
มาร์คแนะรัฐเร่งทำความเข้าใจต่างชาติ
อภิสิทธิ์ แนะรัฐบาลเร่งทำความเข้าใจต่างชาติ หลังมีข่าวไทยเป็นเป้าพื้นที่ก่อการร้าย อัด"สุรพงษ์" เรียกทูตตำหนิยิ่งทำความเชื่อมั่นไทยเลวร้าย
วันที่ 16 ม.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีข่าวการเตรียมการก่อการร้ายในประเทศไทยว่า ถึงวันนี้คนยังสงสัย เพราะแม้รัฐบาลจะแถลงว่าจับกุม ควบคุมผู้ต้องสงสัย มีการเลิกล้มความคิดและจะส่งกลับแล้ว แต่เรายังไม่ได้ยินทางสหรัฐฯ ว่าเขาคลายกังวลหรือยัง เขาเลิกเตือนคนของเขาหรือยัง ซึ่งควรต้องทำความเข้าใจกันว่าบทบาทของแต่ละฝ่าย และการประสานงานควรจะเป็นอย่างไร
แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรจะเป็นอย่างในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมาแน่ ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาก็มีการจับกุมนายวิคเตอร์ บูท มีเรื่องการอายัดเครื่องบินที่ขนอาวุธ และในรัฐบาลชุดที่แล้วก็จะมีการเตือน มีการประสานงานกันเป็นการภายในและแก้ไขปัญหาหลายเรื่องไป แต่ครั้งนี้ที่แปลกเพราะได้รับคำเตือนอยู่ฝ่ายเดียว แล้วไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าปัญหาได้คลี่คลายไปแล้วหรือไม่อย่างไร
“การจะทำอะไรก็คงต้องระมัดระวัง เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และทั่วโลกก็จับตา ด้านหนึ่งเราก็ต้องให้ความร่วมมือกับการสกัดกั้นและดูแลผลประโยชน์ ความปลอดภัยของคนของเราเองอยู่แล้ว และก็ต้องให้ทราบข้อเท็จจริงและมีมาตรการที่เหมาะสม แต่อีกด้านหนึ่งก็คือการที่สหรัฐฯ หรือใครก็ตามจะมาบอกว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ต้องมีการทำความเข้าใจกัน และต้องดูด้วยว่าแต่ละชาติที่เขาจับตามองนั้นตกลงบทบาทของเราคืออะไร และประเทศของเราปลอดภัยหรือไม่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่ประเทศไทยมีข่าวเรื่องการก่อการร้ายระดับชาติเข้ามาวนเวียนเรื่อย ๆ นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในหลายด้าน เป็นประเทศที่มีเสรีภาพพอสมควร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่จะต้องเข้มงวดในเรื่องเหล่านี้ เราได้ยินมาตลอดเรื่องการขนอาวุธ การขนยาเสพติด แม้กระทั่งเรื่องการค้าอาวุธ เราจึงตกเป็นเป้ามาตลอด ก็ต้องยอมรับว่ามันมากับการที่เรามีเสรีภาพ และโดยที่ตั้งของเราก็เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเหมือนกัน
ปชป.อัดสุรพงษ์เรียกทูตตำหนิษ์ยิ่งทำความเชื่อมั่นไทยเลวร้าย
ทางด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีรัฐบาลระบุขบวนการก่อการร้ายในไทยคลี่คลายแล้วว่า สิ่งที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศบอกว่าผิดหวังการดำเนินการของ 4 สถานเอกอัครราชทูตในการแจ้งเตือนนั้น ขอบอกว่าคนไทยทุกคนก็ผิดหวังกับรมว.ต่างประเทศคนนี้เช่นกัน ทั้งที่ไม่เคยตั้งความหวังไว้ เพราะนายสุรพงษ์ไม่เข้าใจบทบาทการเป็นรมว.ต่างประเทศ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ประเทศเสียหายย่อยยับไปแล้ว ทั้งด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาคบริการ ยอดจองโรงแรมลดลง แต่รมว.ต่างประเทศยังออกมาตำหนิสถานทูตให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ถ้าสถานการณ์ดีจริงและกลุ่มอิซบัลเลาะห์เดินทางออกนอกประเทศแล้ว ทำไมสถานทูตต่าง ๆ จึงขยายการเตือนไปถึง 14 - 15 ประเทศแล้ว
โดยเฉพาะการพบหลักฐานสารตั้งต้นระเบิดที่ จ.สมุทรสาคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแจกแจง เพราะการที่บอกว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว แต่วัตถุเหล่านี้มาอยู่ในไทยได้อย่างไร การพบสารตั้งต้นระเบิดทำความมั่นใจต่างชาติเตลิดหมด ดังนั้นถ้ารัฐบาลยังไม่มีความเข้าใจในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้จะทำให้ประเทศเสียหายทั้งภาคอุตสาหกรรมและท่องเที่ยวอีกมาก
“ตอนนี้ข้อมูลฝ่ายรัฐไม่ตรงกัน ฝ่ายความมั่นคงพูดว่าไทยไม่ใช่เป้าหมาย แต่ไม่สำคัญ เพราะถ้าใครจะมาล้างแค้นกันโดยใช้สถานที่เรา เหตุการณ์มาเกิดที่เราอยู่ดี สถานการณ์ดีจริงหรือไม่ การพบสารตั้งต้นระเบิดได้เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก รัฐบาลควรมียุทธศาสตร์ด้านสื่อเพื่อสร้างความมั่นใจอย่างแท้จริงให้ประเทศมากกว่านี้ อีกทั้งการปล่อยตัวชาวเลบานอนไปแต่กลับไปพบสารตั้งต้นนั้น ถ้าบอกว่าเชื่อมโยงกันก็ต้องถือว่าผิด และน่าสงสัยว่าปล่อยตัวไปได้อย่างไร เรื่องนี้สร้างผลกระทบความเชื่อมั่นรุนแรง ไม่อยากให้มีการให้ข่าวออกตัวว่าเป็นข้างประเทศใดประเทศหนึ่งหรือนำข่าวกรองประเทศใดมาใช้ เพราะเรื่องแบบนี้ควรทำลับ ๆ มากกว่า”นายชวนนท์กล่าว
อัดซ้ำครม.กู้เงินไร้หลัก
นายชวนนท์ แถลงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนจัดการน้ำที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ (กยน.) เสนอว่า เป็นการตอกย้ำข้อเท็จจริงอีกครั้ง ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ย้ำว่าการออก พ.ร.ก.เงินกู้ประมาณ 3.5 แสนล้านบาทไม่จำเป็น เพราะขณะนี้ยังไม่ระบุแผนงานสถานที่ก่อสร้างที่ชัดเจน จึงไม่จำเป็นในการกู้เงิน ผ่านพ.ร.ก.อีก และถ้าสภามีเวลามากพอก็สมควรที่จะพิจารณาเป็นพ.ร.บ.อีกทั้งเมื่อแผนที่ออกมายังไม่มีการศึกษาผลกระทบทั้งต่อคนที่อยู่นอกเหนือคันกั้นน้ำ ระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม และยังไม่ชี้แจงต่อประชาชนแล้ว จะสร้างมั่นใจได้อย่างไรว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะยินยอมหรือไม่ โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ



