ข่าว

ลูกช้างป่าล้มในบ่อน้ำอุทยานฯกุยบุรี

ลูกช้างป่าล้มในบ่อน้ำอุทยานฯกุยบุรี

19 ม.ค. 2555

ลูกช้างป่า 5 เดือนล้มในบ่อน้ำอุทยานฯกุยบุรี ไม่พบร่องรอยการทำร้ายคาดติดเชื้อ อธิบดีกรมอุทยานฯสัตว์และพันธุ์พืชรุดตรวจสอบ “กมธ.สิ่งแวดล้อม”เผย“ตำรวจ-เจ้าหน้าที่อุทยานฯแก่งกระจาน” แจงขัดแย้งกัน จี้มท.แก้ระเบียบตั๋วรูปพรรณช้าง โวยชาวเขาแห่มาอยู่แก่งกระจาน

 

               เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 19 ม.ค. นายอุทัย พรมนารี ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้รับแจ้งจากนายกมล อุ่นใจ หน.อุทยานฯกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธิ์ว่า เจ้าหน้าที่อุทยานฯกุยบุรี ที่ออกลาดตระเวนในพื้นที่พบลูกช้างป่าตายอยู่ในบ่อน้ำที่ 7 ภายในพื้นที่โครงการฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงพร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานฯกุยบุรี และนายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร นายอำเภอกุยบุรี ,สัตวแพทย์สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบฯ ,เจ้าหน้าที่ WWF ประเทศไทย พร้อมทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ บ้านรวมไทย ตำรวจ สภ.บ้านยางชุม เดินทางเข้าไปตรวจสอบ

               บริเวณจุดที่ลูกช้างป่าตายนั้นอยู่ก่อนถึงหน่วยพิทักษ์ป่ายาง ตรวจสอบพบเป็นลูกช้างเพศผู้อายุประมาณ 4-5 เดือน ตายอยู่ริมขอบตลิ่งห่างจากน้ำในบ่อประมาณ 2 เมตร เบื้องต้นคาดว่าตายมาแล้วประมาณ 4-5 วัน  ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด และบริเวณดังกล่าวก็ไม่มีร่องรอยของการล่าสัตว์แต่อย่างใด

               สัตว์แพทย์ฯระบุว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อเพราะบริเวณสะดือยังมีสายติดอยู่ ล่าสุดนายอำเภอกุยบุรีได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯรับทราบแล้ว และทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯกุยบุรีแจ้งว่าในช่วงเย็นวันที่ 19 ม.ค.นี้ อธิบดีกรมอุทยานฯสัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเดินทางลงมาดูซากลูกช้างป่าที่จุดเกิดเหตุ และจะทำการพิสูจน์สาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้งก่อนที่จะดำเนินการฝังต่อไป

               ด้านนายอุทัย พรมนานี ผอ.ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวว่าในพื้นที่โครงการฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริดังกล่าวมีการขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้สำหรับสัตว์ป่า กระจายอยู่ในพื้นที่รวม 11 บ่อ ตั้งแต่ปี 2541 ที่ผ่านมา ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ต้องการให้มีแหล่งน้ำกระจายอยู่ในผืนป่าอุทยานฯกุยบุรี เป็นที่เก็บกักน้ำสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า และเป็นแหล่งน้ำของสัตว์ป่า ทั้งช้าง กระทิง วัวแดง และสัตว์ป่าอื่นๆที่ลงมาใช้ โดยในปีนี้จากการสำรวจพบว่าสภาพบ่อน้ำทั้งหมด ปริมาณน้ำเริ่มเหลือน้อยเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง ไม่มีฝนตกลงมา

               อย่างไรก็ตาม เรื่องช้างป่าเป็นเรื่องที่สำคัญในขณะนี้และได้กำชับให้ทางอุทยานฯกุยบุรี เฝ้าระวังจัดชุดลาดตระเวน ออกติดตามโขลงช้างป่า รวมไปถึงการป้องกันการเข้ามาล่าสัตว์ของบรรดานายพราน ซึ่งต้องเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันจากรายงานพบว่าอุทยานฯกุยบุรี มีประชากรช้างป่าประมาณ 2020-250 ตัว และยังมีกระทิงประมาณเกือบ 200 ตัว รวมไปถึงวัวแดง และเสือโคร่งที่นับวันเหลือน้อยลง สิ่งสำคัญวันนี้อุทยานฯกุยบุรี ยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนาว่า”ซาฟารี”เมืองไทย จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวดูธรรมชาติของช้างป่า เป็นจำนวนมาก


