
'ยงยุทธ'โว'รบ.ปู'ไม่มีซื้อขายตำแหน่ง
'ยงยุทธ' โว 'รัฐบาลปู' ไม่มีซื้อขายตำแหน่งขรก. ปัดตอบปรับครม. แจง 'นายกฯ' ตัดสินใจคนเดียว "เหวง"ระบุ"ณัฐวุฒิ"น่าเป็นรมต.ดูแลสื่อมากกว่า
18 ม.ค.55 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าว ก่อนมอบนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในการประชุม เร่งรัดติดตามการดำเนินงานสร้างพลังสังคมและพลังชุมชนเอาชนะยาเสพติดในพื้นที่ว่า พื้นที่ภาคเหนือถือว่าเป็นจุดล่อแหลม โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อกับต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องมีการประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสาธารณสุขจังหวัด เพื่อมาประชุมเพื่อร่วมกัน และสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน โดยทางกระทรวงมหาดไทยจะเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ประเทศไทยมียาเสพติดผ่านมากเนื่องจากการคมนาคมที่สะดวก เช่น ทางรถยนต์และอากาศ จึงใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ดังนั้นเราต้องดูแล ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือให้มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นพื้นที่สำคัญ ส่วนภาคใต้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องไปดูเช่นเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปริมาณผู้เสพยาบ้าประมาณ 1.2 ล้านคน ในปัจจุบัน ถือว่าวิกฤตหรือยัง นายยงยุทธ กล่าวว่า เราทิ้งช่วงการเอาจริงเอาจังมาหลายปี ดังนั้นรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะกลับมาจริงจังกับเรื่องนี้ ซึ่งจะทำให้เหมือนในสมัยพรรคไทยรักไทยเมื่อครั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี การจะไปประเมินว่าวิกฤตหรือไม่นั้น เป็นเรื่องยาก เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่รุนแรงมีความสำคัญ
เมื่อถามว่า ปัจจุบันมีการเสพยาเริ่มตั้งแต่ ชั้น ป.6 จะดูแลเยาวชนอย่างไร นายยงยุทธ กล่าวว่า การให้ความรู้กับเยาวชนเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เราต้องทำให้เด็กรู้สึกมีความกลัวด้วย เนื่องจากผลเสียของการเสพยาเป็นอย่างไร ทำให้เห็นภาพว่า อาการทุรนทุรายของการติดยาเป็นเช่นไร
นายยงยุทธกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีการประเมินผลการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดทุก 3-4 เดือน ที่ผ่านมารัฐบาลยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กวาดล้างยาเสพติด ประชาชนทั่วไปรู้ว่าได้ผลมาก การสั่งการในวันนี้จะเป็นไปในแนวทางเดิมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนงบประมาณการรักษาผู้ที่เสพยาจะมีการจัดสรรงบประมาณมากกว่าเดิม
เมื่อถามว่า ถ้าการกวาดล้างครั้งนี้มีการสืบทราบว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร นายยงยุทธ กล่าวว่า เชื่อว่า เรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นน้อยลง เพราะรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งของข้าราชการ เพราะการซื้อขายตำแหน่งเป็นเรื่องที่ทำให้ข้าราชการไม่ต้องไปสร้างปัญหาส่วนตัว เช่น การค้าของเถื่อน การค้ายาเสพติด ดังนั้นเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น หรือลดจำนวนลง นอกจากนี้การมอบนโยบายในครั้งนี้ หวังว่าข้าราชการจะทุ่มเทเพื่อให้ตรงตามนโยบายของรัฐบาล ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาเพราะไม่ทำตามนโยบายของรัฐบาล
