
สารพัดม็อบรับครม.สัญจร
สารพัดม็อบรับประชุม ครม.สัญจรเชียงใหม่ ทั้งม็อบให้กำลังใจ ยื่นหนังสือขอรัฐบาลช่วยเหลือ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของ ตร.อย่างเข้มงวด
วันที่ 15 ม.ค. 55 เวลา 08.30 น.วันที่ 15 มกราคม ที่หน้าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ สถานที่จัดประชุมครม.สัญจร มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากภาคส่วนต่างๆ เช่น อาจารย์และนักศึกษา จากสถาบันอาชีวศึกษาในจ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน กว่า 100 คน ยืนถือป้ายต้อนรับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ รวมทั้งขอบคุณรัฐบาลที่สนับสนุนให้สถานศึกษาอาชีวมีการเรียนการสอนจนถึงระดับปริญญาตรี
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมจากชุมชนต่างๆในจ.เชียงใหม่ที่เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องขอให้รัฐบาลและนายกฯแก้ไขปัญหาสถานบันเทิงในจ.เชียงใหม่ที่เปิดทั่วเมืองจนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน กลุ่มผู้ชุมนุมจากศูนย์สวัสดิภาพสัตว์เชียงใหม่ เรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครองสัตว์ในประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาการลับลอบค้าสุนัขข้ามชาติ และปัญหาการทารุณกรรมช้าง กลุ่มผู้ชุมนุมจากสมาพันธ์เกษตรกรเชียงใหม่-ลำพูน นำโดยนายจำรัส ลุมมา เดินทางมายื่นหนังสือผ่านตัวแทนรัฐบาลเพื่อขอให้แก้ไขปัญหาโครงการรับจำนำข้าวนาปี และติดตามความคืบหน้าการชดเชยเงินจากปัญหาน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของสารพัดม็อบที่มาให้กำลังใจ ยื่นหนังสือต่อรัฐบาลในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยบางกลุ่มที่มีตัวแทนของรัฐบาลออกมารับหนังสือได้สลายตัวไป แต่ยังมีบางกลุ่มที่ปักหลักรอฟังคำตอบอยู่ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรัษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
'โฮยา'ร้อง'ปู'ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
กลุ่มพนักงานบริษัท โฮยากลาสดิสค์ (ประเทศไทย) จำกัด กว่า 50 คน นำโดยนายอัครเดช ชอบดี ประธาสนสหภาพแรงงานอิเลคทรอนิกส์และอุปกรณ์ไฟฟ้าสัมพันธ์ รวมตัวกันถือป้ายข้อความเรียกร้องให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาประชุมครม.สัญจร ที่ จ.เชียงใหม่ ช่วยเหลือ
นายอัครเดช เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพนักงานโฮย่ากว่า 1,600 คน ถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม โดยบริษัทมีคำสั่งให้ออกงานลงวันที่ 1 ธันวาคม 2554 และให้มีผลในวันที่ 21 มกราคม 2555 และวันที่ 31 มกราคม โดยอ้างว่ามีผลกำไรขาดทุนและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งขัดกับข้อเท็จจริงที่พบว่าปีที่ผ่านมาบริษัทมีผลกำไรหลักพันล้านบาท ทั้งนี้ การเลิกจ้างดังกล่าวบริษัทได้ส่งจดหมายไปที่บ้านพักงานและให้ตอบกลับในวันที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติตามจะไม่ได้รับเงินชดเชย ซึ่งพนักงานกว่า 1,400 คน ได้ส่งหนังสือตอบกลับไปแล้ว แต่อีก 200 คน ซึ่งอยู่ในสหภาพแรงงานจึงได้รวมตัวกันเรียกร้องดังกล่าว สำหรับจุดประสงค์หลักก็เพื่อให้นายกฯ ได้พูดคุยกับบริษัทโฮย่าฯ และให้พนักงานทั้งหมดกับมาทำงานตามเดิม
ทั้งนี้ ได้เตรียมแถลงการณ์ยื่นให้นายกรัฐมนตรีด้วย ประเด็นเรื่องการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โดยข้อความในแถลงการณ์ระบุว่า เนื่องจากบริษัท โฮยากลาสดิสค์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน ได้ออกประกาศที่ HY-ANT-061-12/2554 และ HY-ANT-062-12/2554 คำสั่งเลิกจ้างพนักงานโรงงาน 2 ทั้งหมด 1,609 คน โดยอ้างสาเหตุการขาดทุน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 และสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย ซึ่งการเลิกจ้างดังกล่าวไม่มีความเป็นธรรม
หวิดปะทะ ม็อบพีมูฟทวงสัญญายิ่งลักษณ์ตั้่ง กก.แก้ปัญหาคนจน
ม็อบขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมหรือพีมูฟ (PMove) กว่า 300 คน ได้ออกเดินทางจากศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเข้ายื่นหนังสือกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งรัดออกมาตรการแก้ไขปัญหาคนจนทั่วประเทศ ขณะที่ตำรวจได้วางแนวกั้นบนถนนโชตนา ห่างจากธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือซึ่งเป็นที่ประชุมครม.สัญจร ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจพากันผลักดันฝ่าแนวกั้นเข้ามาได้โดยระหว่างนั้นมีการปะทะกันและมีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการกระทบกระทั่ง
ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเรียกร้องให้รัฐบาลเร่ง แก้ไขปัญหาที่ดิน ปัญหาคนจน และสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า รวมทั้งเร่งผลักดัน นโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภา อาทิ โฉนดชุมชน การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและการแก้ไขปัญหาคดี โลกร้อน การจัดเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า และการผลักดัน พ.ร.บ.สิทธิชุมชน
นายสุแก้ว ฟุงฟู ตัวแทนเครือข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดลำพูน ระบุว่า วันที่ 3 ต.ค.2554 ได้มีมติเจรจาระหว่างพีมูฟกับรัฐบาลให้นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกพีมูฟ แต่หลังจากนั้นกลับไม่มีความคืบหน้า การรวมตัวของภาคประชาชนครั้งนี้จึงต้องการให้นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการทันทีตามที่ได้สัญญาไว้ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีเซ็นแต่งตั้งเครือข่ายภาคประชาชนก็จะยุติการชุมนุมและเดินทางกลับบ้านทันที
ต่อมา พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภาค 5 ได้เข้าเจรจากระทั่งผู้ชุมนุมเริ่มคลายความตึงเครียดและยอมชุมนุมโดยสงบไม่บุกเข้าไปในที่ประชุม หลังจากนั้นนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนเข้ารับหนังสือ พร้อมรับปากจะนำปัญหาทุกเรื่องของผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็น การจัดการที่ดินที่ทำกิน การสร้างอ่างเก็บน้ำใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ การปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ปัญหาสัญชาติชาวม้ง รวมถึงการจัดตั้งธนาคารที่ดิน เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อหามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาโดยเร็วที่สุด



