ข่าว

ศาลอิตาลีสั่งกักบริเวณกัปตันเรือสำราญ

ศาลอิตาลีสั่งกักบริเวณกัปตันเรือสำราญ

18 ม.ค. 2555

ผู้พิพากษาอิตาลีสั่งกักบริเวณกัปตันเรือสำราญ หลังลงเรือหนีขึ้นฝั่ง

                   18 ม.ค.55 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้พิพากษาอิตาลีมีคำสั่งในการไต่สวนนัดแรกเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ให้กักบริเวณ นายฟรานเชสโก้ เชตติโน่ วัย 52 ปี กัปตันเรือสำราญที่ชนเกยโขดหินโสโครกใกล้ชายฝั่งเกาะกิกลิโอ้เมื่อวันศุกร์ ในคดีที่เขาถูกกล่าวหาว่า ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและละทิ้งหน้าที่ในการอพยพผู้โดยสารทั้งหมดลงจากเรือ และหากศาลตัดสินเขามีความผิดจริงอาจต้องโทษจำคุกสูงถึง 15 ปี

                   ขณะเดียวกัน มีการเปิดเผยเทปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง กัปตันเชตติโน่ และยามฝั่งหลังเกิดอุบัติเหตุ บ่งชี้ว่า ยามฝั่งถามซ้ำหลายครั้งว่า เขาได้หนีลงจากเรือไปแล้วหรือไม่ และย้ำหลายครั้งให้เขากลับขึ้นไปบนเรือเพื่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยที่ไปถึงในการอพยพผู้โดยสาร และตรวจดูว่า มีผู้โดยสารจำนวนเท่าไหร่

                   แต่กัปตันเชตติโน่ให้การปฏิเสธว่า เขาไม่ได้ทิ้งเรือ เขาควบคุมเรือในช่วงที่เรือชนเกยหินโสโครกทำให้ตัวเขาตกลงไปในทะเล และไม่สามารถกลับขึ้นไปบนเรือที่เอียงได้ นอกจากนี้ ทนายอ้างว่า หลังเรือชนหินโสโครก กัปตันพยายามบังคับเรือให้เข้าใกล้ฝั่ง ซึ่งทำให้ผู้โดยสารสามารถขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ จากการสอบสวนพบว่า ห้องเครื่องยนต์ถูกน้ำท่วมทำให้เป็นไปได้ยากที่กัปตันจะสามารถบังคับเรือที่หนักถึง 114,500 ตันให้เข้าใกล้ฝั่งได้

                  รายงานยังระบุว่า สาเหตุของการที่เรือสำราญขนาดใหญ่ที่บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 4,200 คนพุ่งชนหินโสโครก เกิดจากกัปตันแล่นเรือเข้าใกล้ชายฝั่งเพื่อเอาใจหัวหน้าบริกรที่มีถิ่นกำเนิดบนเกาะกิกลิโอ้ นอกจากนี้มีผู้โดยสารชาวอิตาลีกว่า 70 คนรวมกันยื่นฟ้องหมู่เรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทเจ้าของเรือคอสต้า กอนกอร์เดีย และผู้รอดชีวิตชาวฝรั่งเศสอีก 5 คนได้ยื่นฟ้องหรือเตรียมยื่นฟ้องเช่นกัน

                   ส่วนความคืบหน้าของการค้นหาผู้สูญหาย กองทัพเรืออิตาลีได้ใช้วิธีระเบิดเรือให้เป็นรู 7 จุดบนตัวเรือ เพื่อให้สามารถเข้าไปค้นหาได้ง่ายขึ้น และพบศพผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มอีก 5 ศพทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 11 รายแล้ว และเหลือผู้สูญหายอีกกว่า 20 คน ขณะที่มีรายงานพยากรณ์อากาศว่าจะมีพายุพัดผ่านเกาะกิกลิโอ้ในวันพฤหัสบดีนี้ ทำให้วิตกว่าเรือที่ตะแคงเอียงกว่า 90 องศาจนด้านหนึ่งจมอยู่ใต้น้ำ จะจมลงไปทั้งลำในที่สุด บริษัทกู้ซากเรือของเนเธอร์แลนด์ได้เริ่มวางแผนเพื่อสูบน้ำมันออกจากเรือก่อนจึงจะสามารถกู้ซากเรือได้