ข่าว

'อภิสิทธิ์'ข้องใจ'นายกฯ'ปรับครม.

'อภิสิทธิ์'ข้องใจ'นายกฯ'ปรับครม.

17 ม.ค. 2555

'มาร์ค' ข้องใจ 'นายกฯ' ปรับครม.ถึง 16 ตำแหน่ง ทั้งที่ทำงานได้แค่ 6 เดือน หวั่น 'รัฐ' ตอบแทนบุญคุณ 'เสื้อแดง' แนะทำงานเชิงรุก โน้ม 'สหรัฐฯ' ยกเลิกคำเตือนมาไทย

              17 ม.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรว่า มีข่าวลักษณะดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจในแง่มุมนั้น แต่ก็ต้องตั้งคำถามว่าหากมีการปรับเก้าอี้ถึง 16 ตำแหน่ง ด้วยเหตุผลอะไร เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่า 6 เดือนที่ผ่านมานั้น รัฐมนตรีที่ถูกปรับออกทำงานไม่เข้าเป้าหรืออย่างไร หรือเป็นเพียงการหมุนเวียน สลับสับเปลี่ยนให้คนได้มาดำรงตำแหน่งกัน อันนี้คงเป็นประเด็นที่ต้องถามว่านายกฯ คิดอย่างไร ในการที่จะปรับ ครม.ถึงครึ่งหนึ่ง หลังจากที่เริ่มงานมา 6 เดือน ซึ่งถือว่า เป็นเวลาไม่มาก

              นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าถามหลายๆ คน ก็บอกแบบเดียวกันว่านโยบายของรัฐบาลนั้นไม่คืบหน้าอย่างที่เคยสัญญาเอาไว้หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องรายได้ แล้วก็ที่ร้ายที่สุดคือนโยบายที่เกี่ยวกับค่าครองชีพ ก็คงจะไม่ดำเนินการ ซ้ำยังกลับกลายเป็นสวนทางโดยสิ้นเชิง ทั้งเรื่องราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ และถ้าจะปรับตัวรัฐมนตรีออกเพราะงานตรงนี้ไม่เดินก็คงต้องอธิบายกัน แต่ถ้าบอกว่าเป็นการสลับสับเปลี่ยนเพราะว่าเปิดโอกาสให้คนนั้นคนนี้ก็ถือว่าแปลก เพราะหลายกระทรวงเป็นกระทรวงซึ่งไม่ใช่งานง่ายๆ หลายคนบอกว่า ต้องใช้เวลาในการเข้าไปเริ่มต้นศึกษา ดังนั้นข่าวการปรับ ครม.ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดคำถามว่า นโยบายที่เดินมาตามแนวทางของ รมว.คนก่อนนั้นจะต่อเนื่องหรือไม่ และทั้งหมดก็ต้องให้นายกฯ เป็นคนอธิบาย

 

หวั่น 'รัฐ' ตอบแทนบุญคุณ 'เสื้อแดง'

              ส่วนข้อสังเกตุถึงการตอบแทนรายชื่อกลุ่มทุนกับกลุ่มคนเสื้อแดงให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น่าเป็นห่วง เพราะจะเป็นการส่งสัญญาณว่าเมื่อใครทำอะไรแรงๆ สะใจสนับสนุน ก็จะได้รางวัลตอบแทน ซึ่งเป็นเรื่องไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ขณะที่เรื่องกลุ่มทุนก็น่าสนใจ และกระทรวงที่ควรจับตามากก็คือกระทรวงพลังงาน เพราะมีประเด็นที่กำลังมีการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านทั้งทางตะวันตก - ตะวันออก และต้องดูว่ามีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

 

แนะ'รัฐ'ทำงานเชิงรุก โน้ม'สหรัฐฯ'ยกเลิกคำเตือนมาไทย

              สำหรับกรณีที่สหรัฐฯ ยังไม่ถอนคำเตือนเรื่องก่อการร้ายในไทยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องรุกกับทางสหรัฐฯ เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติการต่าง ๆ ของทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเป็นไปได้ด้วยดีแล้วในลักษณะซึ่งขจัดหรือป้องกันปัญหาได้แล้ว และควรปรึกษาว่าในอนาคตหากจะมีการเตือนทำนองนี้อีก ควรจะมีการตรวจสอบ และสอบทานข้อมูลกับคนที่ทำงานก่อน มิเช่นนั้นความเสียหายจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย

              “จนถึงวันนี้ยังมีความสับสนว่ายังหาข้อยุติตรงกันไม่ได้ ระหว่างสิ่งที่ทางการไทยพยายามยืนยันกับคำเตือนของทางสหรัฐฯ อันเป็นจุดเริ่มต้นของข่าวสารที่ประชาชนรับทราบเรื่องนี้ โดยลักษณะการประสานงานการได้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการกระทำผิดกฎหมายข้ามชาติซึ่งไม่ได้มีเฉพาะก่อการร้าย แต่มีเรื่องการค้ามนุษย์ เรื่องยาเสพติด ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการ ดังนั้นการเข้าไปขยายผลในเรื่องการก่อการร้าย หรือการเตรียมการ หรือการประกอบอุปกรณ์ต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว