ข่าว

ถล่มรบ.'ชักศึกเข้าบ้าน'ตีข่าวก่อการร้าย

ถล่มรบ.'ชักศึกเข้าบ้าน'ตีข่าวก่อการร้าย

16 ม.ค. 2555

นักวิชาการถล่มรัฐบาล “ชักศึกเข้าบ้าน” ตีข่าวจัฮิซบอลเลาะห์จ้องก่อการร้ายไทย ชี้งานความมั่นคงอ่อนหัดพาชาติเข้าสู่ความขัดแย้ง กต.เชื่อรับมือได้ ปัดข่าว "สวีเดน" ขอตัวผู้ต้องสงสัยชาวเลบานอน เผยยังไม่มีประเทศใดถอนคำเตือน

                  16ม.ค.2555 รศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้สัมภาษณ์รายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” FM 97.0 ว่า การออกมาเตือนของสหรัฐฯน่าจะมาจากการได้รับทราบข่าวสารว่ามีการเดินทางเข้ามาของกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของสถานทูตที่จะต้องเตือนพลเมืองของเขา ถ้าเกิดเหตุรุนแรงขึ้นแล้วไม่เตือนก็จะถูกตำหนิ

                  แต่อย่าลืมว่าคนที่ยืนยันว่าเมืองไทยจะมีการก่อการร้ายและทำให้สถานการณ์ลุกลาม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ที่ออกมาพูดว่าจะมีการก่อการร้ายอย่างไรเหมือนกับบทภาพยนตร์ ถือว่าสร้างปัญหาให้กับประเทศไทยในระยะยาว และอาจจะทำให้ไทยถลำไปเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับกลุ่มฮิสบัลเลาะห์จะยิ่งเป็นปัญหาหนัก

                  "พล.อ.ยุทธศักดิ์ต้องรู้ว่าการพูดของท่านไม่ได้ผูกมัดแค่ตัวเอง แต่ผูกมัดประเทศไทย เป็นรัฐบาลต้องรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ถ้าไม่รู้ว่าอะไรไม่ควรจะสร้างปัญหามาก และถ้าความขัดแย้งมันลุกลามไปถึงปัญหาภาคใต้จะรับผิดชอบอย่างไร"  รศ.ดร.สุรชาติ กล่าวและว่า

                  ที่ตั้งข้อสังเกตว่าอิหร่านสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ให้ก่อความรุนแรงในประเทศไทยนั้นไม่น่าเป็นไปได้ เพราะถ้าศึกษาประวัติศาสตร์ประเทศไทยกับอิหร่านมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แขกเปอร์เซียมีความใกล้ชิดกับราชสำนักสยามยาวนาน ต้นตระกูลที่เป็นแขกเปอร์เซีย อิหร่าน ทุกวันนี้ก็เป็นใหญ่เป็นโตในประเทศไทยมากมาย รัฐบาลไทยต้องไม่ดำเนินการอะไรให้เกิดความขัดข้องหมองใจ นำไปสู่การกินแหนงแคลงใจในระยะยาว

                  “ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพล.อ.ยุทธศักดิ์ต้องแถลงว่าฝ่ายไทยทำงานตามที่ได้รับแจ้งจากหน่วยข่าวกรองของอิสราเอลของอย่างนี้มารยาทของคนทำงานความมั่นคงต้องไม่พูดกัน ถึงจะมีผู้ก่อการร้ายเข้ามาบ้านเราก็ต้องดำเนินการอย่างเงียบๆ ถ้าเรารู้ก็จับตัวแล้วส่งกลับประเทศ ทุกอย่างก็จบ กรณีการบุกยึดสถานทูตอิสราเอลในปี 2515 ยุคจอมพลถนอม กิตติขจร รัฐบาลไทยขณะนั้นก็ใช้วิธีการเจรจาแล้วส่งกลับประเทศไป เพื่อยืนยันว่าเราไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ ทำวันนี้สร้างความเสียหายมากกว่า ผลระยะยาวมากจะเกิดปัญหามาก” นักวิชาการผู้นี้ กล่าว


กต.ติดตามสถานการณ์เชื่อรับมือได้

                  นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ออกคำเตือนการก่อการร้ายในประเทศไทยว่ากระทรวงการต่างประเทศได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง   ขณะเดียวกันยังมีการประสานข้อมูลกับคณะทูตานุทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยได้รับทราบ รวมถึงสรุปคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้กับสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศในประเทศไทย และสถานเอกอัคราชทูต สถานกงสุลไทยในต่างประเทศ ให้ข้อมูลกับประเทศต่างๆให้เข้าใจที่ถูกต้อง ในการประสานกับมิตรประเทศให้รับข้อมูลที่ถูกต้องในประเทศไทยและการตัดสินใจของรัฐบาลในการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้น

                 นายธานีกล่าวต่อว่าทั้งนี้ได้มีการประสานกับสถานเอกอัครราชทูตแล้ว ในระดับเจ้าหน้าที่และกรมต่างๆเพื่อให้ข้อมูล ส่วนจะมีการเชิญคณะทูตมารับฟังคำชี้แจงหรือไม่นั้น กำลังประสานกับหน่วยงานความมั่นคงและเมื่อได้ข้อมูลที่ครบสมบูรณ์จะมีการประสานกับคณะทูตอีกครั้งเพื่อมารับฟังคำชี้แจง ส่วนที่มีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยและสารตั้งต้นทะระเบิดได้นั้นยังไม่มีประเทศใดที่สอบถามเข้ามาเพิ่มเติมและฝ่ายความมั่นคงกำลังสรุปข้อมูลดังกล่าวอยู่เมื่อมีความชัดเจนจะสามารถแจ้งข้อมูลให้คณะทูตอีกครั้ง

                 นายธานีระบุอีกว่า ส่วนกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลสวีเดนขอตัวผู้ต้องสงสัยที่ทางการไทยจับกุมได้  เนื่องจากแม้ว่าเป็นชาวเลบานอนแต่ถือสัญชาติสวีเดนนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการประสานเข้ามาและยังไม่มีประเทศใดประสานเพิ่มเติม

                 "อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดที่ถอนคำประกาศเตือน และทางการจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในส่วนของรัฐบาลให้ความมั่นใจกับประชาชนในการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ และเพิ่มการรักษาความปลอดภัยในส่วนของคณะทูตานุทูตประจำประเทศไทยด้วย"  นายธานีกล่าว

                 ส่วนกรณีที่สืออิสลาเอลระบุจะมีการก่อเหตุก่อนวันที่ 12 กุมพาพันธ์นั้น นายธานีเปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับรายงานแต่ หน่วยงานความมั่นคงได้ติดตามมาสักระยะแล้ว และมีความั่นใจว่าจากข้อมูลที่ติดตามมาโดยตลอดสามารถรับมือได้