
พัทลุงน้ำป่าไหลหลาท่วม4ตำบล
ฝนถล่มพัทลุงหนัก อ.ป่าพยอมน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 ตำบล 39 หมู่บ้าน ระดับน้ำสูง 1.50 เมตร ประชาชนเดือดร้อนกว่า 10,000 ครอบครัว ผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นแจกถุงยังชีพ
วันที่ 15 ม.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมจาก จ.พัทลุงว่า หลังจากฝนตกหนักในพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัดวัดปริมาณน้ำฝนได้ 210 มม.ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ใน 4 ตำบล 39 หมู่บ้าน ของ อ.ป่าพะยอม และในพื้นที่ 12 ตำบล 129 หมู่บ้านของ อ.ควนขนุน โดยระดับน้ำเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร ราษฏรได้รับผลกระทบกว่า 10,000 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรสวนยางพารา นาข้าว สวนไม้ผล ถูกน้ำหลากท่วมกว่า 50,000 ไร่
นอกจากสถานที่ราชการหลายแหล่งมีสภาพน้ำท่วมขังด้วย ด้านนายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงพร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ อ.ป่าพะยอม และ อ.ควนขนุนเพื่อตรวจเยี่ยมชาวบ้านที่ประสพภัยพร้อมเตรียมแจกถุงยังชีพให้การช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน
นางชุติวรรณ ดวงมา ประธานกลุ่มสตรีอาสา ม.2 ต.ป่าพะยอม กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ ม.2 มีประชากรจำนวน 375 ครัวเรือน ขณะนี้ถูกน้ำท่วมขัง หลายครอบครัวไม่สามารถปรุงอาหารเองภายในครัวเรือนได้ ทางกลุ่มจึงรวมตัวกันเปิดครัวปรุ่งอาหารเลี้ยงเพื่อแจกจ่ายไปยังชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการเบื้องต้น และหากน้ำยังคงท่วมขังอีกก็จะเปิดโรงปรุงอาหารต่อไปจนกว่าสถานการน้ำท่วมในพื้นที่จะเข้าสู่สภาวะปกติ
ทน.นครศรีธรรมราชชักธงแดง เตือนประชาชนอพยพพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 24 ชม.โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเทือกเขาหลวง นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ อ.ขนอม อ.สิชล อ.นบพิตำ อ.ท่าศาลา อ.เมือง อ.ลานสกา อ.ร่อนพิบูลย์ อ.พระพรหม ส่งผลให้หลายพื้นที่ประสบกับภาวะน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในหลายจุดด้วยกัน โดยตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ใน ม.11 ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการอพยพประชาชน ในบริเวณริมคลองชลประทานในพื้นที่หลังจากที่มีน้ำป่าทะลักลงมาท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้างและในช่วงเช้าได้ลดระดับลง
ขณะเดียวกันในพื้นที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช น้ำป่าได้ทะลักหลากลงมาในคลองกลายซึ่งเป็นลำคลองสายหลัก ในพื้นที่ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นประชาชนได้เตรียมตัวรับสถานการณ์ทุกจุดโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงต่อเหตุการณ์ดินถล่ม ขณะเดียวกันต่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากเกรงว่าความรุนแรงของกระแสน้ำป่าอาจทำให้สะพานแบริ่งที่เพิ่งสร้างเสร็จเปิดเส้นทางเข้าไปยัง ต.กรุงชิง ถูกน้ำกัดเซาะเสียหายอีกครั้งเนื่องจากน้ำป่ายังคงไหลทะลักลงมาเป็นระลอกๆ ขณะที่ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ท้องฟ้ามืดครึ้ม
ส่วน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานน้ำป่ายังคงทะลักในเขตประสบพัยพิบัติเมื่อช่วงวันที่ 1-9 มกราคม ที่ผ่านมาท นายทวีโชค สมเก่า นายก อบต.เทพราช เปิดเผยว่าปริมาณน้ำป่าได้ทะลักลงมาอย่างต่อเนื่อง และไหลหลากอย่างรวดเร็วเนื่องจากสิ่งกีดขวางทางน้ำไม่มีแล้วจากน้ำป่ารอบที่แล้ว ขณะเดียวกันชาวบ้านได้เตรียมตัวอย่างดีเนื่องจากเพิ่มพ้นจากภัยพิบัติรอบที่แล้วมาเพียงมี่กี่วัน และยังมีดินโคลนถล่มอยู่ในหลายจุดซึ่งเป็นจุดที่มีปัญหาเมื่อคราวที่แล้วโดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปตรวจสอบ
และในช่วงเช้าของวันเดียวกันน้ำป่า และน้ำฝนที่ตกลงมาท่วมขับได้หลากไหลทะลักข้ามถนนสายนครศรีธรรมราช ร่อนพิบูลย์ โดยเฉพาะช่วงหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ต.นาพรุ อ.พระพรม น้ำได้ท่วมสูงกัดเซาะผิวแอสฟัลด์หลุดร่อนและกัดเซาะอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ถนนสายหลักขาดไม่สามารถสัญจรได้ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร และได้นำเอาเครื่องกลหนักมาเปิดเกาะกลางถนนที่ขวางทางน้ำเป็นทางระบายน้ำฉุกเฉินเนื่องจากน้ำเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว และแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใช้เส้นทางเลี่ยงผ่าน อ.ลานสกา และ อ.เชียรใหญ่
ส่วนในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ชุมชนที่อยู่ริมลำคลองสายหลักในพื้นที่น้ำได้เพิ่มระดับเข้าท่วมเช่นชุมชนบ่อทรัพย์ ชุมชนประตูขาว ชุมชนมุมป้อม ชุมชนท่าโพธิ์ ซึ่งเทศบาลได้ปรับเปลี่ยนสัญญาณจากธงเขียวในช่วงเช้า เป็นธงแดงทันทีเนื่องจากน้ำเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันฝนยังคงตออย่างไม่ขาดสาย และในช่วงเที่ยงของวันนี้จะมีมวลน้ำก้อนใหญ่จาก อ.ลานสกา จ.นครสรีธรรมราช จะไหลเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่องอีก สถานการณ์จะขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น
ด้าน ผศ.เชาวนวัศน์ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มใกล้เส้นทางผ่านและระบายน้ำที่อยู่ในเขตเทศบาล เร่งอพยพสิ่งของขึ้นที่สูงผ่านวิทยุชุมชนในเครือข่ายของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และส่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว



