ข่าว

'ส.ว.'อัด'รัฐ'ปรับครม.เอื้อประโยชน์การเมือง

'ส.ว.'อัด'รัฐ'ปรับครม.เอื้อประโยชน์การเมือง

17 ม.ค. 2555

'ส.ว.' อัด 'รัฐบาล' ปรับครม.รอบใหม่ เอื้อประโยชน์ทางการเมือง-ธุรกิจ มากกว่าแก้วิกฤติชาติ ชี้ 'ณัฐวุฒิ' มีคดีก่อการร้ายติดตัว ไม่เหมาะถูกส่งชื่อทูลเกล้าฯ ด้าน 'สมชาย' เชื่อตั้ง 'สุกำพล' ให้มาล้วงลูกโผทหาร

              17 ม.ค.55 หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีที่ได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่แล้วนั้น ทางสมาชิกวุฒิสภาได้แสดงความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว และมองในภาพรวมของการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รอบใหม่ว่า เป็นการปรับเพื่อต่างตอบแทนผลประโยชน์ทางการเมืองและทางธุรกิจเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ปรับเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับรัฐบาลหรือเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ โดย นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ภาพลักษณ์ของครม. ที่ได้ปรับเปลี่ยนใหม่นั้น ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือเพื่อหน้าตาของประเทศ แต่เพื่อเป็นการกระชับอำนาจ, ให้คนที่ใกล้ชิดได้เข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งที่สำคัญ และเพื่อต่างตอบแทนผลประโยชน์เท่านั้น

              นายวันชัย กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ที่มีชื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้นายณัฐวุฒิมีคดีก่อการร้ายติดตัวอยู่ ถือว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำรายชื่อของบุคคลที่เปื้อน และมีมลทิน ทูลเกล้าฯ ถึงแม้ว่าในทางกฎหมาย ที่ศาลยังไม่พิพากษาจนถึงที่สุด ทำให้นายณัฐวุฒิจะสามารถดำรงตำแหน่งได้ก็ตาม

              “การพิจารณาแต่งตั้งบุคคลใดนั้น นอกจากจะดูเรื่องของกฎหมายแล้ว สมควรดูเรื่องความเหมาะหรือไม่เหมาะสมด้วย สำหรับนายณัฐวุฒิ หรือบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแทน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล แม้จะไม่มีความรู้หรือความสามารถในงานที่ได้รับมอบหมาย หรือไม่มีผลงานที่เป็นประจักษ์กับสังคม ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาคนพวกนี้เป็นเพียงนอมินีของคนที่อยู่เบื้องหลังเท่านั้น” นายวันชัย กล่าว

              ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า โฉมหน้าของ ครม.ชุดใหม่ ขัดกับความรู้สึกของประชาชน โดยเฉพาะแกนนำคนเสื้อแดงที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่สังคมได้ตั้งคำถามว่า ในอนาคตอาจกลายเป็นประเพณี ที่แกนนำมวลชนเคลื่อนไหวบนถนน กลับได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินและประชาชนอีก 64 ล้านคน

              “การให้ประโยชน์ต่างตอบแทน และระบบอุปถัมภ์แบบนี้ จะกลายเป็นปัญหากับสังคมไทยอย่างมากในอนาคต ทั้งนี้ความเป็นจริงนายกฯ ที่ถือว่าเป็นผู้อ่อนในงานบริหาร ควรแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้และความสามารถเข้ามาบริหารและแก้ไขปัญหา ในอนาคตเชื่อว่าประเทศไทยจะประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจอย่างแน่นอน หลังจากที่ประกาศโครงการที่ใช้เงินมหาศาล แต่ภาพที่เป็นกลับไม่ตอบโจทย์ใดๆ ให้กับประเทศเลย” นายสมชาย กล่าว

              นายสมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับการปรับ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แทน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา นั้น เชื่อว่ารัฐบาลต้องการให้พล.อ.อ.สุกำพล เข้าไปมีบทบาทต่อการโยกย้ายนายทหารระดับสูง เพราะบุคลิกของพล.อ.อ.สุกำพลนั้นเป็นบุคคลที่แข็งกร้าวกว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ มาก ซึ่งตนกังวลว่าหากเป็นเช่นนั้นอาจจะกลายเป็นชนวนที่สร้างความไม่พอใจในเหล่าทัพและอาจนำไปสู่การปฏิวัติได้อีกรอบ