ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'สั่งสำนักงบจัดเงินเยียวยาน้ำท่วม

'ยิ่งลักษณ์'สั่งสำนักงบจัดเงินเยียวยาน้ำท่วม

15 ม.ค. 2555

"ยิ่งลักษณ์" เชิญผวจ.ภาคเหนือร่วมสะท้อนปัญหาในครม.สัญจร กำชับ 4 กระทรวงหลัก บริหารน้ำ 3 ระยะ สั่งสำนักงบฯจัดสรรเงินเยียวยาและโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วม ครม.เทงบ 3.3หมื่นล้านรับจำนำมันสำปะหลัง "เทพไท" ชี้ ครม.สัญจรเชียงใหม่ตอกย้ำเลือกปฏิบัติ จี

               ที่จ.ชียงใหม่ วันที่ 15 ม.ค. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีการเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคเหนือเข้านำเสนอ สะท้อนถึงปัญหาต่างๆ  โดย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  ได้มอบกล่องนามบัตรผ้าไหมพื้นเมืองให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี

               นายอนุสรณ์กล่าวว่า  นายกฯได้กล่าวกับครม.  ว่า การประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรก  เป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการพระราชดำหริ  ดอยตุง  จ.เชียงราย พร้อมกับนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข  รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   ทั้งนี้ในการเดินทางดังกล่าว  ยังได้รับการต้อนรับจาก  ม.ร.ว. ดิศนัดดา ดิศกุล  เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงด้วย

               นายอนุสรณ์ กล่าวว่ารัฐบาลต้องมองการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ออกเป็น 3 ระยะ  คือ ต้นน้ำ  กลางน้ำ  ปลายน้ำ   ให้มีการปลูกป่าเชิงอนุรักษ์ หน้าดิน สนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ  โดยให้ 4 กระทรวงหลัก เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน  และทำงานร่วมกับ กระทรวงกลาโหม  กลับไปจัดทำแผนปลูกป่าเป็นวาระแห่งชาติ แล้วให้ดำเนินการควบคู่ไปกับเอกชนและประชาชน  รวมถึงการปลูกพืชพลังงาน และพืชเศรษฐกิจในอนาคต 

               นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ระยะกลางน้ำให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำ (กยน.). พิจราณาร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ส่วนระยะปลายน้ำ ให้กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับนายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  รับผิดชอบในการขุดลอกคูคลองใน  กทม.   รวมถึงการจัดการบริหารชุมชนไม่ให้ลุกล้ำขวางทางน้ำ

               นายอนุสรณ์ กล่าวต่ออีกว่า นายกฯยังมอบหมายให้รัฐมนตรี และสำนักงบประมาณ จัดสรรงบเร่งด่วน ใน 2 เรื่อง 1.เรื่องความเดือดร้อนของประชาชน  เงินเยียวยา ต้องมีความชัดเจนก่อนวันที่ 24 ม.ค.  ว่าจะจ่ายเงินเยียวยาได้เมื่อไหร่ 2.โครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วม อาทิ เรื่องของประตูน้ำบางโฉมศรี ให้หัวหน้าส่วนราชการประมูล ผู้รับเหมาก่อนได้ และสามารถทำ ทีโออาร์  ทิ้งไว้โดยไม่ต้องลงนามไปก่อน  เพื่อรอสำนักงบประมาณอนุมัติงบประมาณให้  เนื่องจากความรวดเร็ว  และการดำเนินดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมาย  

 


"ยิ่งลักษณ์"พูดคำเมืองอ้อนคนเชียงใหม่


 
                 เมื่อเวลา13.30น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้เดินทางทางมายังแหล่งน้ำหนองบัวพระเจ้าหลวง ต.เชิงดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการอนุรักษณ์ฟื้นฟูหนองบัวพระเจ้าหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษา 84 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งเพื่อฟื้นคืนสภาพของแหล่งน้ำให้มีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ ที่ใช้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำพร้อมเป็นพื้นที่เก็บกักน้ำให้สามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง อีกทั้งเป็นแหล่งน้ำสำหรับใช้ประโยชน์สำหรับชุมชน โดยมีนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รมว.ศึกษาธิการ น.ส.ชินนิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.เชียงใหม่ และประชาชน รวมถึงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ให้การต้อนรับ

                 โดยเมื่อมาถึงนายกฯได้กราบนมัสการพระพุทธิรังษี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ต ซึ่งเจ้าอาวาสได้มอบพระมหาจักรพรรดิ์ ให้กับนายกฯ จากนั้นชมรมผู้สูงอ.ดอยสะเก็ตได้ทำพิธีบายสีสู่ขวัญให้กับนายกฯ ก่อนที่นายกฯจะขึ้นเวทีกล่าวทักทายด้วยภาษาเหนือ งตอนหนึ่งว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาพบ ซึ่งได้มาประชุมครม.สัญจรร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัด ซึ่งจะเป็นการเชื่อมการพัฒนาในภาคเหนือ ทั้งในเรื่องการเดินทาง การท่องเที่ยว สินค้าเกษตร ทั้งนี้ตนดีใจที่วันนี้ได้มาดูแหล่งน้ำหนองบัวพระเจ้าหลวงดอยสะเก็ด และอยากให้เชียงใหม่เป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อที่จะดูแลน้ำท่วมและน้ำแล้ง

                 "ทำงานมา 4 เดือน เหนื่อยก็เหนื่อย แต่พอกลับมาบ้านเมื่อใด ก็อบอุ่นทุกครั้ง ขอขอบคุณรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยให้โครงการแก้มลิงแห่งนี้สำเร็จ"นายกฯ กล่าว

                 ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภารกิจดังกล่าวเป็นภารกิจนอกเหนือกำหนดการเดิม ซึ่งนายปรีชา ได้ขอให้นายกฯเดินทางมา ซึ่งมีกากรเกณฑ์ข้าราชการท้องถิ่นมาเพื่อให้การต้อนรับ พร้อมทั้งมีประชาชนกว่า 400 คนมาให้การต้อนรับ

                จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ กันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมเยี่ยมชมการฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำตามแนวพระราชดำริ เยี่ยมชมการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ รวมถึงร่วมทำฝายต้นน้ำลำธาร โดยตอกหลักเรียงหิน 9 ก้อน เพื่อชะลอน้ำ และร่วมปลูกต้นพยุง 1 ต้น ซึ่งถือเป็นต้นไม่หายาก ซึ่งระหว่างการปลูกต้นไม้นั้น นายกฯ ได้ยิ้มและพูดขึ้นมาว่า "ขอให้โตวันโตคืน ขอให้รวย ขอให้เฮง เพราะต้นไม้นี้หายาก ราคาแพง"

                 จากนั้นนายกฯ ยังได้เดินไปดูฝายต้นน้ำที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยมาร่วมสร้างไว้เมื่อปี พ.ศ.2544  ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้มีการเบิกจ่ายงบประมาณท้องถิ่นจำนวน80ล้านบาท ในการทำเป็นพื้นที่แก้มลิงเพื่อรองรับน้ำในจุดต่างๆ

 

ครม.สัญจรรับทราบกรอบลงทุน8จังหวัดเหนือ 3.8 แสนล้าน


              นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  ว่า ที่ประชุมมีมติรับทราบกรอบแผนงานลงทุนโครงการพัฒนาจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด จำนวน 128 โครงการ วงเงินรวม 387,389.44 ล้านบาท โดยแยกเป็นแผนงานหลัก 5 แผนด้าน ประกอบไปด้วย 1.แผนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและการเกษตร รวมวงเงิน 19,065.53 ล้านบาท 2.แผนงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม ขนส่ง โลจิสติกส์ วงเงิน 354,431.76 ล้านบาท 3.แผนงานด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน บริการ การท่องเที่ยว วงเงิน 10,556.90 ล้านบาท 4.แผนงานด้านบริการทางสังคม วงเงิน 3,238.52 ล้านบาท และ 5.แผนงานด้านโครงการอื่นๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ วงเงิน 96.73 ล้านบาท


              "แผนงานลงทุนโครงการ จำนวน 387,389.44 ล้านบาท แบ่งออกเป็น โครงการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 28 โครงการ วงเงิน 341,728 ล้านบาท โครงการในจังหวัดเชียงใหม่ 41 โครงการ วงเงิน 31,378.77 ล้านบาท ลำพูน 11 โครงการ วงเงิน 1,687.80 ล้านบาท ลำปาง 6 โครงการ วงเงิน 1,671.26 ล้านบาท แม่ฮ่องสอน 5 โครงการ วงเงิน 510.72 ล้านบาท เชียงราย 10 โครงการ วงเงิน 528.08 ล้านบาท พะเยา 9 โครงการ วงเงิน 31,713 ล้านบาท แพร่ 7 โครงการ วงเงิน 197.38 ล้านบาท และน่าน 11 โครงการ วงเงิน 5,974.43 ล้านบาท"โฆษกกล่าวฯ

              นางฐิติมา กล่าวต่ออีกว่า เนื่องจากมีแผนงานที่เสนอเข้ามาเป็นจำนวนมาก อาจมีความซ้ำซ้อนกับโครงการที่รัฐบาลพิจารณาดำเนินการอยู่ ที่ประชุม ครม.จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณากลั่นกรอง เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของทางจังหวัดจะให้คณะกรรมการนโยบายการบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) รับไปพิจารณา ส่วนโครงการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำมอบให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) และโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่ออนาคตในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะให้ส่งเรื่องผ่านคณะกรรมกายุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) พิจารณาต่อไป

ครม.เทงบ 3.3 หมื่นล้านรับจำนำมันสำปะหลัง 

               นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ แถลงภายหลังประชุมครม.ว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้เปิดรับจำนำมันสำปะหลังตั้งแต่วันที่  1 ก.พ. - 31 พ.ค. ในราคา 2.75 บาท/กิโลกรัม โดยจะมีการ ปรับราคาขึ้นทุกเดือน เดือนละ 5 สตางค์ ซึ่งจะใช้วงเงินหมุนเวียนและงบประมาณจ่ายขาดในการดำเนินการ คาดว่าจะวงเงินรวมสองส่วนไม่เกิน 3.3 หมื่นล้านบาท โดยมี 4 หน่วยงาน คือ กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการเกษตร ธกส. และองค์การคลังสินค้า ในการรับจำนำมันสำปะหลัง โดยจำกัดการรับจำนำที่ 250 ตัน/ราย  ทั้งนี้ในช่วงสิ้นปีจะต้องเลิกใช้เบนซิน91 และให้ใช้แก๊สโซฮอลล์91 แทน ดังนั้นทำให้ความต้องการในการใช้พืชพลังเพื่อการผลิตเอทานอลจึงสูงขึ้น

               นอกจากนี้ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบสนับสนุนให้ผลิตเอทานอลนอกจากผลิตเพื่อใช้ในประเทศมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายพลังงานแล้วยังให้ผลิตเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย


"เทพไท" ชี้ครม.สัญจรเชียงใหม่ตอกย้ำเลือกปฏิบัติ

               นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดประชุมครม.นัดแรกที่จ.เชียงใหม่  ซึ่งเป็นบ้านเกิดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ถือเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ตนตั้งข้อสังเกตุ คือ มีการจัดงบประมาณพัฒนาจ.เชียงใหม่จำนวนหมื่นล้านบาทโดยอ้างปัญหาการจราจรและปัญหาอื่นๆ ซึ่งไม่อยากให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีตที่พ.ต.ท.ทักษิณเคยประกาศว่า จังหวัดไหนที่เลือกพรรคเพื่อไทย ก็จะได้รับการพัฒนาก่อน ดังนั้นการนำโครงการเมกกะโปรเจกทั้งหมด ไปลงที่จ.เชียงใหม่ก็ไม่สามารถเลี่ยงคำวิจารณ์นี้ได้ และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี มาจัดครม.สัญจรที่จ.นครศรีธรรมราช ในครั้งต่อไปด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติ ให้กับกลุ่มคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยเท่านั้น เหมือนเช่นกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเคยปฏิบัติ

               “ผมขอเรียกร้องว่า หากจะทุ่มเทให้จังหวัดต่างๆโดยจัดงบประมาณลงไป ก็ควรจะทำให้ทั่วถึงกัน โดยเฉพาะครม.สัญจรนัดต่อไป อยากจะให้เลือกพื้นที่ที่มีปัญหา และรัฐบาลต้องนำงบประมาณไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน เช่นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่ตอนนี้มีปัญหาอุทกภัยระลอก 2 อย่างหนัก และจะเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก นายกฯควรไปจัดครม.สัญจรที่นั่น เพื่อระดมงบประมาณไม่ต้องถึงหมื่นล้าน ขอแค่พันล้านเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยอย่างครบวงจรเพื่อให้ปัญหานี้ผ่านพ้นไปได้ ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ส่วนการแก้ปัญหาจราจรที่มีปัญหาไม่น้อยกว่าในจ.เชียงใหม่ ผมของบประมาณแค่ 25 เปอร์เซนต์ของจ.เชียงใหม่ ทั้งที่ทั้ง 2 จังหวัด มีพื้นที่เท่ากัน ไม่อยากให้เลือกปฏิบัติเฉพาะพื้นที่ที่มีส.ส.พรรคเพื่อไทย ผมสนับสนุนให้มีการจัดครม.สัญจร แต่ต้องมีความเป็นธรรม”นายเทพไท กล่าว

               ส่วนกรณีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีได้กล่าวอวยพร ให้รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ได้ถึง 6 ปี นายเทพไท กล่าวว่า เป็นความรู้สึกของนายสมชาย ที่อยากจะทดแทนความรู้สึกของตนเอง เพราะเป็นรัฐบาลได้แค่ 3 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่า อายุของรัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้นานเท่าใด ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของน.ส.ยิ่งลักษณ์ และมี 3 ปัจจัยที่จะทำให้รัฐบาลชุดนี้อายุสั้น คือ 1.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2. เรื่องการเยียวยาผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมือง และ 3. การปรับครม.ของรัฐบาลที่ทุกครั้งจะมีการความแตกแยก และการชิงดีชิงเด่นในพรรคร่วมรัฐบาลเกิดขึ้น