
ปปท.ปราบโกง3เรื่องใหญ่
เลขาธิการปปท. วางเป้าหลังรับตำแหน่ง ประเดิมปราบโกง 3 เรื่องใหญ่ นักเรียนอังกฤษเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์หรูนับ 100 คัน ,บุกรุกที่ดินชายฝั่งทะเล นายแบงค์รัฐวิสาหกิจอนุมัติปล่อยกู้ไม่ชอบโครงการบ้านเอื้ออาทร
15ม.ค.2555 พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ เปิดเผยหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ปปท.) ว่า ได้วางเป้าหมายงานปราบโกงเชิงรุก 3 เป้าหลักๆ เริ่มต้น เป้าแรก ด้วยการส่งชุดเฉพาะกิจ เข้าไปสุ่มตรวจสอบการหลบเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์หรู ซึ่ง ปปท.พบวิธีการใหม่ คือ การสวมสิทธินักเรียนนอก โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักเรียนอังกฤษ เนื่องจากรถยนต์ของประเทศนี้ขับเคลื่อนด้วยพวงมาลัยด้านขวา เมื่อนำเข้าแล้วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการย้ายพวงมาลัย ปปท. เชื่อว่า รถยนต์หรูที่นำเข้าด้วยการสวมสิทธินักเรียนนอกมีมากกว่า 100 คัน ตรวจสอบพบแล้ว 50 คัน ขณะที่ขบวนการมีมากกว่า 1 กลุ่ม ซึ่งนำเข้ารถยนต์เข้ามาขายตามออเดอร์ ทั้งจากการเปิดรับจองผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและการจองผ่านโชว์รูม โดยราคาขายจะถูกกว่าผู้นำเข้าถูกต้องตามกฎหมายประมาณ 10-20 % หาก ปปท.เข้าทลายขบวนการนี้ได้ เชื่อว่าผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจโดยสุจริตน่าจะพึงพอใจ
พ.ต.อ. ดุษฎี กล่าวอีกว่า การตรวจสอบจะเริ่มจาก ผู้นำเข้าคนแรกว่า มีสถานะเป็นนักเรียนจริงหรือไม่ ครอบครัวหรือผู้ปกครองประกอบอาชีพด้านใด มีสถานะทางการเงินพอที่จะซื้อรถยนต์หรูได้หรือไม่ และครอบครองรถยนต์ครบ 2 ปีก่อนทำเรื่องขอนำกลับมาใช้ต่อในประเทศไทยหรือไม่ เพราะเท่าที่ตรวจสอบพบเป็นการยินยอมให้สวมสิทธิ และรถยนต์ที่นำเข้าเป็นรถใหม่ ไม่ใช่รถมือสอง จากนั้นจะเรียกผู้ครอบครองรายสุดท้ายหรือผู้ซื้อมาตรวจสอบ เพื่อให้ชำระภาษีให้ถูกต้อง ในที่สุดผู้ซื้อจะต้องไปเรียกเงินคืนจากผู้ขาย โดยในส่วนของ ปปท. จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนำเข้ารถยนต์ผิดกฎหมาย ซึ่งจะเกี่ยวพันไปถึงเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน หากสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับข้าราชการระดับสูง ก็จะส่งสำนวนให้ ปปช. ดำเนินการ เรื่องการร่วมงานระหว่าง ปปท.กับ ปปช.ไม่มีปัญหา เพราะเลขาธิการปปช.ร่วมเป็นบอร์ด ปปท.