เตรียมส่งลูกช้างวัย4ปีไปรักษาลำปาง

               หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้นำตัวลูกช้างป่าวัย 4 ปีที่ยึดได้จากขบวนการล่าลูกช้างไปขายตามปางช้างต่างๆ ที่บริเวณช่องจะเอว หมู่ 6 บ้านพุระกำ ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี หลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแล้วเกิดปะทะกันจนทำให้ผู้ร่วมขบวนการล่าลูกช้างป่าเสียชีวิต 1 ราย เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำลูกช้างป่ามาดูแลชั่วคราวที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี และรอประสานหน่วยงานที่ดูแลช้างโดยตรงมารับตัวไป

               ความคืบหน้าล่าสุด ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ประสานไปยังสถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปภัมถ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์   จ.ลำปาง ให้มารับตัวลูกช้างไปดูแลและรักษาบาดแผลที่ใบหูของลูกช้างป่า โดยในเย็นวันที่ 19 ม.ค.นี้ทางสถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปภัมถ์ฯจะเดินทางมารับตัวลูกช้างป่าไปดูแล

               ในส่วนของคดีนั้น พ.ต.ท.ชุมพล สานพคุณ สารวัตรเวรสภ.สวนผึ้ง เจ้าของคดี ได้เชิญตัวเจ้าหน้าที่ในชุดปฎิบัติการปะทะแก๊งล่าช้างป่ามาทำการสอบปากคำในวันเกิดเหตุ รวมทั้งสอบสวนถึงรูปพรรณของแก๊งคนร้ายที่หลบหนีไปได้เพื่อจะได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

               ส่วนศพของชาวกะเหรี่ยงที่ถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตในระหว่างการปะทะนั้นขณะนี้ยังไม่มีใครมาติดต่อขอรับศพแต่อย่างใด แต่ทราบชื่อแล้วว่าคือ นายบรือป่วย ไม่ทราบนามสกุล อายุ 55 ปี เคยอยู่ในศูนย์พักพิงบ้านถ้ำหิน ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และได้หลบหนีออกจากศูนย์ฯไปเมื่อปีที่แล้ว และก็มาพบเป็นศพไปแล้ว


'ตร.-จนท.อุทยานฯ'แจงกมธ.สภาฯขัดกัน 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณากรณีการฆ่าช้าง ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยเชิญนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมคณะ และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเข้าร่วมและมีนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พร้อมกล่าวภายหลังการประชุมว่า กมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามา ชี้แจงไม่เพียงกรณีการฆ่าช้างที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีและจ.ราชบุรี เท่านั้น ยังมีการพิจารณาถึงการป้องกันการลักลอบฆ่าช้างด้วย หลังประชุมทางกมธ.ได้มีมติ ให้เจ้าที่ตำรวจเร่งดำเนินคดีนี้โดยเร็ว โดยให้รับฟังข้อโต้แย้งจากกรมอุทยานฯและจากทุกฝ่าย เพื่อเป็นการประกอบการพิจารณาดำเนินคดี เพราะในรายละเอียดจากเจ้าที่อุทยานฯและเจ้าหน้าที่ตำรวจยังขัดแย้งกันอยู่มาก ถึงเรื่องการยิงช้างและถอดงาก่อน หรือเผาก่อนจึงถอดงาหรือฆ่าช้างจากที่อื่นและมาเผาที่นี่ ยังเป็นข้อโต้แย้งไม่ตรงกัน แต่มั่นใจว่า จะสามารถสอบสวนเรื่องนี้ได้สำเร็จ เพราะสังคมกดดัน
 
               ทั้งนี้จะได้ทำหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับตั๋วรูปพรรณช้าง เพราะโดยระเบียบขณะนี้ช้างต้องมีอายุ 8 ปี จึงมีตั๋วรูปพรรณช้างได้ แต่ช้างที่สั่งตามใบสั่ง มีอายุน้อยกว่า 8 ปี เพราะสามารถนำเคลื่อนที่ไปที่อื่นได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการลักลอบล่าช้างป่า จึงอยากให้มีการทำตั๋วรูปพรรณใหม่ และให้ตรวจสอบช้างแต่ละปาง ว่าทั้งหมดเท่าไหร่และมีความเคลื่อนไหวอย่างไร ซึ่งเงื่อนไขที่เราทำหนังสือไปคือ ช้าง ต้องทำตั๋วรูปพรรณตั้งแต่แรกเกิด
 
