
สุดสบายนักโทษการเมืองย้ายเข้าหลักสี่
ย้ายแล้ว 47 นักโทษการเมืองเข้าเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ตะลึงสวมเสื้อแดงสกรีนข้อความ ยิ่งลักษณ์ เบอร์ 1 โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม โผล่ร่วมสังเกตการณ์ ก่อนเข้าพบ เฉลิม เพื่อหารือคดีเสื้อแดง ราชทัณฑ์ดูแลนักโทษกินอิ่ม นอนสบาย ให้เยี่ยมวันละครึ่งชั่วโมง ผู้ค
ผู้สื่อวข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 ม.ค. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมราชทัณฑ์ พร้อมอาวุธครบมือ ได้นำตัวผู้ต้องขังคดีที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองชุดแรกจำนวน 47 คน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง เข้ามาคุมขังในเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องขังชาย 46 คน และผู้ต้องขังหญิง 1 คน โดยผู้ต้องขังทั้งหมดถูกนำตัวมาส่งที่เรือนจำโดยรถบัสของเรือนจำ และมีรถเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษของราชทัณฑ์พร้อมอาวุธอารักขารถขนนักโทษอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ต้องขังนปช.ไม่ได้สวมชุดผู้ต้องขัง แต่สวมเสื้อแดงสกรีนข้อความ “ยิ่งลักษณ์ เบอร์ 1” และเสื้อที่สกรีนภาพหรือข้อความในกิจกรรมการชุมนุมของคนเสื้อแดง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับบรรยากาศการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังได้มีแนวร่วมคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) นำผลไม้มาเป็นของเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ต้องขัง โดยญาติผู้ต้องขังและคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับนักโทษต่างสวมเสื้อสีแดง ทันทีที่รถบัสเคลื่อนตัวมาถึงเรือนจำ คนเสื้อแดงต่างตะโกนโห่ร้องแสดงความดีใจ ในขณะที่ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ซึ่งสวมใส่เสื้อสีแดงมีสีหน้าดีใจและโบกมือให้กลุ่มที่มาให้กำลังใจ ทั้งนี้นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ด้วย
พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยในการย้ายผู้ต้องขัง กล่าวว่า ในส่วนที่เคลื่อนย้ายวันที่ 17 ม.ค.นี้ถือเป็นชุดแรก ส่วนผู้ต้องขังชุดต่อไปจะพิจารณาเพิ่มเติมถึงคดีที่มูลเหตุจากความขัดแย้งทางการเมืองในส่วนคดีพิเศษที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ด้วย
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นผู้ต้องขังที่กระทำความผิดมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น คณะกรรมการกรมราชทัณฑ์มีมติให้ส่งความเห็นและรายชื่อของผู้ต้องขังคดีดังกล่าวไปให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.)พิจารณาให้ความเห็นกลับมาว่าผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายได้รับสิทธิในการย้ายไปคุมขังในเรือนจำชั่วคราวหลักสี่หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้คอป.เคยให้ข้อเสนอครอบคลุมถึงกลุ่มดังกล่าวด้วย โดยขณะนี้ยังอยู่ในช่วงรอการตอบกลับจากคอป.
พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวอีกว่า เรือนจำชั่วคราวหลักสี่มีความแตกต่างจากเรือนจำทั่วไปตรงที่ต้องอยู่ในอาคารที่มีเฉพาะเรือนนอนและพื้นที่เยี่ยมญาติ ไม่มีพื้นที่สาธารณะ โดยจะมีการสอบถามความสมัครใจของผู้ที่อยู่ในข่ายย้ายเรือนจำภายใต้หลักเกณฑ์สำคัญคือต้องเป็นผู้ต้องขังคดีความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549
นายโรเบิร์ต กล่าวว่า การเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้เพื่อมาติดตามความคืบหน้าคดีคนเสื้อแดง พร้อมแจ้งความคืบหน้าสิ่งที่ได้ดำเนินการไปเกี่ยวกับการยื่นฟ้องศาลโลก และในวันที่18 ม.ค. นี้ ตนจะเดินทางไปพบร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ของคดีเสื้อแดง โดยเฉพาะแนวทางการดำเนินการของรัฐบาลกับกลุ่มเสื้อแดง ส่วนการย้ายผู้ต้องขังคดีที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองมาคุมขังในเรือนจำเฉพาะนั้นมอว่าเป็นสิ่งที่ดี และถูกถือว่าทำถูกต้องแล้วที่แยกผู้ต้องขังกลุ่มนี้ออกมา
ขณะที่นางธิดา กล่าวเรียกร้องให้นำตัวนักโทษนปช.ที่ยังเหลืออยู่ 57 คน ในคดีต่างๆ รวมถึงคดีความผิดตามมาตรา 112 มาควบคุมตัวรวมกันเพื่อเป็นการแยกผู้ต้องขังคดีการเมืองออกจากผู้ต้องขังทั่วไป พร้อมทั้งเห็นว่าเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ไม่ได้มีความแตกต่างจากเรือนจำอื่นๆแต่อย่างใด
ราชทัณฑ์ดูแลนักโทษกินอิ่ม-นอนสบาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือนจำชั่วคราวหลักสี่อนุญาตให้มีการเยี่ยมผู้ต้องขังได้มากกว่าปกติคือจาก 15 นาที เพิ่มเป็น 30 นาที เนื่องจากผู้ต้องขังมีจำนวนน้อย สำหรับตารางกิจกรรมที่เรือนจำฯจัดให้ผู้ต้องขังคือ ตื่นเวลา 06.00 น. รับประทานอาหารเช้า 07.00 น. เคารพธงชาติ 08.00 น. หลังเคารพธงชาติจะฝึกระเบียบแถว หลังรับประทานอาหารเที่ยงเป็นการพักผ่อนตามอัธยาศัย บันเทิง นันทนาการ รับประทานอาหารเย็น 14.30 น. และขึ้นเรือนนอนเวลา 15.30 น. ในกรณีวันหยุดราชการ จะไม่มีฝึกระเบียบแถว และปล่อยให้เป็นเวลาพักผ่อนตลอดทั้งวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าผู้ต้องขังชุดแรกที่ย้ายมาควบคุมในเรือนจำมีทั้งสิ้น 47 คน โดยมีผู้ต้องขังคดีขัดแย้งทางการเมืองที่สำคัญเช่น ข.ช.ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม ผู้ต้องขังในคดียิงอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหม ข.ช.เอนก สิงห์ขุนทด ผู้ต้องขังคดีวางระเบิกข้างพรรคภูมิใจไทย และข.ญ.ปัทมา มูลมิล ผู้ต้องขังคดีวางเพลิงศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นผู้ต้องขังหญิงพียงคนเดียวที่ถูกย้ายมาคุมขังในเรือนจำดังกล่าว โดยทางเรือนจำมีความเป็นห่วงข.ญ.ปัทมา ที่เป็นผู้ต้องขังหญิงเพียงคนเดียวจึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิง 2 คน มาประจำการดูแล
แหล่งข่าวกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมราชทัณฑ์กำลังรอคำตอบจากคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) อยู่ระหว่างรอคำตอบจากคอป. เกี่ยวกับการพิจารณาให้ผู้ต้องขังคดีความผิดมาตรา 112 เช่น ข.ช.สุรชัย แซ่ด่าน ,ข.ช.สมยศ พฤกษาเกษมสุข ,ข.ญ.ดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล ,ข.ช.เลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ หรือโจ การ์ดอน และข.ช.อำพล ตั้งนพกุง หรืออากง อยู่ในข่ายต้องย้ายที่คุมขังหรือไม่



