ข่าว

แฉขบวนการจ้างกะเหรี่ยงล่าช้างป่า

แฉขบวนการจ้างกะเหรี่ยงล่าช้างป่า

18 ม.ค. 2555

อธิบดีกรมอุทยานฯ แฉขบวนการค้าช้างป่ามีตั้งแต่ลูกนายตำรวจ-นักการเมืองท้องถิ่น-นักธุรกิจ จ้างกะเหรี่ยงนับแสนบาทเข้าไปล่าเพื่อแลกกับการทำบัตรในพื้นที่ เล็งแก้กฎหมายห้ามครอบครองช้าง ขณะที่รอง ผบช.ภ.7 ทีมพฐ.ลงพื้นที่หาหลักฐาน ยันไม่หนักใจผช.ป่าแก่งกระจานโชว์หล

               ความคืบหน้ากรณีทหารพรานร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการตามพระราชดำริ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ปะทะกับแก๊งลักลอบจับช้างป่า บริเวณป่าตะเข็บชายแดนไทย-พม่า บริเวณช่องจะเอว บ้านพุระกำ หมู่ 6 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ส่งผลให้ชายชาวกะเหรี่ยงถูกยิงเสียชีวิต และได้นำช้างป่าเพศเมีย อายุประมาณ 4 ปี ไปรักษาไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อให้สัตวแพทย์ตรวจร่างกายลูกช้างซึ่งมีบาดแผลที่บริเวณใบหูทั้งสองข้าง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมานั้น  
 
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 18 มกราคม นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินทางไปดูลูกช้างป่าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และให้สัมภาษณ์ถึงขบวนการนำลูกช้างป่าออกมาขายว่า สายข่าวทั้งหมดที่มี รายงานตรงกันว่า มีลูกชายของตำรวจร่วมขบวนการ โดยจ้างชาวกะเหรี่ยงเป็นผู้เข้าไปล่าช้างด้วยวิธียิงยาสลบ เพื่อให้โขลงช้างแตกหนีกระจัดกระจาย จากนั้นจะนำลูกช้างมาเลี้ยงไว้ก่อน เพื่อให้เชื่องและส่งไปให้ลูกชายนายดาบตำรวจอีกคนหนึ่ง เพื่อจะนำไปขายต่อให้นักการเมืองท้องถิ่นใน จ.กาญจนบุรี จากนั้นจะนำส่งต่อไปยังเสี่ยคนหนึ่งในจ.สระบุรี เพื่อส่งขายให้ปางช้าง ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีที่ใดบ้าง
 
              "ลูกช้างตัวหนึ่งมีราคาแพงถึงหลักล้าน จึงเป็นสิ่งล่อใจให้มีความพยายามในการลักช้างจากป่า โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยงที่ต้องการบัตรบุคคลที่ราบสูงจะได้รับค่างจ้างหลักแสนในการที่จะเข้าไปล่าช้างป่า ซึ่งสามารถนำเงินไปทำบัตรได้อย่างสบายทั้งครอบครัว เพราะกะเหรี่ยงก็มีความโกรธแค้นช้างอยู่เป็นทุนเดิมที่มากินพืชไร่ที่ปลูกเอาไว้" นายดำรงค์ ระบุ
 
              อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า จะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ทั่วประเทศในเร็วๆ นี้ เพื่อหาวิธีการดูแลช้างป่า ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย และอาจจะต้องมีการแก้กฎหมายในเรื่องตั๋วรูปพรรณของช้าง และห้ามครอบครองช้าง ใครมีไว้ครอบครองก็ผิด
 
              "ผมอยากเรียกร้องให้ขบวนการล่าช้างไปขายนั้น หยุดพฤติกรรมบาปและผิดกฎหมายเหล่านี้เสีย เพราะต่อไปช้างอาจจะสูญพันธุ์จากการล่า ซึ่งเป็นการผิดปกติจากธรรมชาติ ส่วนชาวกะเหรี่ยงที่เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่นั้น เรากำลังตรวจสอบประวัติอยู่ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ลูกช้างป่าตัวนี้จะนำส่งไปยังปางช้างใน จ.ลำปาง ซึ่งมีอาหารอุดมสมบูรณ์กว่าที่นี่ต่อไป" นายดำรงค์ กล่าวทิ้งท้าย


"คม ชัด ลึก" จัด"ล่าช้าง...สัตว์ป่าสู่สัตว์เศรษฐกิจ?"