เป้าที่ 2 เป็นการปราบปราม คดีบุกรุกสาธารณสมบัติของชาติและนำมาออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ซึ่ง ปปท.จะเน้นตรวจสอบในที่ดินกลุ่มที่มีราคาสูง นำร่องในจังหวัดภาคใต้ แถบชายฝั่งอันดามันและอ่าวไทย และพื้นที่ป่าเขาใกล้เขตอุทยาน เนื่องจากที่ดินเหล่านี้ถูกเปลี่ยนมือเร็ว ถ้าไม่เร่งดำเนินการที่ดินจะเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ ที่ผ่านมามีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐน้อยมาก หน่วยบังคับใช้กฎหมายเลือกที่จะดำเนินคดีกับผู้ถือครองที่ดินเป็นคนสุดท้าย ส่งผลให้คดียกฟ้องในชั้นศาล เพราะทุกคดีผู้ซื้อหรือผู้ถือครองรายสุดท้าย มักขาดเจตนา ทำให้ขบวนการบุกรุกที่ดิน และนำมาใช้ออกเอกสารสิทธิ์ไม่ถูกดำเนินคดี ปปท. ต้องเร่งดำเนินการเพื่อตัดตอนการบุกรุกนำที่ดินมาขาย
“การตรวจสอบของ ปปท. ในคดีบุกรุกและทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ จะเน้นไปยังภูมิประเทศและเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ซึ่งมีมูลค่าสูง เจ้าหน้าที่ทุกรายที่หมุนเวียนมารับตำแหน่งเฉียดใกล้การกระทำความผิด เราตั้งข้อสังเกตว่าคนเหล่านี้จะเวียนไปดำรงตำแหน่งในหลายพื้นที่ ไม่ว่าย้ายไปอยู่ที่ไหนก็ทำแบบเดิมทำตั้งแต่เป็นข้าราชการซีเล็ก จนเติบโตเป็นซีใหญ่ ขณะนี้ผมได้ส่งเจ้าหน้าที่ ปปท. เข้าตรวจสอบพื้นที่หลายจังหวัด พบความผิดในพื้นที่หลายแปลง มูลค่าระดับพันล้านบาทขึ้นไป และเพื่อให้การทำคดีได้หลักฐานที่รอบคอบรัดกุม กฎหมาย ปปท. ยังเปิดช่องให้สามารถทาบทามผู้เชี่ยวชาญอ่านภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ให้เข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการไต่สวนของ ปปท. ได้ ในระดับเจ้าหน้าที่ก็จะขอโอนย้ายมาอยู่ เพื่อลุยงานตรวจสอบกรณีบุกรุกที่ดินด้วย อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการบุกรุกที่ดินนั้น ตนไม่เชื่อว่าจะมีนักการเมืองระดับชาติเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะคงไม่มีใครออกตัวเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องประเภทนี้"
สำหรับเป้าที่ 3 เป็นงานต่อเนื่องจากครั้งที่ตนเป็นรองอธิบดีดีเอสไอ สมัยนั้นมีการสอบสวนคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรโดยทราบเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่งผลให้ธนาคารหลายแห่งทยอยเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งบริษัทดังกล่าวผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ และเมื่อตรวจสอบลึกลงไปจึงทราบว่ามีการนำเอกสารปลอมมาใช้เวียนเทียนยื่นกู้กับธนาคาร 9 แห่ง ส่งผลเสียหายต่อระบบการเงินมากกว่า 6,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมามีเพียงการดำเนินการกับบริษัทนั้น แต่ไม่ดำเนินคดีกับผู้บริหารธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอนุมัติปล่อยกู้ให้จากเอกสารสัญญาซื้อข้าวจากต่างประเทศเพียงแผ่นเดียว ซึ่งเมื่อส่งไปตรวจในต่างประเทศ พบว่าเป็นเอกสารปลอมทั้งหมด แม้ว่าปัจจุบันจะมีการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วนให้แก่ธนาคารหลายแห่งแล้ว แต่ในทางคดีถือว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งป.ป.ท.จะเร่งตรวจสอบเพราะคดีในส่วนของผู้บริหารธนาคารเหลืออายุความอีกประมาณปีเศษ
"การตรวจสอบคดีประเภทนี้ไม่ยาก แต่ใช้เวลานาน เพราะการได้มาเอกสารและการเข้าให้การของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเรื่องยาก ส่วนใหญ่จะอ้างไม่ว่าง โดยธนาคารมองว่าเสียหายน้อยเพราะได้รับเงินกู้คืนแล้ว แต่ความผิดเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่อนุมัติเงินกู้ ไม่เพียงธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจเท่านั้น แม้แต่ธนาคารเอกชนก็ไม่ได้นำเงินของตัวเองมาให้กู้ แต่นำเงินจากประชาชนผู้ถือหุ้นมาให้กู้ ดังนั้นเมื่อตรวจสอบพบมูลความผิดของบุคคลใด จะเสนอให้บอร์ด ปปท. รับคดีไว้ไต่สวน



