ข่าว

ปิดล้อมจับมือปืนพระกาฬ-จับเมียตัวประกัน

ปิดล้อมจับมือปืนพระกาฬ-จับเมียตัวประกัน

19 ม.ค. 2555

ระดม ตร.สงขลา 3โรงพักกว่าร้อย ปิดล้อมบ้านเช่าย่านบางกล่ำ หวังจับผู้ต้องหาพระกาฬ ทั้งเป็นมือปืนรับจ้าง ฆ่าตร. ยาเสพติด ขัดขืนจับเมียเป็นตัวประกัน ยิงสู้ปะทะกันตั้งแต่ค่ำยันดึก แต่คว้าน้ำเหลว พร้อมสั่งเสริมกำลังอรินทราชรอจู่โจมช่วงเช้า

          วันที่ 18 มกราคม พ.ต.อ.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.เสกสันต์ ชูรังสฤษ ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.ท.ศักดา เจริญกุล รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนของตำรวจภูธร จว.สงขลา ชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 9 และกำลังตำรวจจาก สภ.หาดใหญ่ สภ.คอหงส์ และสภ.บางกล่ำ เข้าปิดล้อมบ้านเช่าในซอยทางเข้าบริษัทศรีสุชาติ ริมถนนสายเอเชีย บ้านคลองบอน หมู่ 5 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เพื่อจับกุมนายประดิษฐ์ มุสิกะสงค์ หรือแก๊ก อายุประมาณ 40 ปี ผู้ต้องหาคนสำคัญของ จ.สงขลา ซึ่งมีหมายจับหลายคดี ทั้งมือปืนรับจ้าง ฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยาเสพติด หลังพยายามติดตามจับกุมมานาน

          กระทั่งทราบจากการขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดและให้การซัดทอดว่า รับยามาจากนายประดิษฐ์ ซึ่งเช่าห้องอยู่ในซอยที่เกิดเหตุ จึงวางแผนส่งสายเข้าล่อซื้อ แต่ปรากฏว่านายประดิษฐ์ไหวตัวทันและต่อสู้ขัดขืน ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่พร้อมจับภรรยาเป็นตัวประกัน แต่ยอมปล่อยลูกน้องคนหนึ่งออกมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ พร้อมเรียกกำลังเข้ามาเสริม ตรึงกำลังปิดล้อมเอาไว้

          มีรายงานว่า จนถึงเวลาประมาณ 23.00 น.เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าจับกุมนายประดิษฐ์ได้ และได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ เกิดการยิงปะทะกันเป็นระยะจนถึงช่วงค่ำ โดยเจ้าหน้าที่ทำได้เพียงวางกำลังไว้รอบๆ บ้านเช่า ซึ่งอยู่ติดกัน 3 หลัง ยังไม่บุกเข้าจู่โจมหรือใช้ความรุนแรง เนื่องจากเป็นห่วงตัวประกัน เกรงว่าจะได้รับอันตราย ที่สำคัญทราบว่านายประดิษฐ์มีทั้งอาวุธปืนสั้นและปืนยาวพร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมากและระเบิด พร้อมจะยิงตอบโต้ได้ทุกเมื่อ จึงพยายามให้ญาติเข้าเกลี้ยกล่อมให้ยอมมอบตัวแต่โดยดี แต่ยังไม่เป็นผล และพยายามยิงใส่เจ้าหน้าที่เป็นระยะทุกครั้งที่เคลื่อนกำลังเข้าใกล้

          ล่าสุด ช่วงดึกมีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราชเข้ามาเสริมอีกชุดใหญ่ เพื่อเตรียมพร้อมหากนายประดิษฐ์ทำร้ายตัวประกันและใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ คาดว่าจะมีการปิดล้อมไว้ทั้งคืน เพื่อรอดำเนินการขั้นต่อไปในช่วงเช้าวันที่ 19 มกราคม