
ปัญหาของช้างสุนัขและคน
ปัญหาของช้างสุนัขและคน : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
เป็นเรื่องสะเทือนใจสำหรับคนที่รักสัตว์ทั่วไปกับกรณีฆ่าโหดช้างป่า ทั้งในรายที่เอางา และในรายที่เอาอวัยวะสำคัญไปประกอบพิธีทางไสยศาสตร์ รวมถึงนำเนื้อช้างไปทำอาหารบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดังที่เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ และตามมาด้วยการลักลอบส่งสุนัขหลายพันตัวไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเป็นอาหารจานเด็ด ความจริงแล้วทั้งเรื่องการฆ่าช้างและส่งสุนัขไปขายนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ซากๆ และเป็นข่าวอยู่เป็นพักๆ แล้วก็เลือนหายไป จนกว่าเมื่อใดที่เกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมาใหม่ก็จะฮือฮากันขึ้นมาอีกครั้ง
ในส่วนของช้างนั้น ปัญหาใหญ่ก็คือที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของคนกับช้างซึ่งมีความขัดแย้งกันมาโดยตลอด ขณะที่คนรุกไล่ผืนป่าหรือที่ดินรกร้างเพื่อทำการเกษตร หรือปลูกสร้างที่พักอาศัยเนื่องจากการขยายตัวของชุมชน ช้างที่ถูกต้อนให้ถอยร่นไปเรื่อยๆ ก็ประสบปัญหาด้านอาหารการกิน จนบางครั้งต้องบุกเข้ามากินพืชไร่ที่คนปลูกไว้ จนคนจำเป็นต้องปกป้องผลผลิตและเกิดความรู้สึกว่าไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกับช้างได้อีกต่อไป สิ่งที่ตามมาก็คือการจัดการกับช้างด้วยวิธีการเด็ดขาด เช่นล้อมรั้วไฟฟ้า หรือยิงช้างให้ตายไปข้างหนึ่ง เมื่อชาวบ้านซึ่งควรจะรักช้างและคอยดูแลช้าง กลายเป็นศัตรูกับช้าง ช้างจะเหลือหรือครับ?
ทางออกทางหนึ่งของปัญหาเรื่องคนกับช้าง ก็คือต้องให้ช้างและคนมีผลประโยชน์ร่วมกัน สมมติถ้าชาวบ้านมีอาชีพปลูกสับปะรด ก็มีองค์กรหรือกองทุนเข้าไปช่วยเหลือเรื่องการปลูก และรับซื้อเพื่อให้ช้างป่ากิน รวมทั้งเปิดฟรีบาร์ให้ช้างสามารถเข้ามากินได้ตลอดเวลา ถ้าทำได้เช่นนี้ คนก็อิ่ม ช้างก็ไม่อด และชาวไร่สับปะรดก็มีหน้าที่ต้องคอยดูแลช้างซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ ไม่ให้ใครมารังแก หรือตัดงา ตัดจู๋
สำหรับสุนัขเป็นประเด็นที่ซับซ้อนกว่า เนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกขณะที่ชาวยุโรปเห็นว่าสุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ (Man’s Best Friend) แต่คนจีน และชนชาติที่รับวัฒนธรรมจากจีนรวมทั้งชาวเขา กลับมองว่าสุนัขเป็นสุดยอดอาหารของมนุษย์ (Man’s Best Food) ทั้งนี้ ก็มาจากความเชื่อว่าเนื้อสุนัขให้ความร้อนแก่ร่างกายดีกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่น คนที่อยู่บนที่สูงซึ่งมีอากาศหนาว หรือคนบางประเทศในฤดูหนาว จึงนิยมบริโภคเนื้อสุนัข โดยคนจีนจะนำเนื้อสุนัขมาตุ๋นกับสมุนไพรตามตำรับโบราณ คนลาวในภาคเหนือจะนำสุนัขมาปิ้งหรือย่าง คนไทยในภาคเหนือและภาคอีสานก็เชื่อว่าเมื่อกินสุนัขจะมีพละกำลังทั้งทางร่างกายและทางเพศ เกาหลีก็เชื่อเรื่องเนื้อสุนัขให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และคนเวียดนามถือว่าสุนัขเป็นอาหารระดับภัตตาคาร
มนุษย์กับสัตว์นั้นอยู่ร่วมกันด้วยผลประโยชน์ เราเลี้ยงวัว ควาย ม้า ลา ไว้ใช้แรงงาน เลี้ยงนกสวยงามเอาไว้ดูเล่นหรือฟังเสียงร้อง เลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ไว้กินเนื้อกินไข่ ซึ่งคนทั้งโลกก็มีความเห็นสอดคล้องต้องกัน แต่พอมาถึงสุนัขกับแมวเรากลับมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และเป็นเรื่องกระอักกระอ่วนอยู่ไม่น้อย สำหรับคนรักสุนัขหากเห็นมันต้องลงไปอยู่ในหม้อตุ๋น ชามแกง หรือปิ้งย่างจุ่มแจ่ว
อย่างไรก็ตาม เราคงจะทำให้การขายและลักลอบส่งสุนัขออกไปนอกประเทศสูญหายไปจากเมืองไทยไม่ได้ ตราบเท่าที่ยังมีความต้องการจากภายนอก และเราก็คงจะตามช่วยสุนัข หรือบริจาคเงินบริจาคอาหารให้สุนัขตลอดไป หรือทุกครั้งที่เป็นข่าวขึ้นมาไม่ได้ รวมทั้งจะอนุญาตให้มีการซื้อขายสุนัขเพื่อส่งออกก็ไม่ได้เช่นกัน
พูดก็พูดเถอะครับ ปัญหาสุนัขนี่แก้ยากกว่าปัญหาช้างเสียด้วยซ้ำไป



