ข่าว

'ชุมพล'ชี้รธน.50ฆ่าปชต.ต้องแก้

'ชุมพล'ชี้รธน.50ฆ่าปชต.ต้องแก้

16 ม.ค. 2555

ชุมพล ศิลปอาชา 'ต้องแก้รธน.50เพราะมันฆ่าปชต.': สัมภาษณ์พิเศษ โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ, ขนิษฐา เทพจร

                  งวดเข้ามาทุกที สำหรับงาน “แก้รัฐธรรมนูญ 2550” ที่รัฐบาลหวังให้เป็นผลงานชิ้นโบแดง แต่ที่ผ่านมาหลายกลุ่มยังฝุ่นตลบ ยังหาความชัดเจนแนวทางแก้ไขไม่ได้ โดยเฉพาะที่มาของ “องค์คณะยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ในเรื่องนี้ "ชุมพล ศิลปอาชา” อดีต ส.ส.ร.ชุดแรก และ "หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา" ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการร่วมขับเคลื่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ให้ความเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้อย่างน่าสนใจ
   
               "ชุมพล" ยืนยันว่าในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เนื่องจากมีข้อบกพร่องมากมาย หากยึดตามนโยบายที่รัฐบาลแถลง ควรจะทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี แม้ว่าขณะนี้โมเดล ส.ส.ร.ยังไม่ลงตัว ก็ไม่เป็นปัญหา แต่สำคัญที่ตัวผู้เคลื่อนไหวเรื่องนี้ต้องมีจุดยืนไม่เซไปเซมาตามข้อเสนอหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ หากยึดโมเดล ส.ส.ร. สมัยนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา ที่ให้มาจากจังหวัดละ 1 คน เหมาะดี ส่วนนักวิชาการสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีความจำเป็น เพราะประเด็นทางการเมืองที่จะแก้ได้ตกผลึกกันแล้ว
   
               "ที่ผ่านมามีคณะกรรมการหลายชุดได้ศึกษา ทั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของ ดร.ดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี เป็นประธาน, คณะกรรมการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามแนวทางของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง ที่มี ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน รวมถึงข้อเสนอของวุฒิสภา ชุดปี 2543 ที่ผมเป็นประธาน เคยเขียนว่าจะแก้ไขอะไร ดังนั้นวัตถุดิบที่จะใช้มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องนั่งเทียนเขียนมาเอง เสียเวลาเปล่า" ชุมพลกล่าว
   
               "ชุมพล" มองว่า มาตรา 237 เรื่องยุบพรรค ต้องแก้ไขแน่นอน, มาตรา 111 เรื่องวุฒิสภาจากการสรรหา ต้องแก้ให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด, มาตราที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่เวลานี้อำนาจทับซ้อนกันอยู่ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ควรต้องทำให้ชัดเจน รวมไปถึงอำนาจระหว่างฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติ ควรเพิ่มศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติให้เพิ่มมากขึ้นหรือไม่
   
               สำหรับมุมมองเกี่ยวกับองค์กรอิสระ "ชุมพล" เห็นว่า ความสำคัญอยู่ที่การใช้ศาลรัฐธรรมนูญ, ป.ป.ช. และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เนื้อหากฎหมายไม่ได้ต่างกัน แต่อยู่ที่ว่าคนที่อยู่ ณ ที่นั้น ทำงานอย่างตรงไปตรงมาจริงหรือไม่ คำว่าดับเบิลสแตนดาร์ดในองค์กรอิสระ ถูกพูดถึงเยอะ ทำให้ตอนนั้น ดร.สมบัติ จึงเสนอให้ยุบองค์กรอิสระให้เหลือเพียง 3 องค์กร คือ 1. คตง. 2.ป.ป.ช. และ 3.กกต. เวลานี้ศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองอำนาจก็ขี่กัน ดังนั้นยกเลิกศาลผมเห็นด้วย การดึงอำนาจจากมหาดไทย ไปให้ กกต. เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใส กกต.ชุดแรกดี แต่ชุดหลังๆ เต็มไปด้วยข้าราชการ
อย่างนี้อำนาจในมือก็เต็มที่ ถ้าใครอยากสมัครเป็น กกต. ต้องลาออกก่อนจะได้คนนอกและประชาชนเข้ามาทำงาน
   
               "ชุมพล" บอกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องของนักการเมือง แต่เป็นการสร้างระบบการเมือง เพื่อประโยชน์ของประชาชน กรณีที่มาของวุฒิสภาอยากให้มีการเลือกตั้ง เพราะโมเดลและปรัชญาของวุฒิสภา ต่างจาก ส.ส. ตอนแรกที่เขียนให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง คนตื่นตัวและเกิดความศรัทธา ตอนหลังพัง วุฒิสภาถูกมอง เป็นสภาทาส สภาผัวเมีย
   
               ส่วนการแก้ไขมาตรา 237 กรณียุบพรรค "ชุมพล" บอกว่า ใครทำผิดคนนั้นรับผิดชอบไป นี่ไม่ใช่ยาแรง แต่เขียนขึ้นเพื่อทำลายระบบการเมือง รัฐธรรมนูญปี 2540 ขจัดอำนาจข้าราชการไปเกือบหมด มีอำนาจประชาชนแทนที่ แต่เกิดระแวง และสงสัยในอำนาจประชาชนมากเกินไป ไม่ปล่อยให้ประชาชนพัฒนาตัวเอง หากปล่อยให้พัฒนาไประบบการเมืองไทยก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งระบบรัฐสภา
   
               “ต้องให้เวลาประชาธิปไตยพัฒนา อย่าไปฆ่าตัดตอน แต่ที่ผ่านมาเราไปฆ่าตัดตอนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่เกิดการพัฒนาที่นำไปสู่ความเจริญ ประชาธิปไตยต้องไปด้วยระบบวิวัฒนาการ ต้องปล่อยให้ความผิดพลาดมาพัฒนาตัวของประชาธิปไตย”
   
               สำหรับมาตรา 309 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 "ชุมพล" ย้ำว่า ได้ประกาศชัดเจนไปแล้ว หากรัฐธรรมนูญจะเดินหน้าไปได้ ต้องเลิกพูดถึง มาตรา 309 มาตรา 112 และรวมถึงเอาคุณทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน หากเลิกพูดจะเป็นวิธีสร้างความเลิกระแวงซึ่งกันได้ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่เห็นด้วยที่ต้องทำประชามติ หากจะทำก็แค่ประชาพิจารณ์เฉพาะประเด็นที่สำคัญๆ 5-6 ประเด็นเท่านั้น
   
               "ชุมพล" ยอมรับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีธงไว้ เพราะความอยากของคนมีได้ตลอด แต่เป็นธงที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการเมือง ส่วนที่พรรคเพื่อไทยบอกว่าได้เอกสิทธิ์แก้รัฐธรรมนูญ เพราะได้รับเสียงเลือกตั้ง 15 ล้านเสียงนั้น ไม่ใช่ เพราะเขาเลือกต้องการส่งให้เข้ามาดำรงตำแหน่ง ไม่ใช่ส่งให้อยู่บนสะพานตลอดไป พรรคอื่นก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่ากี่ล้านเสียงที่เขาเลือก ไม่ใช่ว่าเป็นการรับรองความประพฤติของคุณให้อยู่หรือทำงานได้ตลอดไป มันไม่ใช่

...................

 

(หมายเหตุ :  ชุมพล ศิลปอาชา 'ต้องแก้รธน.50เพราะมันฆ่าปชต.': สัมภาษณ์พิเศษ โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ, ขนิษฐา เทพจร)