               นอกจากนี้ได้ให้ผู้ว่าฯจ.เพชรบุรี ตรวจสอบหมู่บ้านในแก่งกระจานทั้งหมด เพราะหัวหน้าอุทยานฯรายงานว่ามีประชากรชาวเขาเพิ่มขึ้นในเขตอุทยานฯ ส่วนหนึ่งมีปัญหาในแง่การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และจากรายงานเพราะในจ.เพชรบุรี ออกบัตรประชาชนง่าย จึงมีชาวเขาจากจ.ราชบุรีอพยพมา ซึ่งตนได้กำชับให้ผู้ว่าฯไปดูแลอย่างใกล้ชิด โดยกำหนดมาตรการการออกบัตรประชาชนอย่างเคร่งครัด
 
               นายนริศ กล่าวต่อว่า กมธ.มีข้อสังเกตว่า กรมอุทยานฯมีการระดมเจ้าหน้าที่ ไปช่วย ในยุทธการ ไม่ว่ายุทธการไม้ขะยูงหรือยุทธการวังน้ำเขียว ได้ระดมทุกหน่วยงาน รวมทั้งหัวหน้าอุทยานไปช่วย เช่น หัวหน้าชัยวัฒน์ ไปอยู่จ.ศรีสะเกษ อยู่วังน้ำเขียว ในขณะที่แก่งกระจานมีปัญหา จึงเห็นว่ามีปัญหาเพราะไม่มีผู้ช่วย จึงไม่ควรไปร่วมยุทธการ ควรให้เฝ้าพื้นที่
 
               ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานว่า คนเผากับคนยิง เป็นส่วนเดียวกัน แต่ยืนยันว่า มีการถอดงา ก่อนมีการเผา เจ้าหน้าที่บอกให้ชาวบ้านไปถอดให้ แต่ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยาน ได้เอางาไปเผาต่อ เพราะชาวบ้านถอดแล้วนำมาใส่รถ แต่พอรู้ว่ามาจากการกระทำผิดก็เลยเอาไปเผาด้วย แต่ตำรวจเชื่อว่า จะเอาไปเป็นของส่วนตัว แต่เจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่า เผาพร้อมทั้งงา ทั้งนี้การเผาเป็นการทำลายหลักฐานทางคดีไปมาก ทำให้คดีเกิดความยุ่งยากซับซ้อน จึงเป็นปัญหาต่อการดำเนินคดี ส่วนกลุ่มที่ฆ่ากับกลุ่มคนที่เผา จะเชื่อมโยงหรือไม่ ตำรวจไม่ยืนยัน และเป็นคนในพื้นที่หรือไม่ ก็ยังไม่ยืนยัน ด้านเจ้าหน้าที่อุทยาน ชี้แจงว่า ชาวเขาที่อยู่บริเวณนั้น เป็นคนล่า แต่ยอมรับว่าเป็นคนเผา และการดำเนินการ มีการทำผิดขั้นตอนเล็กน้อย
 
               ส่วนกรณีการป้องกันการค้างาช้างนั้น นายนริศ กล่าวว่า การค้าสัตว์ป่าป้องกันยาก เพราะเจ้าหน้าที่มีผลประโยชน์ เครื่องตรวจจับมีปัญหา ทำให้ไทยเป็นประเทศที่ล้มเหลวในการดำเนินการป้องกันการค้าสัตว์ป่า ตนไปสนามบินสุวรณภูมิ มีการจับกุมงาช้างกว่า 5,700 งา แต่ที่จับไม่ได้ไม่รู้อีกเท่าไหร่ และประเทศไทยติดอันดับ 3 ในเรื่องการค้าซากสัตว์ป่า รองจากประเทศจีน และประเทศอูกาดาร์ เป็นตัวเลขที่ดูไม่ดี สำหรับวิธีแก้ ต้องคุยให้ช้างกลับมาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างเดียวหรือไม่ หรือต้องเอ็กซเรย์สินค้าที่มาจากต่างประเทศทุกตู้ ทั้งนี้มีงาช้างหายไปกว่าพันกิโล ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จึงเรื่องจำเป็นที่ต้องติดตาม เพราะที่ผ่านมามีการสำแดงว่า เป็นโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องมืออิเล็คทรอนิค