              ทั้งนี้นายดำรงค์ ได้ร่วมในรายการ "คม ชัด ลึก"  ทางสถานีโทรทัสน์เนชั่นชาแนล ตอน "ล่าช้าง...สัตว์ป่าสู่สัตว์เศรษฐกิจ ?" โดยได้กล่าวว่า เมื่อมีการแจ้งตำรวจว่ามีช้างตาย ตำรวจต้องมา แต่เมื่อปรึกษาเจ้าหน้าที่ของกรมพบว่าช้างเน่าและวิธีที่จะจัดการกับช้างเน่าได้ดีที่สุดคือการเผา ส่วนที่ว่ามีการนำงาช้างไปนั้น ตนไม่เห็น ซึ่งก็ต้องฟังหูไว้หู และเจตนาของเจ้าหน้าที่คงไม่ใช่การเผาเพื่อเอางา สำหรับงาต้องเป็นของกลางเก็บไว้ แต่จังหวะนั้นไม่สามารถติดต่อตำรวจได้ จึงคิดว่าเผาซากช้างไปเลยเนื่องจากเน่าแล้ว ขณะนั้นช่วงปีใหม่ ฟ้าครึ้ม ฝนตก และช้างก็เน่า และบริเวณนั้นก็มีการเลี้ยงแพะ ปลูกพืช จึงเกรงว่าสุนัขจะมากัดซากช้างที่เน่าทำให้เกิดการระบาด เจ้าหน้าที่จึงทำการเผา

              "ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีคนภูเก็ตมาแต่งงานกับชาวกะเหรี่ยงและทำทัวร์ให้ชาวต่างชาติมาจองล่วงหน้าว่าจะกินอะไร พร้อมทั้งโชว์ว่ากินแล้วมีพลัง ต่างจากเดิมเป็นการฆ่าเพื่อเอางา ยิง ยาเบื่อ แต่ทุกวันนี้พิสดาร
เรื่องงาไม่เท่าไหร่ แต่เรื่่องล่าเพื่อเอาอวัยวะสืบพันธุ์น่ากลัว ผมยังเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่อุทยานผูกพันกับช้าง คนที่จะทำงานอย่างนี้ได้ต้องใจรัก " อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าฯ กล่าวและว่า

              ช้างไทยอายุ 5 ปีมีชื่อเสียงดังไปทั่วโลกว่าเขียนหนังสือได้ ต่างชาติก็ต้องการนำไปแสดง ถ้าหาไม่ได้ก็ไปหาลูกช้างในป่า และทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะล่าช้างใกล้ถนนเพื่อสะดวกต่อการลำเลียง ที่ชาวบ้านบอกว่ารักช้างตนไม่เชื่อ เพราะช้างเข้าไปทำลายพืชไร่ ซึ่งตนได้รับรายงานว่ามีการนำตะปูไปวาง ยิงปืนไล่ช้าง แต่ที่ต้องบอกว่ารักช้างเพราะกลัวเจ้าหน้าที่

              นายดำรงค์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องช้าง มีตอนหนึ่งที่รับสั่งกับผู้ว่าฯประจวบฯ เมื่อปี 2541 ว่าให้ปลูกสัปปะรดเพื่อเป็นอาหารช้าง และให้ผลตอบแทนชาวบ้าน โดยตั้งเป็นของรูปกองทุนให้ชาวบ้านมีรายได้ ดีกว่านำพืชผลไปทิ้ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการอยู่ร่วมกันของคนกับช้าง

              รศ.ดร.สมโภชน์ ศรีโกสามาตร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า การฆ่าช้างเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องการใช้ลูกช้างเป็นตัวหลัก และเหตุที่เกิดขึ้นตามชายแดนไทย-พม่า มีรายงานว่ามีการส่งออกลูกช้างมายังประเทศไทยจำนวนมากคาดว่าอยู่ธุรกิจท่องเที่ยว แต่ไม่สามารถแบ่งได้ว่าช้างตัวไหนเป็นช้างไทย หรือช้างพม่า และนำมาสวมสิทธิว่าเป็นลูกช้างในปางช้าง

