ข่าว

ปชป.ซัดนิติราษฎร์เละหลังเคลื่อนแก้ม.112

ปชป.ซัดนิติราษฎร์เละหลังเคลื่อนแก้ม.112

16 ม.ค. 2555

ปชป.ซัดนิติราษฎร์เละหลังเคลื่อนแก้ม.112 เปิดทางขบวนการล้มเจ้าเข้าวิน จี้รัฐบาลเพื่อไทยประกาศชัดไม่สังฆกรรมร่วมนักวิชาการกำมะลอ ปธ.วิปรัฐฯย้ำจุดยืน"พท.-พรรคร่วมฯ"ไม่แก้ม.112

          วันที่ 16 ม.ค.55  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ ที่เสนอให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 พร้อมบัญญัติบทลงโทษใหม่ใน 7 ประเด็น ว่า เป็นการพูดโดยขาดความจริงอย่างรอบด้าน เพราะ 1.การอ้างว่าต้องการเอาคดีการหมิ่นสถาบันออกจากความมั่นคงนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะความมั่นคงของชาติ มีสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักรวมอยู่ด้วย ดังนั้นสถาบันกษัตริย์จึงไม่สามารถถูกแยกออกได้ 2.การระบุว่าจะให้มีการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยของกลุ่มนิติราษฎร์นั้น มีวาระซ่อนเร้นเพื่อที่จะสั่นคลอนความมั่นคงอื่น เพราะสถาบันดำรงอยู่อย่างยาวนานในระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้หากจะแก้ไข ม.112 โดยอ้างว่าเพื่อเสรีภาพนั้น เหตุใดถึงไม่แก้ใน ม.133 - 134 ที่กำหนดโทษหมิ่นประมาทผู้แทนประมุข ผู้แทนรัฐต่างประเทศ ระวังโทษจำคุก 1-7 ปี ทำไมกลุ่มนิติราษฎร์ไม่เรียกร้องให้แก้ไข
 
          นายชวนนท์ กล่าวว่า 3.ความพยายามแบ่งแยกตำแหน่งระหว่างพระมหากษัตริย์ กับพระราชินี และองค์รัชทายาทนั้น  ไม่มีเหตุผล อีกทั้งการไม่กำหนดโทษต่ำสุดแต่ระบุโทษสูงสุดเหลือเพียงจำคุก 3 ปีนั้น จะเป็นช่องว่างไม่ให้ได้รับโทษใช้หรือไม่ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด แต่กลุ่มที่ต้องการจะแก้ไขหวังเพียงต้องการที่จะล้มเจ้า ล้มแผ่นดิน และเป็นเพียงนักวิชาการกำมะลอเท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนระวัง และจับตา ข้อเสนอของนักวิชาการกลุ่มนี้ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเองก็ต้องพูดให้ชัด ว่ามีแนวทางอย่างไรกับเรื่องนี้ โดยจะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้อีกต่อไป โดยต้องแสดงท่าทีชัดเจนที่จะไม่ร่วมสังฆกรรมกับแนวทางดังกล่าว
 
          “ ขณะนี้กลุ่มนิติราษฎร์กำลังบิดเบือนหลอกลวงสังคม สร้างภาพความเข้าใจผิดในการบังคับใช้มาตรา112 ว่ามีปัญหา ทั้งที่จริงแล้วกฎหมายฉบับนี้ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย จนเมื่อมีพวกคิดล้มเจ้าพลิกแผ่นดินเกิดขึ้น ตามสถิติในปี 2553 เกิด 400 กว่า มันไม่ใช้กฎหมายมีปัญหา แต่จิตใจคนไทยมีปัญหา เพราะโดนปลุกปั่นหลองลวง และมีพวกนักวิชาการกำมะลอ ให้ข้อมูลบิดเบือนสร้างความเท็จรายวัน ให้ข้อมูลสร้างความแตกแยกประชาชน อยากให้ประชาชนส่วนใหญ่ระวังคำสัมภาษณ์ของนักวิชาการกลุ่มนี้ต่อสาธารณะ  ที่สำคัญ รัฐบาลควรออกมาพูดให้ชัด เพราะพรรคเพื่อไทย รัฐบาล และกลุ่มอื่น พยายามตีหลายหน้า เห็นได้จากกลุ่มที่ไปสนับสนุนคณะนิติราษฎร์ คือ กลุ่มเสื้อแดงที่สนับสนุนรัฐบาลทั้งสิ้น รัฐบาลจะเล่นบทสองหน้า หรือนายกฯทำเป็นหนูไม่รู้ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้กระทบความรู้สึกคนไทย ยกเว้นพวกนักวิชการกำมะลอเศษสวะเหล่านี้ และที่โฆษกพรรคเพื่อไทยบอกใครไปสนับสนุนเป็นส่วนบุคคล แสดงว่าเล่นหลายหน้า รัฐบาลและเพื่อไทยควรมีมติปฏิเสธไม่ร่วมสังฆกรรมให้ชัดเจน เพราะมาตรา112 ไม่กระทบต่อคนไทยที่ไม่ล้มเจ้า”นายชวนนท์กล่าว

