
ขึ้นLPGเพราะลอบขายนอกปท.
ผอ.ปิโตรเลียม ก.พลังงาน รับเหตุปรับขึ้นราคาแอลพีจี เพราะมีการลักลอบนำแก๊สถัง ออกนอกประเทศ ด้าน กมธ.พาณิชย์ ซัดปัญหาเกิดมา 4 ปี แต่แก้ไม่ได้ ส่วน 'สอท.' วอนภาครัฐยืดเวลาขึ้นราคาออกไป 3 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 55 ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร มีวาระพิจารณาเกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อบรรเทาผลกระทบการปรับลอยตัวราคาแก๊สแอลพีจี ซึ่งได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ได้แก่ นายอำนาจ ยโสธร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย , นายสุชาลี สุมามาลย์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายปิโตรเลียมและปิโตรเคมี เข้าชี้แจง
โดยนายอำนาจ กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายปรับขึ้นราคาแก๊สแอลพีจียอมรับว่า ภาคอุตสาหกรรมแก้ว และเซรามิค ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยล่าสุดนั้นภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว พื้นที่ภาคเหนือ ได้ปิดตัวลงแล้วประมาณ 50 โรงงาน และมีแรงงานได้รับผลกระทบประมาณ 5,000 คน อย่างไรก็ตามในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว ได้ยื่นข้อเสนอให้กับกระทรวงพลังงาน ยืดเวลาการขึ้นราคาออกไป 3 ปี เพื่อให้เกิดการปรับตัว เพราะต้นทุนด้านพลังงานขณะนี้ทั้ง 2 อุตสาหกรรมดังกล่าวถือว่าสูงพอสมควรคือ ลิตรละ 18 บาท ซึ่งหากรัฐบาลปรับเพิ่มขึ้น ไตรมาสละ 3 บาท เท่ากับว่า จะเป็นการเพิ่มภาระเป็นลิตรละ 30 บาท ภายใน 1 ปี
"ทางหน่วยงานที่แก้ปัญหา ได้บอกวิธีแก้ปัญหาด้วยการซื้อแก๊สบรรจุถังไปใช้ทางภาคเหนือ ซึ่งผมมองว่าเป็นไปได้ยาก และเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ดังนั้นอุตสาหกรรมแก้ว และเซรามิค ได้ขอให้รัฐบาลช่วยผ่อนผันเวลาการขึ้นราคาแก๊ส และทางสภาอุตสาหกรรมยืนยันว่า หากรัฐบาลอนุมัติ จะมีแค่ 2 อุตสาหกรรมเท่านั้น ที่จะเข้าข่ายได้รับการสนับสนุน ไม่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมอื่น"
ด้านนายสุชาลี ชี้แจงถึงตัวเลขการใช้แก๊สในประเทศว่า ตั้งแต่ปี 2551 ถือว่าปริมาณการใช้ในภาคต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยยอดเปรียบเทียบระหว่างปี 2553 กับ ปี 2554 พบว่า ภาคครัวเรือน มีปริมาณการใช้แก๊ส เพิ่มเป็น 220 ตันต่อเดือน จากเดิม 203 ตันต่อเดือน , ภาครถยนต์ มีปริมาณการใช้ เพิ่มเป็น 76 ตันต่อเดือน จากเดิม 57 ตันต่อเดือน , ภาคอุตสาหกรรม มีปริมาณการใช้แก๊สเพิ่ม 62 ตันต่อเดือน จากเดิม 65 ตันต่อเดือน และภาคปิโตรเคมี มีปริมาณการใช้เพิ่ม 187 ตันต่อเดือน จากเดิมที่ใช้ 132 ตันต่อเดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมดังกล่าวกรรมาธิการได้พยายามซักถามถึงประเด็นการปรับขึ้นราคาแก๊สแอลพีจี ที่ถือว่าไม่ตรงกับความเป็นจริงของต้นทุน และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเพิ่มปริมาณการใช้ในภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นว่า มีการลักลอบนำแก๊สบรรจุถังออกต่างประเทศหรือไม่
ทั้งนี้นายสุชาลี กล่าวยอมรับว่า มีปัญหาเรื่องการนำแก๊สบรรจุถังลักลอบออกนอกประเทศจริง ทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องนำเข้าแก๊ส เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเพื่อให้แก๊สมีพอเพียงต่อการใช้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายสุชาลี กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวทางกรรมาธิการฯ ได้พากันหัวเราะกับคำตอบของนายสุชาลี จากนั้นนายเกียรติ สิทธีอามร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะกมธ. กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมา 4 ปีแล้ว แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ใช่หรือไม่ และนี่เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้คุณต้องปรับราคาแก๊สแอลพีจีขึ้นด้วยใช่หรือไม่
"ครับ แต่ผมไม่ได้บอกว่าการนำเข้าแก๊สเพื่อแก้ปัญหาการลักลอบนำแก๊สบรรจุถังออกนอกประเทศนะครับ แต่เมื่อเกิดปัญหาเราจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น สำหรับปัญหานี้ทางกระทรวงพลังงานได้มีคณะกรรมการติดตามแก้ไขอยู่แล้ว สำหรับเหตุที่ภาคครัวเรือนมีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นนอกจากสาเหตุนี้แล้วยังพบว่า ภาคอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ได้นำแก๊สบรรจุถังไปใช้ในกิจการเพิ่มมากขึ้น อาทิ โรงพยาบาล โรงแรม" นายสุชาลี กล่าวว่า



