
'กุญแจ3ดอก'ไขปมก่อการร้าย
'กุญแจ3ดอก' ไข...โกดังซุกปุ๋ยยูเรีย : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
เบื้องหลังการค้นพบสารประกอบระเบิดจำนวนมากนั้น สืบเนื่องมาจากการควบคุมตัว "อัตริส ฮุสเซน" ชาวเลบานอน อายุ 48 ปี เมื่อตอนหัวค่ำของวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ระหว่างการควบคุมตัวได้ตรวจค้นตามร่างกายและกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องสงสัย ซึ่งตรวจพบสิ่งของต้องสงสัย คือ เมมโมรี่การ์ด และใบโบรชัวร์พัดลมยี่ห้อหนึ่ง ก่อนนำตัวมาสอบสวนต่อที่กองกำกับการปฏิบัติการสายตรวจพิเศษ (191) ต่อเนื่องจนถึงกลางดึกวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา โดยที่ นายอุสเซน ไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวนมากนัก หลังจากเจ้าหน้าที่อิสราเอลประจำประเทศไทย รวมถึงหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายของอิสราเอล สลับหมุนเวียนเข้าไปสอบสวนตลอดเวลา
"เห็นเจ้าหน้าที่ของอิสราเอลสลับสับเปลี่ยนเข้าไปสอบสวนผู้ต้องสงสัยรายนี้ตลอดเวลา ซึ่งก็เป็นการสอบสวนปกติ ไม่มีการกระทำใดๆ ต่อตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ แต่ก็เห็นผู้ต้องสงสัยรายนี้แสดงอาการเครียด บางครั้งก็ร้องไห้" แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยที่ยืนเฝ้าอยู่สังเกตการณ์อยู่ บอก
การสอบสวนนายฮุสเซน ยังถูกดำเนินการต่อเนื่อง...พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.สตร.บก.สปพ.พร้อมทีมงานได้ตรวจกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องสงสัยอีกครั้ง หลังจากตรวจสอบครั้งแรกที่สนามบินสุวรรณภูมิมาแล้ว จนกระทั่งพบสิ่งของบางอย่างที่น่าสงสัย คือ กุญแจ 3 ดอก, ใบโบรชัวร์ยี่ห้อพัดลมยี่ห้อหนึ่ง และนามบัตรใบหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลชาวไทยคนหนึ่ง ทำงานเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าทางทะเล หรือ "ชิปปิ้ง" บริษัทหนึ่ง ตั้งอยู่ย่านประตูน้ำ กรุงเทพฯ
จากการตรวจสอบสิ่งของทั้ง 3 สิ่งนี้ พ.ต.อ.วิวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งของเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร? เพราะแม้ว่านายอุสเซนเคยเข้าออกประเทศไทย 12 ครั้ง และเคยพักอยู่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง ก็ไม่น่าจะมีลูกกุญแจดังกล่าว รวมถึงการเข้าพักในโรงแรมก็ไม่น่าจะมีใบโบรชัวร์ และนามบัตรดังกล่าว และก่อนที่ผู้ต้องสงสัยจะถูกควบคุมตัวที่สนามบิน ได้ถือกระเป๋าและลากกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ โดยที่ยังไม่มีการเช็กอิน ที่สายการบินเอติฮัด แต่อย่างใด
ดังนั้น พ.ต.อ.วิวัฒน์ จึงสอบถามข้อมูลไปยังเจ้าของนามบัตรดังกล่าวได้ข้อความสรุปว่า นายอุสเซน ได้ว่าจ้างให้ส่งพัดลมจำนวนมากหลายครั้งแล้วไปยังประเทศลิเบีย และประเทศอาเซอร์ไบจาน โดยให้ไปรับพัดลมที่สถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งจดจำสถานที่ไม่ได้ชัดเจน ซึ่งอยู่ย่านมหาชัย จ.สมุทรสาคร เมื่อได้ข้อมูลดังกล่าว จึงนำหลักฐานที่ตรวจพบในกระเป๋าเดินทางไปวางต่อหน้านายฮุสเซน คือ กุญแจ 3 ดอก ใบโบรโชว์พัดลม และ นามบัตร พร้อมทั้งสอบสวน ด้วยการใช้เทคนิคเอาน้ำเย็นเข้าลูบ โดยอ้างอิงพยานหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า เพียงไม่นานนัก นายอุสเซนยอมรับสารภาพว่า ได้มีการสั่งซื้อพัดลมจำนวนมากจริง และมีการเก็บพัดลมไว้ที่อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นริมถนนพระราม 2 เลขที่ 52/15 ม.2 ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
พ.ต.อ.วิวัฒน์ จึงควบคุมตัวนายฮุสเซนพาไปยังอาคารพาณิชย์ดังกล่าว เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็สร้างความตกตะลึงให้ชุดสืบสวนสอบสวน เพราะไม่ได้มีแค่พัดลมเกือบ 400 ตัวเท่านั้น แต่ยังพบปุ๋ยยูเรียกว่า 4,000 กิโลกรัม และแอมโมเนียไนเตรดรวม 260 ลิตร ซึ่งสารที่พบเป็นสารประกอบระเบิด!!
"จากการสอบสวนผู้ต้องสงสัย รับสารภาพว่าเดินทางเข้ามาประเทศไทยหลายครั้ง และตระเวนหาซื้อสิ่งของที่พบตั้งแต่ต้นปี 2553 แล้วทยอยส่งบริษัทชิปปิ้ง เพื่อเดินทางไปยังประเทศยังประเทศลิเบีย และประเทศอาเซอร์ไบจาน และจากการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ค่อนข้างชัดเจนว่านายอุสเซน ไม่น่าจะมีแผนการก่อการร้ายในประเทศไทย แต่เป็นคนที่รับจ้างประกอบวัตถุระเบิด หากได้รับการว่าจ้างจากกลุ่มการร้ายต่างๆ เพื่อนำสารประกอบระเบิดประกอบเข้ากับพัดลม" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนสอบสวน ระบุ
...............
(หมายเหตุ : 'กุญแจ3ดอก' ไข...โกดังซุกปุ๋ยยูเรีย : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)



