
เร่งขุดคลองช่วยผู้เลี้ยงปลากระชัง
เกษตรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง 75 รายเดือดร้อนปลาตาย เหตุระดับน้ำในคลองลดเนื่องจากลมพัดทรายปิดปากคลอง ทำให้เกิดน้ำไม่ไหลเวียนและมีน้ำเสีย ด้านนายกเทศมนตรีเมืองนราฯ เร่งช่วยเหลือ ส่งเครื่องจักรกลหนัก ขุดลอกคลองโคกเคียง
17 ม.ค.55 เกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชัง อ.เมือง จ.นราธิวาส ชาวประมงเดือดร้อนหนักหลังลมกรรโชกแรงพัดทรายปิดทางน้ำ ปลาที่เลี้ยงในกระชังทยอยตายจำนวนมาก ซึ่งก่อนหน้านี้นับเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ที่ชาวประมงในหมู่บ้านบาเละฮิเล และชาวประมงพื้นบ้านในหมู่บ้านโคกเคียน อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส ประสบปัญหาคลื่นซัดทรายบริเวณหาดนราทัศน์ปิดคลองโคกเคียนเป็นระยะทางประมาณ 300 เมตร กว้างประมาณ 5 เมตร ที่บริเวณปลายหาดนราทัศน์ ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงปลาในกระชัง และออกหาปลาได้
นายโมฮำมัด อุมา ตัวแทนกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านบาเละฮิเล บอกว่า ปัญหาคลื่นซัดทรายปิดคลองโคกเคียนได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูมรสุมนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 เป็นต้นมา จนกระทั่งทรายได้ทับถมเป็นสันเขื่อนปิดคลองในช่วงปลายเดือนธันวาคม ทำให้ชาวประมงที่เลี้ยงปลาในกระชังจำนวน 75 คน มีประชังประมาณ 1,200 กระชัง ส่วนใหญ่เลี้ยงปลากะพง ปลาเก๋า และปลาทับทิมเดือดร้อน เพราะปลาค่อย ๆ ทยอยตายเนื่องจากน้ำไม่ไหลเวียน ค่า ph และออกซิเจน ในน้ำลดลง และน้ำเริ่มเน่าเสีย ในส่วนชาวประมงพื้นบ้านที่บ้านโคกเคียนก็ไม่สามารถนำเรือออกหาปลาได้ เนื่องจากสันทรายได้ปิดเส้นทางเดินเรือ
ต่อมาเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 17 มกราคม 55 นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส ได้นำเจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองนราธิวาสได้นำรถแบคโฮจำนวน 2 คัน ไปขุดลอกสันทรายที่ปิดคลองโคกเคียนเพื่อเป็นการเปิดร่องน้ำ ทั้งนี้เพื่อให้น้ำในคลองโคกเคียนได้ไหลเวียนระหว่างน้ำทะเล ซึ่งเป็นการปรับสภาพน้ำตามธรรมชาติให้เหมาะสำหรับการเลี้ยงปลาในกระชัง และชาวประมงพื้นบ้านสามารถนำเรือออกหาปลาได้
นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส กล่าวว่า การขุดลอกคลองในระยะแรกนี้ ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน จะแล้วเสร็จ ซึ่ง เป็นการบรรเทาความเดือนร้อนของชาวประมงพื้นบ้านในเบื้องต้น และต้องเร่งทำเนื่องจากเกรงว่าจะมีมรสุมเข้ามาอีก ก่อนหน้านี้ทางเทศบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้ามาศึกษาปัญหา แต่การดำเนินการช่วยเหลือและเปิดเส้นทางน้ำทำได้ยากลำบากเนื่องจากกระแสคลื่นลมที่มีกำลังแรง
และเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้มาดูสภาพคลอง และรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงแล้ว พร้อมได้สั่งการให้มีการจัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว ซึ่งจะต้องมีการศึกษารายละเอียดและร่วมมือกันหลายฝ่ายต่อไป