ปัดตอบปรับครม.แจง'นายกฯ'ตัดสินใจคนเดียว
นายยงยุทธ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีว่า ยังไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรี ได้เสนอรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว ส่วนจะมีแรงกระเพื่อมหรือไม่นั้น ตนยังไม่เห็นว่า มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามการปรับครม. ในครั้งนี้ เป็นการพิจารณาของนายกฯเพียงผู้เดียว ซึ่งตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีการระบุว่า เป็นการพิจารณาของของนายกฯ และนายยงยุทธ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้นายกฯ เป็นผู้พิจารณาทั้งหมด
"เหวง"ระบุ"ณัฐวุฒิ"น่าเป็นรมต.ดูแลสื่อมากกว่า
นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเเละเเกนนำนปช. กล่าวการที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเเละเเกนนำนปช. ได้ดำรงตำแหน่งรมช.เกษตรเเละสหกรณ์ว่า ตนไม่เข้าใจว่าทำไมนายณัฐวุฒิได้เป็นรมช.เกษตรฯ เพราะนายณัฐวุฒิเหมาะสมที่จะเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯมาดูเเลสื่อของรัฐมากกว่า เเต่นส.ยิ่งลักษณ์คงจะพิจารณาความเหมาะสมเเล้วเเละคงเห็นคุณภาพของนายณัฐวุฒิว่าเหมาะสมในตำเเหน่งใด ก็ต้องเคารพ
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายก่อเเก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเเละเเกนนำนปช.มองว่านปช.ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีน้อยไปในการปรับครม.ครั้งนี้ น.พ.เหวงกล่าวว่า นปช.ไม่มีข้อเรียกร้องเรื่องตำเเหน่ง เพราะมีหลักคือต่อสู้เพือประชาธิปไตย ตำเเหน่งทางการเมืองนั้นไม่ใช่ข้อเรียกร้องของพวกตน เเละเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนส.ยิ่งลักษณ์ที่จะตัดสินใจ เพราะตนมองว่าหากเเกนนำนปช.รับตำเเหน่งในครม.เยอะจะตกเป็นเป้าโจมตี โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่จ้องจะด่าอย่างเดียว ตนมองถึงความเหมาะสม เเม้นายณัฐวุฒิเป็นนปช.คนเดียวในการปรับครม.ครั้งนี้ก็เหมาะสมเเล้วเเละต้องเคารพดุลพินิจของนส.ยิ่งลักษณ์ในเรื่องนี้ด้วย เมื่อถามว่าปรับครม.ครั้งนี้อยู่ในเวลาเหมาะสมหรือไม่ เเละทราบล่วงหน้าหรือไม่ว่าจะมีการปรับครม.ครั้งนั้ นพ.เหวงกล่าวว่า เห็นชัดในช่วงที่ผ่านมาว่าหลายกระทรวงนั้นรัฐมนตรีทำงานไม่เข้าเป้า เเละเพื่อความเหมาะสมนส.ยิ่งลักษณ์จึงปรับครม.ในช่วงนี้เพื่อได้ครม.ที่กระฉับกระเฉงขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เเกนนำนปช.ทราบกระเเสว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะปรับครม.มาสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้เเล้ว เเละเเกนนำนปช.บางคนที่มาช่วยงานรัฐบาลหารือกันภายในเเละส่งสัญญาณกับสื่อมวลชนเป็นระยะในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ว่า สองถึงสามสัปดาห์ในเดือนม.ค.น.ส.ยิ่งลักษณ์ปรับครม.ในระดับกลางเเน่นอน เเละเก็งรายชื่อรัฐมนตรีบางคนที่จะหลุดจากตำเเหน่งไว้ล่วงหน้าเเบบถูกต้องด้วย เเต่ความชัดเจนในการปรับครม.นั้นชัดขึ้นในช่วงวันที่ 13 ม.ค.เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์นัดครม.พรรคเพื่อไทยประชุมกันที่บ้านพิษณุโลกเเละคณะทำงานของรัฐมนตรีบางคนเช็กข่าวนี้กับเเกนนำพรรคเเละสื่อมวลชนกันอย่างจ้าละหวั่นว่าจะเกิดการปรับครม.เเน่นอนในช่วงต้นสัปดาห์นี้เเละ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ตัดสินใจในวันที่16ม.ค.หลังกลับจากประชุม ครม.สัญจร จ.เชียงใหม่ทันที



