ข่าว

โพลล์ชี้'ตร.-นักการเมือง'คอร์รัปชั่นมากที่สุด

โพลล์ชี้'ตร.-นักการเมือง'คอร์รัปชั่นมากที่สุด

18 ม.ค. 2555

โพลล์หอการค้า ชี้ปัญหา'คอร์รัปชั่น'แย่ลง กลุ่มอาชีพที่ถูกมองว่ามีภาพคอรัปชั่นมากสุด คือ 'ตำรวจ-นักการเมือง'จี้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหาด่วน

                  18 ม.ค.55 นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ "สถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย " จากผู้ประกอบการเอกชน ข้าราชการ และประชาชน ทั่วประเทศ 2,400 ราย ระหว่างเดือนธันวาคม 2554-มกราคม 2555 พบว่า ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย (Thai CSI) เดือนธันวาคม 2554 อยู่ที่ 3.6 จากเดือนมิถุนายน 2554 อยู่ที่ 3.4 และเดือนธันวาคม 2553 อยู่ที่ 3.5 ซึ่งหมายถึงประเทศไทยยังมีปัญหาคอร์รัปชั่นในระดับรุนแรง และสถานการณ์แย่ลง

                  นอกจากนี้ ผลสำรวจส่วนใหญ่ 74 % เห็นว่า การทุจริตใกล้ตัวและควรเข้าไปร่วมดูแล โดยเห็นด้วยต่อการเลิกการจ่ายสินบนหรือเงินพิเศษ และจะให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสปัญหาการทุจริตมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ เชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพการทำงานในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นของรัฐบาล ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในระดับปานกลาง แต่เชื่อมั่นในภาคเอกชนมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ 81% ยินดีในการมีส่วนร่วม 

                  ทั้งนี้ ผลยังระบุว่า กิจกรรมที่มีโอกาสเกิดคอร์รัปชั่นมากที่สุดคือ ซ่อมและสร้างถนน/สะพาน รองลงมาคือ การซื้ออุปกรณ์ของภาครัฐ การจ่ายเงินชดเชยช่วยน้ำท่วม การชดเชยพันธุ์พืช/สัตว์ การให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ตามนโยบายของรัฐ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐที่มีภาพลักษณ์ในการคอร์รัปชั่นมากที่สุด พบว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ รองลงมา คือ นักการเมือง และนักการเมืองท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ ทั้งกรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมที่ดิน เป็นต้น

                  นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการทำธุรกิจกับภาครัฐ 82.1% ระบุว่ายังต้องจ่ายเงินพิเศษแก่ข้าราชการและนักการเมือง เพื่อให้ได้สัญญา หากประเมินมูลค่าการทุจริตคอร์รัปชั่นจากงบประมาณ และงบลงทุนภาครัฐต่อปี 2 - 3 ล้านล้านบาท  และถูกทุจริต 25 - 30 % คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 1.8 - 2 แสนล้านบาท หรือ 1.6 - 2.1 % ของจีดีพี หรือเป็นมูลค่าต่อปี 10.67 ล้านบาท และหากไม่สามารถลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้ภายใน 5 - 10 ปี รัฐจะสูญเสีย 8 แสนล้านบาทถึง 1 ล้านล้านบาท

                  นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า หากทุกฝ่ายเห็นความสำคัญต่อการลดปัญหาทุจริต และเห็นว่าดัชนีด้านกระแสลดการคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนตื่นตัวมากขึ้น ยังมีแนวโน้มที่ภายใน 3 ปี ความเชื่อถือต่อการปลอดการทุจริตคอร์รัปชั่นจะเพิ่มเป็น 4.6 จากปัจจุบัน 3.6 และขึ้นมาเป็นประเทศที่มีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นดีสุดในอาเซียน เป็นอันดับ 2 แซงหน้าประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย จากปัจจุบันเป็นอันดับ 4 ขณะที่อันดับแรกคือสิงคโปร์

                  นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคเอกชน กล่าวว่า กำลังขอให้ ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลและความคืบหน้าการร้องเรียนปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่ร้องเรียนผ่านภาคเอกชน เพื่อสร้างความเกรงกลัวและเป็นตัวอย่างให้เกิดการลดการทุจริต ซึ่งขณะนี้มีผู้ร้องเรียนถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเข้ามามาก และมีการส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.แล้ว 15 เรื่อง คิดเป็นมูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท ต่อจากนี้เครือข่ายจะเร่งเพิ่มปริมาณเครือข่ายเฝ้าระวังและให้เบาะแสในส่วนภูมิภาค และผลักดันบังคับใช้กฎหมายที่ให้ผู้ประมูลงานรัฐต้องเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่าย และเปิดเผยราคากลางของสัญญา