 

 ปธ.วิปรัฐฯย้ำจุดยืน"พท.-พรรคร่วมฯ"ไม่แก้ม.112

               นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลมีการหารือประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อเสนอของ คอ.นธ.เบื้องต้นมองว่าเป็นความปรารถนาดีที่ได้เสนอเข้ามา ซึ่งคอ.นธ. อาจจะเห็นประเด็นปัญหา ประเด็นเรื่องเสียเวลา หรือเสียงบประมาณ แต่วิปรัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่คอ.นธ.ได้เสนอมานั้น จะมีส่วนที่จะขาดจากความสัมพันธ์จากประชาชน ในส่วนตัวผู้ที่ถูกเสนอขื่อไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และเป็นเรื่องถูกต้องที่นายกรัฐมนตรีรับเรื่องนี้มาพิจารณา แต่จะพิจารณาอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

               ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมีการตั้ง คอ.นธ. ขึ้นมาแล้ว แต่สุดท้ายอาจจะไม่มีการใช้แนวทางที่ คอ.นธ. เสนอมาได้หรือไม่ นายอุดมเดช กล่าวว่า ก็ไม่ได้ตกลงว่าจะต้องใช้ทั้งหมด แต่ไม่ได้ไม่รับฟังเลย ซึ่งมีรายละเอีดยที่เสนอขึ้นมา นายกรัฐมนตรีก็รับให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี หรือคณะทำงานของกระทรวงยุติธรรม ไปดูอะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์หรือเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยปัญหาที่พูดกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายที่สำคัญกฎหมายใหญ่น่าจะเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ การมีกฎหมายสำคัญผู้ร่างก็ต้องได้รับการยอมรับด้วยว่ามีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งยืนยันว่าในหลักการยังคงให้มีการแก้ไขมาตรา 291

               เมื่อถามว่าจุดยืนของวิปรัฐบาลต่อการเคลื่อนไหวแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นอย่างไร นายอุดมเดช กล่าวว่า เรื่องนี้ พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันว่าจะไม่แตะต้อง เป็นคนละประเด็นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการพูดเชื่อมโยงกันก่อนหน้านี้นั้นเป็นความพยายามทำให้เกิดความเข้าใจผิดของสังคมว่าจะมีการแก้ไขมาตรานี้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายคนละฉบับ

               สำหรับข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์นั้นส่วนตัวก็มีความกังวลว่าจะมีความสับสนในประชาชนว่าจะเป็นเรื่องเดียวกันกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่าเป็นคนละเรื่องกัน แต่มองว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนหนึ่งของนักวิชาการเท่านั้น ซึ่งวิปรัฐบาลก็ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้

               เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวอาจจะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม มีการหารือกันหรือไม่ นายอุดมเดช กล่าวว่าไม่ได้พูดคุยกันเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญและเรื่องข้อเสนอนิติราษฎร์ และหากนิติราษฎร์สามารถรวบรวมรายชื่อนำข้อเสนอเข้าสู่สภาจะยังยืนยันจุดยืนเดิมหรือไม่นั้น เห็นว่าขณะนี้จะมีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ในระยะเวลา 112 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งกระบวนการกว่าจะเข้าชื่อกันได้นั้น กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญคงจะเดินหน้าไปแล้ว

               เมื่อถามว่า กรณีที่กลุ่มมวลชนที่เคลื่อนไหวสนับสนุนให้แก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นมวลชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยด้วยนั้น นายอุดมเดชกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแยกแยะระหว่างจุดยืนของมวลชนกับพรรค