
เผยชื่อผู้รณรงค์แก้ไขม.112
เผยชื่อผู้รณรงค์ให้แก้ไขมาตรา 112 "นักวิชาการ - นักคิด - นักเขียน" เพียบ เตรียมใช้เวลา 112 วัน ล่ารายชื่อก่อนเสนอสภา "นิธิ" แนะแยกกฎหมายหมิ่นสถาบันออกจากหมวดความมั่นคง "วรเจตน์" แจงข้อเสนอนิติราษฎร์ยังมีกฎหมายปกป้องสถาบัน แต่ต้องปรับปรุง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา112 (ครก.112) ซึ่งนำโดยนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์และเครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคม อาทิ กลุ่มสันติประชาธรรม กลุ่มมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กลุ่มนักคิดนักเขียน ได้จัดเวทีวิชาการ-ศิลปวัฒนธรรม “แก้ไขมาตรา112” โดยมีการเปิดโต๊ะลงชื่อประชาชนที่เห็นด้วยกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ครบ 10,000 รายชื่อเพื่อเสนอรัฐสภาพิจารณา พร้อมมีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) ซึ่งระบุให้ยกเลิกมาตรา 112 และให้บัญญัติโทษเกี่ยวกับการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ตลอดจนองค์รัชทายาทขึ้นมาใหม่
โดยมีท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่เข้ามาร่วมงานกันอย่างคึกคัก รวมถึงมีนักวิชาการมาร่วม อาทิ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , นายเบนเนดิก แอนเดอร์สัน นักวิชาการชื่อดัง เข้าร่วมงานด้วย ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่มาร่วมรับฟังสวมเสื้อสีแดง ขณะที่บรรยากาศโดยรอบนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังเป็นปกติ ไม่มีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมใด ๆ
เปิดชื่อ 112 นักคิด-นักเขียนดัง ร่วมสนับสนุนเพียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้ที่เสนอให้ยกเลิกกฎหมาย ม.112 นั้น มีทั้งสิ้น 120 คน ประกอบไปด้วย นักวิชาการ - สื่อมวลชน - นักเขียน - ศิลปิน ที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก อาทิ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , นายสุจิตต์ วงศ์เทศ นักเขียนอาวุโส , นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ , นางอุบลรัตน์ ศิริยุวศักด์ นักวิชาการ , นายปราบดา หยุ่น นักเขียนรางวัลซีไรท์ , นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล - นายธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการ , นายสมบัติ บุญงามอนงค์ , บินหลา สันกาลาคีรี นักเขียนซีไรท์ , วัฒน์ วรรลยางกูร ศิลปินแห่งชาติ , นายซะการีย์ยา อมตยา กวีซีไรต์ , นายคำสิงห์ ศรีนอก ศิลปินแห่งชาติ , นายอภิชาติพงษ์ วีระเศรษฐกุล หรือ เจ้ย ผู้กำกับชื่อดัง , นายวิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง ผู้กำกับชื่อดัง นอกจากนี้ยังมีคณาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ และมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ร่วมเป็นกรรมการด้วย
ระบุเสรีภาพไทยล้าหลังเทียบเกาหลีเหนือ
นางกฤตยา อาชวนิจกุล นักวิชาการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะตัวแทน ครก.112 อ่านคำแถลงการณ์ระบุตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่มีการรัฐประหาร พ.ศ.2549 มีสถิติผู้ต้องโทษตามมาตรา 112 หรือที่รู้จักกันดีในนามกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในปี พ.ศ.2553 ซึ่งมีการฟ้องร้องถึง 478 ข้อหา ซึ่งเปรียบเสมือนว่าความจงรักภักดีนี้ได้เป็นอาวุธสำหรับการข่มขู่ คุกคาม และในความอ่อนไหวของข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี้ มักทำให้ผู้ถูกกล่าวหาประสบกับการบังคับใช้กฎหมายไม่คำนึงถึงสิทธิพลเมือง เช่น ไม่ให้มีการประกันตน มีการไต่สวนด้วยวิธีปิดลับ อีกทั้งยังมีการกดดันจากสังคม อย่างเช่นกรณีการล่าแม่มด ทั้งนี้รายงานปี 2554ขององค์กรฟรีดอมเฮาส์ได้เปลี่ยนสถานะเสรีภาพของสื่อมวลชนไทยจากกึ่งเสรีเป็นไม่เสรี ส่งผลให้ไทยถูกจัดอับอยู่ในกลุ่มเดียวกับเกาหลีเหนือ , พม่า , จีน , คิวบา , อัฟกานิสถาน , อิหร่าน นอกจากนี้ยังมีกรณีที่มีผู้ถูกดำเนินคดี เช่น กรณีอากง , กรณีนายโจ กอร์ดอน ทำให้ชื่อเสียงของประเทศไทยดังกระหึ่มทั่วโลก ซึ่งทำให้องค์กรระหว่างประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 ทั้งนี้จะใช้เวลารวบรวมรายชื่อ 112 วัน และจะนำเสนอต่อประธานรัฐสภาเพื่อแก้ไขกฎหมายดังกล่าวให้ลุล่วง
"นิธิ" แนะปรับออกจากหมวดความมั่นคง
นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ปาฐกถาผ่านวีดีโอตอนหนึ่งว่า กฎหมายดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนถึง 478 คดี แต่เชื่อว่าถ้านับรวมความเดือนร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าวนี้เป็นจำนวนมากกว่านั้น มีคนบอกว่าหากเราไม่ทำผิดก็จะไม่มีปัญหา แต่ถ้าวิเคราะห์ในรายละเอียดจะพบว่ากฎหมายนี้ไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอนในการวินิจฉัยผู้กระทำความผิด ทั้งที่ผู้ที่ไม่มีเจตนาแต่อาจพลั้งเผลอไปก็อาจถูกเหมารวมดำเนินความผิดเช่นเดียวกับผู้ที่เจตนาและทำขบวนการเช่นกัน ทั้งนี้ตนเห็นว่าควรจะมีการยกเลิกและปรับปรุงสาระในกฎหมาย อาทิ การเอาความผิดกับกรณีดังกล่าวที่ ๆไม่ควรเอาไปไว้ในหมวดความผิดต่อความมั่นคง การระบุอำนาจการฟ้องร้องที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ใครก็ได้สามารถฟ้องร้อง ซึ่งสุ่มเสียงต่อการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แทนที่ควรจะมีบุคคลที่มีวิจารณญาณ มาร้องทุกข์กล่าวโทษ ทั้งนี้หากไม่มีการแก้ไขก็จะไม่มีการรับประกันได้เลยว่ากฎหมายดังกล่าวจะไม่ถูกใช้อย่างฉ้อฉลหรือมีการเข้าใจผิดอีก
“วรเจตน์” ดักทางใครขวางเข้าข่ายขัด พ.ร.บ.เสนอกฎหมาย
นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ กล่าวว่า เป้าหมายของ ครก.112 คือการรวบรวมรายชื่อให้ได้ 10,000 รายชื่อ ภายใน 112วัน เพื่อเสนอต่อประธานสภาฯให้กฎหมายที่ร่างใหม่นี้ เข้าสู่การพิจารณา และแม้วันนี้พรรคการเมืองต่างๆจะไม่เห็นด้วย แต่เชื่อว่าหากมีประชาชนจำนวนมากสนับสนุนพรรคการเมืองเหล่านั้นอาจจะเปลี่ยนใจ เพื่อมาสนับสนุนแนวทางของ ครก.112 แต่หากไม่มีใครเห็นด้วยเราก็ต้องทำใจ เพราะไม่มีอำนาจไปบังคับสมาชิกรัฐสภาให้พิจารณากฎหมายได้ และตนอยากฝากบอกบุคคลที่ขัดขวาง อาทิ การข่มขู่ประชาชนที่เข้าชื่อเสนอรายชื่อแก้ไขกฎหมายนั้น เข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ปี 2542 โดยมีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ แต่หากมีการรวบรวมรายชื่อไม่เห็นด้วยโดยการล่ารายชื่อก็ถือว่าเป็นสิทธิเสรีภาพ และเป็นความต่างทางความเห็นตามระบอบประชาธิปไตย
ปัดจุดชนวนความขัดแย้ง
“มีคนบอกว่า จะเป็นการจุดชนวนความขัดแย้ง ประเทศเราอ่อนไหวเรื่องความขัดแย้งเหลือเกิน ผมอยากบอกว่าคนเหล่านี้เสแสร้งเหลือเกิน เพราะความขัดแย้งทางความคิดเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย แต่ขอโอกาสให้คนเห็นต่างได้มีพื้นที่แสดงความคิดเห็นบ้าง ไม่ใช่ไล่ไปอยู่ที่อื่นหรือไปถือสัญชาติอื่น เพราะทุกคนในที่นี้ดำเนินตามขั้นตอนตามกฎหมาย โดยมีพวกท่านเป็นผู้บังคับใช้อยู่” นายวรเจตน์ กล่าว
แนะบัญญัติ 7 ประการก่อนเขียน "กฎหมายหมิ่นฯ" ใหม่
นายวรเจตน์ กล่าวว่า จากการหารือกับกลุ่มนักวิชาการ พบว่ายังมีข้อสรุปที่ต้องปรับปรุงในสาระของกฎหมาย ม.112 คือ การยกเลิก ม.112 ไปก่อน และมีการเขียนบทบัญญัติเพิ่มเติม โดยมีประเด็นสำคัญประกอบไปด้วย
1. ให้ยกเลิกมาตรา 112 ออกจากลักษณะว่าด้วยความผิดความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร เพราะจะทำให้มีความผิดรุนแรง และศาลจะไม่อนุญาตให้ประกันตัวโดยอ้างว่ากระทบกับจิตใจกับประชาชน
2. เพิ่มหมวดลักษณะความผิดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ออกจากการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
3. แบ่งแยกการคุ้มครองสำหรับพระมหากษัตริย์ออกจากการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพราะแบ่งแยกลักษณะความผิดในการลงโทษ ไม่เหมารวมเช่นที่ผ่านมา
เสนอเลิกโทษขั้นต่ำให้สำนักราชเลขาฯกล่าวโทษแทนเท่านั้น
นายวรเจตน์ กล่าวว่า 4.เปลี่ยนบทกำหนดโทษ โดยไม่มีอัตราโทษขั้นต่ำ แต่กำหนดเพดานโทษสูงสุดจำคุกไม่เกินสามปี สำหรับการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และไม่เกินสองปีสำหรับ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
5. เพิ่มเหตุยกเว้นความผิด กรณีแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
6. เพิ่มเหตุยกเว้นโทษ กรณีข้อความที่กล่าวหานั้นได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริง และการพิสูจน์นั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
7. ห้ามบุคคลทั่วไปกล่าวโทษผู้ที่ทำความผิด ให้สำนักราชเลขาธิการมีอำนาจเป็นผู้กล่าวโทษเท่านั้นแทนพระองค์ เนื่องจากสุ่มเสี่ยงต่อการกลั่นแกล้งทางการเมือง ที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้สามารถกล่าวโทษกับผู้อื่นได้ และเชื่อว่าจะไม่เป็นการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นคู่ความกับประชาชน เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดให้พระมหากษัตริย์ลงมาฟ้องร้องเอง แต่ในสำนักราชเลขาธิการซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฟ้องร้องแทนได้อยู่แล้ว
แจงข้อเสนอนิติราษฎร์ยังมีบทบัญญัติคุ้มครองสถาบัน
นายวรเจตตน์ กล่าวว่า ส่วนที่มีผู้มองว่าอาจขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 8 ที่สถาบันฯ จะต้องเป็นที่เคารพสักการะนั้น ตนยืนยันว่าข้อเสนอของคณะ มีการบัญญัติบทคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ ส่วนประเด็นการเข้าชื่อเพียง 10,000 ชื่อ แทน 50,000 ชื่อ เป็นเพราะตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 163 ระบุชัดว่า ให้ประชาชนเพียง 10,000 ชื่อ สามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้เลย และประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิเสรีภาพโดยตรง เพราะกฎหมายดังกล่าวเชื่อมโยงกับการแสดงความคิดเห็น มีบทลงโทษที่กระทบกับเสรีภาพประชาชน ดังนั้นการเคลื่อนไหวของ ครก.112 จึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทุกประการ
ส่วนที่มีการมองกันว่าหากมีการแก้ไขเกี่ยวกับกับกฎหมาย ม.112 จะส่งผลให้กฎหมายคุ้มครองสถาบันกษัตริย์ของไทย มีความเข้มข้นน้อยกว่าประมุขของประเทศอื่นๆนั้น นายวรเจตน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัฐสภาต้องทราบอยู่แล้ว พร้อมกับให้มีการดำเนินการแก้ไขในคราวเดียวกัน แต่หากไม่มีใครทำ นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์จะดำเนินการเอง
"เสื้อหลากสี" รวมตัวล่ารายชื่อคัดค้านแก้ ม.112
เมื่อเวลา 16.00 น. กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน (เสื้อหลากสี) ซึ่งนำโดย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ได้รวมตัวกันตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งก่อนหน้านี้มีคณะนิติราษฎร์ และมวลชนคนเสื้อแเดงที่เคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าว ได้มีประชาชนหลายร้อยคนเข้ามาร่วมกิจกรรม โดยได้ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อที่บริเวณฐานอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งได้มีการร้องเพลงเพื่อสร้างความบันเทิงและกล่าวแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
ประชาชนที่เข้าร่วมต่างถือธงชาติไทย และธงตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ ขณะที่น.พ.ตุลย์ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนได้ทางไปศาลปกครองกลางที่ ถ.แจ้งวัฒนะ ในเวลา 13.00 น. โดยวันดังกล่าวจะมีตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ยื่นขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อจ่ายเงิน 7.75 ล้านบาท เพื่อเยียวยาให้กับกลุ่มมวลชนเสื้อแดง โดยในส่วนพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดินจะรวมตัวในวันที่ 17 ม.ค. ที่ทำเนียบฯเพื่อแสดงพลังคัดค้านรัฐบาลด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหรับการตั้งโต๊ะในวันนี้จะทำจนถึงเวลา 19.00 น. และกลุ่มพลเมืองอาสาจะจัดรวมรายชื่อที่สวนลุมพินีทุกวันศุกร์



