การเตรียมความพร้อมในเรื่องอาชีพต่าง ๆ เช่น การดูแลเรื่องคุณสมบัติของไกด์ หรือผู้ประการด้านต่าง ๆ