ข่าว

'มาร์ค'จับตารมว.พลังงานคนใหม่เชื่อเอื้อนโยบาย'นายใหญ่'

'มาร์ค'จับตารมว.พลังงานคนใหม่เชื่อเอื้อนโยบาย'นายใหญ่'

18 ม.ค. 2555

'อภิสิทธิ์'มึน'ยุทธศักดิ์'ถูกปรับพ้นเก้าอี้รมว.กลาโหม ทั้งที่ประสานกองทัพได้ ลั่นจะจับตารมว.พลังงานคนใหม่ เชื่อจะมาทำงานเอื้อนโยบายนายใหญ่ พร้อมจี้ราชทัณฑ์แจงหลักเกณฑ์ย้ายนักโทษ หวั่นบิดเจตนารมณ์คอป.

                   18 ม.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจากพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็น พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ว่า รู้สึกแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาการสำรวจความนิยมจากประชาชน รมว.กลาโหมอยู่ในลำดับต้นๆ และท่าทีในการทำงานก็ประสานได้กับทุกฝ่าย ซึ่งน่าจะสอดคล้องกับนโยบายปรองดองของรัฐบาล แต่กลายเป็นว่าถูกปรับออกจากตำแหน่ง ดังนั้น จึงต้องดูว่า ที่มีการปรับเปลี่ยนจะมีคำอธิบายอย่างไร เพราะคำอธิบายของนายกรัฐมนตรีมีเพียงแค่ว่า เป็นความลงตัว ดังนั้นจึงต้องถามว่า ลงตัวเรื่องอะไร หรือจะกลายเป็นเรื่องความลงตัวในแง่การเมืองภายในของพรรคและกลุ่มตัวเองเท่านั้น ทั้งนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการมากกว่าคือ ความลงตัวในเรื่องของงานว่า นโยบายที่สมควรจะต้องผลักดันให้เกิดผลจะต้องเดินหน้ามากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องของรายได้ประชาชนและนโยบายที่ขัดชัดเจนกับคำมั่นสัญญาของรัฐบาลนี้ที่ให้ไว้กับประชาชน เช่น เรื่องค่าครองชีพ และพลังงาน จะมีการทบทวนหรือไม่จากการเปลี่ยนตัว รมว.พลังงาน

                   ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปลี่ยนตัว รมว.กลาโหม ที่สามารถเชื่อมประสานกับกองทัพได้เป็นพล.อ.อ.สุกำพล จะทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาล และกองทัพมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กองทัพเป็นเครื่องมือและเป็นส่วนหนึ่งของราชการ ซึ่งต้องสนองนโยบายของราชการและต้องทำงานกับฝ่ายการเมืองได้ แต่ถ้ามีนโยบายให้กองทัพดำเนินการไม่ถูกต้อง ก็คงสนองนโยบายรัฐบาลแบบนี้ไม่ได้ เพราะในที่สุดต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

                   นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ไม่รู้สึกแปลกใจที่มีข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามามีบทบาทในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในการปรับ ครม.ครั้งนี้ แต่สิ่งที่สำคัญ คือ งานและนโยบายจะเดินไปในทิศทางไหน และจะส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างไร ซึ่งการให้นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ ประธานเจ้าหน้าที่คณะผู้บริหารบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) มาเป็นรมว.พลังงานเป็นเรื่องที่ทางพรรคจับตาอยู่แล้ว เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณแสดงเจตนาชัดเจนในการทำธุรกิจพลังงานในประเทศเพื่อนบ้านและกระทรวงพลังงานมีบทบาทในการเข้าไปเจรจาด้วย รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ จึงต้องดูว่ามีประโยชน์มาทับซ้อนหรือไม่

 

“อภิสิทธิ์”จี้ราชทัณฑ์แจงหลักเกณฑ์ย้ายนักโทษ หวั่นบิดเจตนารมณ์คอป.


                   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการย้ายผู้ต้องหาเสื้อแดงไปยังเรือนจำพิเศษที่บางเขน ว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์ควรต้องแจกแจงรายละเอียดว่าการคัดเลือกบุคคลที่ย้ายมามีหลักเกณฑ์อะไร มีความครอบคลุมผู้ที่อยู่ในข่ายเดียวกันหรือไม่ และสอดคล้องกับข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ว่าเป็นไปไปตามเจตนารมณ์ของคอป. เพราะถ้าไม่ทำเช่นนี้ก็จะเกิดความสงสัยว่าเป็นการทำประโยชน์เพื่อกลุ่มและพวกตัวเองมากกว่าหลักการ นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องมีความชัดเจนในเรื่องความแตกต่างของการปฏิบัติต่อบุคคลที่ย้ายมากับบุคคลที่ถูกคุมขังอยู่ที่อื่นด้วยเพื่อไม่ให้มีระบบสองมาตรฐานขึ้นมา

                   นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ยิ่งเฉพาะกรณีที่มีการอ้างแรงจูงใจทางการเมืองที่จะต้องพูดให้ชัดเจนกว่านี้ เพราะหากสร้างความสับสนทุกคนจะอ้างแรงจูงใจทางการเมืองในการทำผิดคดีอาญา อย่างไรก็ตามกรณีการใช้อาวุธยิงวัดพระแก้วหรือการเผาสถานที่ราชการจะนำมาอ้างเรื่องแรงจูงใจทางการเมืองไม่ได้ มิเช่นนั้นคดีก่อการร้ายทั้งหมดก็จะถูกเหมาเป็นเรื่องการเมือง อีกทั้งกลุ่มก่อการร้ายแม้แต่กลุ่มก่อการร้ายสากลก็อ้างเรื่องอุดมการณ์เช่นกัน และกลุ่มนั้นไม่ใช่ทำผิดอาญาตามปกติ จึงไม่ควรนำคนที่ทำผิดในลักษณะนี้มาอ้างในเรื่องแรงจูงใจทางการเมืองแบบเดียวกัน

                    “ กรมราชทัณฑ์ต้องแจกแจงให้ละเอียดและคอป.ต้องแสดงจุดยืนเพื่อทำความกระจ่างว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปตรงกับข้อเสนอของคอป.จริงหรือไม่ และถ้าเป็นไปตามข้อเสนอของคอป. ในส่วนของคอป.เองก็ต้องร่วมรับผิดชอบกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่ตรงรัฐบาลต้องตัดสินใจว่าจะทบทวน เพื่อให้เป็นไปตามข้อเสนอของคอป.หรือไม่เพื่อความโปร่งใส ” นายอภิสิทธิ์กล่าว

                    นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ข้อเสนอของคอป.มีลักษณะผ่อนปรนในบางเรื่องเพื่อประโยชน์ของความปรองดอง แต่ที่ผ่านมาตนเห็นนายคณิต ณ นคร ประธานคอป. ออกมาท้วงติงมาโดยตลอดว่ามีการตีความข้อเสนอของคอป. โดยรัฐบาลที่ไม่ได้ตรงกับเจตนาของคอป. ดังนั้น คอป.ต้องชัดเจนเพราะยังมีงานต้องทำอีกมาก ถ้าปล่อยให้มีการนำข้อเสนอไม่ตรงตามเจตนารมณ์ จะสร้างความรู้สึกที่กระทบจิตใจประชาชนทั้งการแยกการคุมขังไปจนถึงเรื่องการเมืองที่มีการตอบแทนคนเสื้อแดงในตำแหน่งทางการเมืองก็ไม่ใช่การปรองดอง แต่กลายเป็นการตอกย้ำความแตกแยกหรือการมีสองมาตรฐานในสังคม ซึ่งหากคอป.ไม่มีความชัดเจนก็จะทำงานลำบากมากขึ้น และประชาชนที่ไม่ได้ติดตามใกล้ชิดก็จะเข้าใจว่าทุกอย่างที่รัฐบาลทำในขณะนี้เป็นข้อเสนอของคอป. ซึ่งตนหวังว่าคอป.จะไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับรัฐบาล เพราะสุดท้ายคอป.จะไม่ได้การยอมรับจากประชาชน