ข่าว

เมื่อไหร่ประชาชนจะเป็นผู้กุมและจัดโผครม.ได้เอง

เมื่อไหร่ประชาชนจะเป็นผู้กุมและจัดโผครม.ได้เอง

17 ม.ค. 2555

เมื่อไหร่ประชาชนจะเป็นผู้กุมและจัดโผครม.ได้เอง : ประชาธิปไตยฯที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

              ความจริงจะไม่เขียนเรื่องนี้แล้วครับ เพราะเขียนไปเยอะแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ เพราะกระแสการปรับ ครม.นั้นก็ยังมาแรงอยู่
 
              วันนี้ก็เลยมาลองคิดดูว่าเรื่องหลักๆ ในเรื่องของการปรับ ครม.นั้น ก็คือสิ่งที่เราเรียกว่า สภาวะความแปลกแยกของสังคมที่มีต่อเรื่องของการปรับ ครม.
 
              คำว่าสภาวะแปลกแยกหมายถึง สภาวะที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งที่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากเราเอง แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ แถมบางทียังรู้สึกว่าสิ่งนั้นมีอำนาจเหนือเรา
 
              กรณีของ ครม.นี่แหละครับเป็นเรื่องใหญ่ที่ผมคิดว่าเป็นความจำเป็นในการอยู่รอดของระบอบการเมืองแบบรัฐสภา
 
              ทั้งนี้เพราะเรื่องบางเรื่องเราค่อนข้างชัดเจน คือสภาก็มาจากการเลือกตั้ง ที่เรารู้ว่าใครแข่งกับใคร แม้ว่าคนที่เลือกจะไม่ได้ แต่เราก็รู้ว่าคนที่เราไม่ได้เลือกเป็นใครตั้งแต่แรก
 
              หรือในกรณีของฝ่ายบริหาร คือนายกรัฐมนตรี เราก็ชัดเจนมาตั้งแต่แรกว่าใครเป็นใคร เราเลือกใครและเราไม่เลือกใคร และใครแข่งกับใคร
 
              เห็นจะมีแต่ตัว ครม.นี่แหละครับ ที่ไม่ค่อยรู้ว่าเป็นใคร แล้วก็มักจะมีผลทำให้ความนิยมของรัฐบาลและตัวระบอบเองมีปัญหาตั้งแต่ต้น
 
              หากลองมาคิดดีๆ เราคงมีรูปแบบของ ครม.นับตั้งแต่ในอดีตอยู่หลายรูปแบบ
 
              เริ่มจากแบบที่เราไม่สามารถเกี่ยวข้องได้เลย เพราะเป็นการตั้งในยุคเผด็จการ
 
              หรือแบบที่มีการประนีประนอมกันคนละครึ่งเช่นยุคครึ่งใบ คือทหารกุมตำแหน่งหลักเอาไว้เอง แล้วให้นักการเมืองมีที่ทางบ้างในกระทรวงที่ไม่ใช่กระทรวงหลัก
 
              หรือไม่ก็เป็นไปในแบบที่ผ่านมาในอดีต คือเป็นเรื่องของมุ้งของพวกในแต่ละพรรค
 
              ทีนี้เรื่องที่มันพอจะดูมีความหวังมาบ้างในช่วงที่แล้วมาก็คือ การตั้ง ครม.ในยุคหลังรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมา ที่มีร่องรอยที่สำคัญก็คือการเสนอเรื่องของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งโดยความเข้าใจทั่วไปนั้น หนึ่งในความสำคัญของ ส.สบัญชีรายชื่อก็คือการเสนอชื่อผู้ที่จะมีโอกาสได้เป็น ครม. เมื่อมีการตั้งรัฐบาล
 
              แต่ทีเกิดขึ้นจริงเราก็พบว่าพัฒนาการการเมืองไทยหลังจากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมานั้นก็ไม่ได้เป็นไปในลักษณะนั้นอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในยุคของคุณทักษิณเอง ที่แม้ว่าจะพอมีลักษณะอย่างนั้นอยู่บ้าง แต่การตั้งคนนอกก็ยังพอมีอยู่บ้าง แต่พูดกันตรงๆ ก็คือบารมีของคุณทักษิณเองก็ได้กลบแสงแห่งความหวังของการตั้ง ครม.มาจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด อันเนื่องมาจากการถูกมองว่าเรื่องราวสุดท้ายก็ต้องขึ้นกับการเคาะจากนายใหญ่
 
              หรือแม้ในยุคของคุณอภิสิทธิ์เอง ก็ยังคงติดขัดในเรื่องของการต้องประนีประนอมอำนาจกับพรรคอื่นๆ ที่เป็นพรรคร่วมอยู่ดี และไม่ว่าพรรคเหล่านั้นจะตั้งคนจากบัญชีรายชื่อหรือไม่ก็ตาม ด้วยว่าพรรคเล็กๆ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คะแนนเสียงจากทั้งประเทศอยู่ดี
 
              มาจนถึงวันนี้ ข่าวการปรับ ครม.ก็กลายเป็นเรื่องของการเคาะจากนายใหญ่ ทั้งที่กระบวนการเรื่องการปรับ ครม.นั้นน่าจะมีได้หลายลักษณะ
 
              อาทิการมีกลไกจากในพรรคนั้นเอง ที่มากไปกว่าการเคาะจากนายใหญ่ อาทิ การประเมินจากภายในของสมาชิกพรรคที่มีทั้งประเทศ หรือการที่พรรคเพื่อไทยเองจะสามารถได้รับเสียสนับสนุนมากขึ้นจากคนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคโดยการไปทำโพลล์สอบถามประชาชน
 
              หรือแม้กระทั่งการที่รัฐบาลจะตั้งระบบประเมินผลรัฐมนตรีต่างๆ ที่เป็นธรรมทั้งกับตัว ครม. และรัฐมนตรี
 
              ถ้าเรื่องแบบนี้ไม่ขยับ สังคมไทยก็คงจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ และก็คงเป็นสังคมที่สื่อมีอำนาจในการกำหนดประเด็นในการหาแหล่งข่าวออกมาตีพิมพ์มากกว่าการยกระดับการควบคุมกำกับและติดตามตรวจสอบ ครม.จากประชาชนครับผม
 
              จะมีอีก ครม.สัญจรก็ไม่ช่วยหรอกครับ