              ดังนั้นจำนวนช้างจำนวนมากในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เป็นไปไม่ได้ที่เกิดจากปางช้าง หรือสวนสัตว์ แต่มาจากช้างในป่า และปางส่วนใหญ่จะใกล้กับป่า และใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว เมื่อมีความต้องการจึงมีความหาจึงส่งไปที่แหล่งที่ต้องการโดยตรง ปัจจุบันช้างตัวเป็นๆ จะมีค่ามากกว่าอวัยวะช้างเดี่ยวๆ และช้างเมื่อเลี้ยงไปจะไม่สามารถสืบพันธุ์ได้แม้จะมีเทคโนโลยีสูงๆ ดังนั้นช้างในสวนสัตว์จึงต้องหามาทดแทน แต่การทำโดยถูกกฎหมายยาก จึงต้องมีการส่งหรือแลกเปลี่ยน 

              ปัญหาช้างมี 2 เรื่องคือ ทำความเสียหายกับคน และช้างเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ทางออกขึ้นอยู่กับพื้นที่ หากพื้นที่มีการจัดการดีส่วนที่เกี่ยวข้องกับความต้องการช้างทุกประเภทจะสามารถแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง เพราะตัดความต้องการออกไป โดยการบังคับใช้กฎหมาย ปลูกอาหารให้กับช้าง และที่ไม่ควรละเลยคือ ชาวบ้านที่อยู่รอบป่า ควรมีระบบดึงเข้ามาเพื่อเป็นหูเป็นตาให้ เพราะธุรกิจช้างเป็นลูกโซ่มีการส่งไปต่างประเทศเป็นทอดๆ หากเป็นนักการเมืองระดับใหญ่คงไม่ค้าขายโดยตรง แต่เป็นการเอื้อประโยชน์

              ขณะที่นางทัตฑยา พิทยาภา นักวิจัยสัตว์ป่า มูลนิธิฟรีแลนด์ กล่าวว่า ทางมูลนิธิได้เข้าไปสำรวจในเขตป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน ปางสีดา ที่พบว่าช้างเข้าไปทำลายพืชไร่ แต่ไม่รุนแรงเท่ากับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี แก่งกระจาน ที่ช้างจะออกมาทุกเดือน ทำความเสียหายให้กับเกษตรกร ส่วนการล่าช้างเพื่อเอาอวัยวะนั้น ยังไม่พบ ถือว่าเป็นประเด็นใหม่ ที่ได้ยินคือล่าช้างเพื่อเอางา

              ส่วนปัญหาความขัดแย้งคนกับช้างที่ป่าตะวันออก อีสานนั้น ชาวบ้านจะไม่กล้าทำอันตรายกับช้าง เพราะรับรู้จากสื่อว่าที่ จ.ประจวบฯ เพชรบุรี หากช้างเป็นอะไรจะต้องถูกตรวจสอบสิทธิ์ การเวนคืน ในฐานะที่เป็นองค์กรเอกชนก็ได้ประสานกับชาวบ้านที่มีผลกระทบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าทำอย่างไรในการชดเชย และคนที่อยู่รอบผืนป่าจะมีจิตอนุรักษ์ รักสัตว์ป่า สำหรับลักษะของป่า ป่าฝั่งตะวันออก เป็นกลุ่มป่าที่มีการกระจายของประชากรช้าง แต่เมื่อเทียบสัดส่วนกับกลุ่มป่าฝั่งตะวันตกจะเยอะกว่า

              นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาล และวังช้างอยุธยาแลเพนียด กล่าวว่า หากจะจัดการจริงๆ ปลายทางไม่ใช่ที่ปางช้าง การเช่าช้างแค่ 5 พันบาท การยอมให้เพาะลูกช้างออกทำให้การรบกวนลูกช้างป่าน้อยลง ซึ่งช้างในวังช้างอยุธยาแลเพนียดนั้น เราจะทำคลอดเองทั้งหมด ส่วนที่ว่ามีการนำช้างป่าไปสวมสิทธิ์ในปางช้างนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่าย และการที่จะจดทะเบียนช้างนั้น ต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น ที่ผ่านมาเราได้แต่พูดกัน แต่ไม่เคยมีเงินจากรัฐบาลมาดูแลช้าง


รอง ผบช.ภ.7 ทีมพฐ.ลงพื้นที่หาหลักฐาน

              ส่วนความคืบหน้าการล้มของช้างป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่มีความเคลือบแคลงและพัวพันไปถึงนายสุริยนต์ โพธิบัณฑิต ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ตกเป็นผู้ต้องหาและได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพชรบุรี และยืนยันว่าได้เผาซากช้างโดยถูกต้องตามกฎหมาย ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มกราคม พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบ.ภ.7  พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 เจ้าหน้าที่วิทยาการตำรวจเขต 16 เพชรบุรี และนายผวน ท้วมทรัพย์ อายุ 58 ปี พยานที่พบเจอซากช้างคนแรก ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณจุดเผาช้าง ริมอ่างเก็บน้ำห้วยกระหร่างสาม หมู่ 6 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
 
              ข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้ตั้งเต็นท์และใช้เชือกกั้นแนวป้องกันการเข้าไปในพื้นที่ตรวจสอบ จากนั้นจึงใช้เครื่องสแกนตรวจหาโลหะและนำเถาถ่านบริเวณที่ช้างถูกเผาทั้งหมดมาร่อนด้วยตะแกรงตาถี่ และนำบางส่วนไปร่อนในน้ำ เพื่อเก็บชิ้นส่วนทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวไปพิสูจน์หาหลักฐานในการฆ่าช้าง โดยเฉพาะหัวกระสุนที่คนร้ายใช้ยิง ตามที่นายผวนให้ปากคำไว้ว่า วันที่พบซากช้างตายนั้นมีร่องรอยการถูกยิง 1 นัด การค้นหาหลักฐานเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
 
              พล.ต.ต.โสภณ กล่าวว่า พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.สั่งตนพร้อมส่งทีมงานพิสูจน์หลักฐานมายังจุดเกิดเหตุเผา เพื่อค้นหาหัวกระสุนปืนจากซากช้างตัวเล็ก ซึ่งมีพยานยืนยันว่า ช้างตัวนี้มีร่องรอยถูกกระสุนปืนที่บริเวณลำคอ เราก็พยายามหาหัวกระสุนปืน เพื่อจะเป็นวัตถุพยานในคดีส่วนหนึ่ง แล้วก็จะเป็นแนวทางการในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่มายิงช้างตัวนี้ เนื่องจากหัวกระสุนปืนจะบอกว่าเป็นปืนอะไร และพรานกลุ่มไหนที่ใช้ปืนชนิดนี้ เราได้รวบรวมเอาสิ่งของที่ได้จากการขูดร่อนครั้งนี้ไปเข้าห้องปฏิบัติการอีกครั้งหนึ่ง ถ้าหากเราโชคดีก็จะเจอหัวกระสุนปืนหรือส่วนประกอบของหัวกระสุนปืนทิ้งไว้เป็นหลักฐาน
 
              "ตรงนี้ผมไม่หนักใจ เพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรามีพยานหลักฐานชัดเจน" รอง ผบ.ภ.7 กล่าวตอบข้อถามที่ว่า ตำรวจหนักใจหรือไม่ที่ผู้ต้องหามีเอกสารหลักฐานชี้แจงถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง และกล่าวถึงงาช้างที่นายสุริยนต์อ้างว่าเผาไปพร้อมกับซากช้างนั้น เราได้นำหลักฐานชิ้นส่วนที่อยู่ในกองเพลิงไปทั้งหมด เพื่อตรวจสอบต่อไป
 
              ด้านนายผวนกล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ช้างถูกเผา ตนเป็นคนหนึ่งที่ทราบถึงบุคคลที่เผาช้าง แต่ไม่เคยไปบอกว่าเป็นคนยิง เพราะคนยิงทุกคนก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ตนให้รายละเอียดไปตามที่ทราบ และยังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่ทราบเรื่องเผาช้าง แต่หลังจากตนออกมาเปิดเผยกลับถูกเจ้าหน้าที่อุทยานขู่ฆ่า
 
              "เขาใช้มือปาดบริเวณคอเป็นสัญลักษณ์แทนการพูด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างนั้นทำไม เพราะผมเห็นอย่างไรก็พูดไปตามความจริง ไม่เคยไปกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่เป็นคนยิง" นายผวนกล่าวอย่างตื่นเต้น