
โรมาเนียประท้วงไล่ปธน.
ชาวโรมาเนียชุมนุมทั่วประเทศเป็นวันที่ 4 เพื่อคัดค้านแผนรัดเข็มขัด และปะทะกับตำรวจทำให้มีผู้บาดเจ็บ 13 คน ผู้ประท้วงยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออกและจัดเลือกตั้งทั่วไปก่อน กำหนด
16 ม.ค. 55 รัฐบาลโรมาเนียเรียกประชุมด่วนเมื่อวานนี้ เพื่อหาทางควบคุมสถานการณ์การประท้วงที่ยังไม่มีวี่แววว่าความรุนแรงจะลดลง หลังจากผู้ประท้วงชุมนุมใน 19 เมืองรวมถึงกรุงบูคาเรสต์ติดต่อกัน 4 วันและผู้ประท้วงที่โกรธแค้นได้ขว้างปาหินและระเบิดเพลิงใส่ตำรวจ นับเป็นการประท้วงครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ประธานาธิบดี ไทรอัน บาเซสกูเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2547
ในกรุงบูคาเรสต์ ผู้ประท้วงกว่า 1,000 คนปะทะกับตำรวจ ซึ่งตอบโต้ด้วยการใช้แก๊ซน้ำตาและพลุส่องสว่างเพื่อขับไล่ผู้ประท้วง ซึ่งกีดขวางการจราจรบนถนนสายหลัก
สาเหตุของการประท้วงเกิดจากความไม่พอใจในการปรับลดเงินเดือนข้าราชการการตัดลดสวัสดิการ การขึ้นภาษี ระบบอุปถัมภ์พวกพ้องในหน่วยราชการและปัญหาคอร์รัปชั่น
ผู้ประท้วงตะโกนว่ารัฐบาลขโมยทุกอย่างไปจากประชาชน และเรียกประธานาธิบดีบาเซสกูว่าเป็นสุนัขที่น่าอนาถ พร้อมกับเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่งและบรรดาพรรคฝ่ายค้าน
ร่วมกดดันโดยเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด
การชุมนุมประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีเพื่อสนับสนุนนายราเอ็ด อาราฟัต รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขเชื้อสายปาเลสไตน์ ซึ่งลาออกเมื่อวันอังคารเพราะไม่เห็นด้วยกับนยโบายการปฏิรูปประกันสุขภาพของรัฐบาล และแม้ประธานาธิบดีได้ยกเลิกกฎหมายฉบับใหม่แล้วเมื่อวันศุกร์ แต่การประท้วงยังคงดำเนินต่อไป ความโกรธแค้นครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่ประธานาธิบดี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับความนิยมอย่างสูงจากประชาชน
ปัจจุบันชาวโรมาเนียโกรธแค้นต่อความเดือดร้อนที่ได้รับจากนโยบายประหยัดรายจ่ายของรัฐบาลที่ประกาศใช้ในช่วงสองปีนี้ หลังประเทศประสบวิกฤติการเงินทำให้ต้องรับเงินกู้ช่วยเหลือ 20,000 ล้านยูโรจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศและสหภาพยุโรปเมื่อปี 2552
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)
----------



