ข่าว

เปิดโครงการย่อยพัฒนาภาคเหนือ3.8แสนล.

เปิดโครงการย่อยพัฒนาภาคเหนือ3.8แสนล.

15 ม.ค. 2555

เปิดโครงการย่อยพัฒนาภาคเหนือวงเงิน3.8แสนล้าน แบ่งหน่วยงานที่เกี่ยงข้องรับช่วงต่อ กรอ.ต้องรายงานให้ครม.รับทราบทุก3เดือน

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 07.30น. วันที่ 15 ม.ค. น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ที่โรงแรมรติล้านนา จ.เชียงใหม่ โดยที่ประชุมมีการพิจารณา5เรื่อง16ประเด็นย่อย ซึ่งที่ประชุมมีมติมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อและให้กรอ.ทำรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการให้กับครม.ทราบทุก 3 เดือน   
            
             สำหรับประเด็นที่มีการเสนอในที่ประชุมมีดังนี้ 1.เรื่องการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์(กกร.) แบ่งเป็นเรื่องย่อย4เรื่อง ได้แก่ 1.1.เร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 744 กิโลเมตร โดยที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง เร่งพิจารณารายละเอียด โดยกำหนดรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนที่ได้มีการตกลงร่วมกันเมื่อ 22 ธ.ค. 2554 รวมทั้งศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและทำการศึกษาความเหมาะสมทางการเงินและเศรษฐศาสตร์ของโครงการโดยละเอียด    1.2 ศึกษาและสำรวจเส้นทางการสร้างถนนมอเตอร์เวย์ เส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้กรมทางหลวงรับไปพิจารณาศึกษาและสำรวจเส้นทางของการพัฒนา โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน    1.3 เร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟรางคู่สู่ภาคเหนือให้แล้วเสร็จทั้งระบบในปี 2560 โดยที่ประชุมมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรับไปพิจารณาความเป็นไปได้ในการเร่งรัดแผนฯโดยคำนึงถึงข้อจำกัดด้านขีดความสามารถในการลงทุนของภาครัฐและขั้นตอนที่เกี่ยงข้องกับการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม    1.4 พิจารณาเพิ่มเส้นทาง "เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ" ภายใต้แผนพัฒนาโครงการพัฒนารถไฟรางคู่ของประเทศไทย ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้การรถไฟฯ รับไปพิจารณาภายใต้แผนพัฒนาโครงการพัฒนารถไฟรางคู่ของประเทศไทย โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้   
            
             2.การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ซึ่งมี2เรื่องคือ 2.1 ยกระดับจุดผ่อนปรนภาคเหนือตอนบนเป็นด่านถาวร3จุด(กิ่วผาวอก-บ้านห้วยต้นนุ่น-บ้านฮวก) โดยที่ประชุมมอบหมายสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) รับไปพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและความพร้อมของประเทศเพื่อนบ้าน และให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทยประสานสปป.ลาวในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อดำเนินการ และมอบหมายหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องด้านการอำนวยการความสะดวกและบริหารจัดการบริเวณด่านฯ และเตรียมความพร้อมรองรับการยกระดับจุดผ่อนปรนบ้านฮวกเป็นจุดผ่านแดนถาวร   

             2.2 เร่งรัดการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนอ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อเป็นศูนย์กลางการค้า บริการและการท่องเที่ยวและเป็นประตูเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง และจีนตอนใต้ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (NSEC) โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เร่งรัดการพิจารณาร่างกฎหมายที่เหมาะสม   

             3.การส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการ แบ่งเป็น5เรื่องย่อยคือ 3.1 โครงการ Year of MICE (Meeting Incentive,Convention,and Exhibition) ในปี 2556 โดยมอบหมายให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ รับไปพิจารณาเตรียมความพร้อมในการประกาศในปี 2556 เป็น Year of MICE     3.2 เร่งรัดแผนบริหารจัดการศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ให้ชัดเจนและเน้นการมีส่วนร่วมของเอกชนในพื้นที่ โดยมอบหมายให้กระทรวงท่องเที่ยวฯ เร่งดำเนินการศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบเพื่อให้เกิดความชัดเจนและมีความพร้อมก่อนการเปิดตัวใช้งานในเดือนกันยายน 2555   

             3.3 การจัดระบบขนส่งมวลชนในเขตผังเมืองรวม โดยมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดเชียงใหม่และเทศบาลนครเชียงใหม่ จัดทำแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนฯโดยนำผลการศึกษาจากโครงการจัดทำแผนแม่บทและออกแบบเพื่อการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่ของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจรเมื่อปี2550 มาประกอบการจัดทำแนวทางการพัฒนา   

             3.4 การส่งเสริมให้มีการอบรมภาษาที่3เพื่อทำหน้าที่มัคคุเทศก์ โดยเฉพาะภาษาเกาหลี โดยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ร่วมกันดำเนินโครงการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศที่มีความจำเป็นให้มัคคุเทศก์อย่างต่อเนื่อง    3.5 การจัดทำปฏิทินท่องเที่ยวภูมิภาค โดยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจัดทำปฏทินฯและสนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงกลุ่มพื้นที่    นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มติกรอ.ที่เสนอเข้ามาทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของแผนฯที่ครม.รับทราบกรอบแผนงานลงทุนโครงการพัฒนาจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด วงเงิน 3.8 แสนล้านบาทในที่ประชุมครม.

 

ตั้งกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ครม. มีมติ อนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการการบริหารจัดการที่ดินเชิงระบบ ตามนโยบายรัฐบาลในการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ โดยมอบให้รองนายกฯเป็นประธาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นรองประธาน รมว.คลัง รมว.เกษตรฯ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯและรมว.มหาดไทยเป็นกรรมการ รวมทั้งปลัดสำนักนายกฯเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีอำนาจหน้าที่คือ ทบทวนมติครม.ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาที่ดินเกษตรกรและไม่มีที่ดินทำกินตามมติครม.ที่เกี่ยวข้อง เสนอความเห็นในการบริหารจัดการที่ดินเพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างเป็นระบบ