
'เด็จพี่'ชู'ปู'โชว์วุฒิภาวะปรับครม.ชุดใหม่
'พร้อมพงศ์' ชู 'ยิ่งลักษณ์' โชว์วุฒิภาวะหลังทูลเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ไร้ใบสั่ง ติง 'อภิสิทธิ์' อย่าดิสเครดิตรัฐบาลกรณีกลุ่มก่อการร้าย ชี้มีแต่จะทำให้ชาติเสียหาย
17 ม.ค.55 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมได้หารือและสอบถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรี โดยที่ประชุมมองว่าการปรับครม.ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ทั้งๆ ที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ได้เสนอตัวบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจโดยใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว เป็นการปรับเพื่อประโยชน์ของประชาชน มุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชนหลังบริหารมา 4 เดือน การปรับครม.ในทุกรัฐบาลก็เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ไม่ใช่เพื่อตอบแทนกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มการเมืองแต่อย่างใด ซึ่งการปรับครม.ของรัฐบาลนั้นก็ไม่แตกต่างจากสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ออกมาโจมตีรัฐบาลถึงกรณีกลุ่มก่อการร้ายที่เข้ามาในประเทศไทยว่า นายอภิสิทธิ์เองก็ต้องระวังการให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ด้วย เพราะการออกมาพูดนั้นอาจจะกระทบถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลนั้นมีการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ อยู่ตลอด นายอภิสิทธิ์ในฐานะที่เคยเป็นผู้นำของประเทศก็น่าจะมีการตักเตือนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า อย่าออกมาพูดดิสเครดิตรัฐบาล เพราะยิ่งจะทำให้ประเทศเสียหาย อย่างไรก็ตาม จากราคาของตลาดหลักทรัพย์ในวันนี้ที่มีการซื้อขายสูงขึ้นนั้น แสดงให้เห็นว่าการปรับครม.ครั้งนี้น่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมส.ส.พรรคยังมีการสอบถามความคืบหน้าของกองทุนพัฒนาเพื่อสตรี จังหวัดละ 100 ล้านบาทตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้ด้วย เพื่อนำเงินในกองทุนไปพัฒนาการส่งเสริมรายได้ให้กับสตรีทั่วประเทศ โดยฝ่ายบริหารได้ชี้แจงว่า จะมีความชัดเจนมีการวางโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งไม่น่าจะเกินวันที่ 8 มีนาคม นอกจากนี้ ที่ประชุมส.ส.พรรคยังได้สอบถามถึงนโยบายรับจำนำข้าวและเรื่องราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำด้วย โดยเฉพาะราคายางพาราในภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคอีสาน ที่จะมีการรวมตัวกันของเกษตรกรมาเรียกร้องรัฐบาลนั้น ส.ส.ต่างกังวลและขอให้รัฐมนตรีช่วยชี้แจงกับประชาชนถึงการกระตุ้นราคาพืชผลการเกษตรให้สูงขึ้นด้วย



