ข่าว

โกร่งคิด-โต้งชง-ปูอนุมัติ

โกร่งคิด-โต้งชง-ปูอนุมัติ

22 ม.ค. 2555

ร่าง พ.ร.ก. ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

เชื่อว่า หลายคนกำลังจับตาความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.ก. ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. … ฉบับล่าสุด ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม) ไปเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555


 เพราะข้อสังเกต ของ 'หม่อมอุ๋ย' ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอดีต รมว.คลัง ระหว่างร่วมเสวนาในหัวข้อ 'วิเคราะห์ร่างพระราชกำหนดการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ' จัดโดย ศูนย์วิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ก็น่าสนใจ 


 โดยม.ร.ว.ปรีดิยาธร ชี้ประเด็นให้เห็น 2 จุด
 จุดแรกคือ "มาตรา 7 (2) เดิมที่ผมทำให้ ถือเอาเงินผลประโยชน์มาเข้าบัญชี โดยใช้ดอกเบี้ย แต่มาตรา 7 (2) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้นำมาเข้าบัญชี เพื่อไว้ใช้ดอกเบี้ยได้ เงินต้นได้ ซึ่งเท่ากับผิดจากของเดิม ผมไม่ได้รู้สึกอะไร แต่รัฐบาลกลัวพลาด กลัวโมฆะ ก็เลยเมื่อวานจึงมีการเสนอ ครม.ใหม่ ว่าเงินส่วนนี้ให้นำไปใช้เฉพาะเงินต้น ห้ามนำไปใช้ดอกเบี้ย เงินนี้ต้องนำไปใช้หนี้" 

 และอีกจุดคือ "ที่เปลี่ยนจริงๆ มาตรา 7 (3) เดิมระบุ ให้โอนเงินหรือสินทรัพย์ของ ธปท. หรือกองทุนเข้าบัญชีตามมาตรา 5 ตามจำนวนที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ประเด็นนี้หลังจากมีการท้วงติงกันมาก เพราะคณะรัฐมนตรีสามารถสั่ง ธปท.และกองทุนฟื้นฟูฯ เอาเงินเข้าเท่าไหร่ก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าต่างชาติรู้อยู่ไม่ได้ หาก ธปท.เจอนักการเมืองที่ไม่มีความยับยั้งชั่งใจจะเสียหาย ทำให้ทั้งทางกระทรวงการคลัง และ ธปท.จับมือช่วยกันแก้ไข โดยตัดคำว่า 'ธนาคารแห่งประเทศไทย' ออก เหลือแต่กองทุนฟื้นฟูฯ" 
 นี่สะท้อนชัดว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ไม่ยอมถอย  
 คำถามถัดไป คือ ทำไมรัฐบาลชุดนี้และพลพรรค จึงไม่ยอมถอย คงต้องย้อนกลับไปดู 2 เรื่อง ที่สัมพันธ์กัน เรื่องแรก คือ พ.ร.ก.ในชุดนี้ 4 ฉบับ และทีมเศรษฐกิจได้ทำให้ พ.ร.ก.โอนหนี้กับอีก 3 ฉบับที่เหลือ เชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกัน


 ประการแรก การทำโปรเจคต์ที่ต้องใช้เงินมหาศาล จำเป็นต้องกู้เงิน จะกู้เงินได้คล่องมือ ต้องทำให้รัฐบาลไม่กู้เพลินจนเกินเพดาน และสร้างความเสี่ยงทางการคลัง ด้วยการก่อหนี้สาธารณะมากเกินเส้นอันตราย การกู้เงินมาใช้ในการสร้างสาธารณูปโภคด้านการจัดการน้ำ (ร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ...) จึงกลายมาเป็นเรื่องเดียวกับการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูออกไปอยู่นอกภาระทางหน้าบัญชีของรัฐบาล


 ส่วนร่าง พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ. ... และร่าง พ.ร.ก.กองทุนประกันภัย พ.ศ.... ก็เป็นเรื่องเดียวกัน เพราะเกี่ยวโยงกันมาตั้งแต่เกิดมหาอุทกภัย ปี 2554


 ประการถัดมา คือ การอนุมัติงบประมาณของรัฐบาลที่มากมายมหาศาล เอาแค่สัญจรไปที่เชียงใหม่ ก็เห็นชอบไปถึง 128 โครงการ วงเงินลงทุน 387,389.44 ล้านบาท


 อันสุดท้ายก็สะท้อนกลับมาถึงว่า ทำไมต้องเปิดเพดานก่อหนี้ให้ถ่างกว้าง เห็นคิวใช้เงินมันเยอะเช่นนี้แล้วก็ถึงบางอ้อทันที