ข่าว

เด็กแปดริ้วเหงาหลังผู้ใหญ่เมินจัดงาน

เด็กแปดริ้วเหงาหลังผู้ใหญ่เมินจัดงาน

14 ม.ค. 2555

เด็กๆ แปดริ้วอยู่ใกล้กรุงกินด่าง หลังผู้ใหญ่เมินจัดงานให้อย่างเป็นทางการ เผยงานระดับจังหวัดทำได้เพียงอิงแอบเข้าไปร่วมแจมกับรร.ประจำเมืองชื่อดัง ขณะรร.ในท้องถิ่นชนบท ถูกปล่อยทิ้งให้จัดกันเองแบบตามยะถากรรม

           14 ม.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงานวันเด็ก ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า บรรยากาศโดยรวมทั่วไปทั้งจังหวัดนั้น เป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยเฉพาะภายในเขตตัวเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางของคนในจังหวัดนั้น ไร้การจัดงานจากทางจังหวัดฉะเชิงเทรา เช่น ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัด ที่เคยถูกใช้เป็นสถานที่ในการจัดงานวันเด็กมาอย่างต่อเนื่องเมื่อหลายปีก่อนนั้น บรรยากาศสุดเงียบเหงาจนแทบจะกลายเป็นเมืองร้าง

           ส่วนการจัดงานวันเด็กตามสถานศึกษาต่างๆ ในพื้นที่นั้น ต่างมีกิจกรรมที่แตกต่างกันไป ตามแต่ขีดความสามารถของผู้บริหารสถานศึกษา รวมทั้งผู้นำในชุมชนของแต่ละท้องถิ่นนั้นเอง ที่จะสามารถไประดมเงินทุน และสิ่งของบริจาคมาสนับสนุนได้ คุณภาพของการจัดงานจึงมีความไม่เท่าเทียมกัน และแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง ขณะเดียวกันยังมีสถานศึกษาในจังหวัดฉะเชิงเทราเกินกว่าครึ่งหนึ่งนั้น ไม่ได้จัดงานวันเด็กขึ้นมาให้แก่เด็กๆ ในสังกัดของตนได้มีความสุขในวันเด็กปีนี้ แต่อย่างใด

           ขณะที่การจัดงานวันเด็กในสถานศึกษาชื่อดังประจำจังหวัด เช่น โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา นั้น มีผู้ปกครองที่ทราบข่าวถึงการจัดงานต่างได้นำพาบุตรหลานเดินทางเข้ามาร่วมในงานอย่างหนาตา แต่ไม่คึกคักมากนักเนื่องจากไม่สิ่งดึงดูดความน่าสนใจให้แก่เด็กๆ มากนัก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการจัดงานในรูปแบบของการตั้งบูท เล่นเกมแจกของขวัญให้แก่เด็กๆ บ้างเท่านั้น โดยยังมีเด็กอีกหลายคนนั้นไม่ได้รับของขวัญอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันยังมีผู้ปกครองของเด็กส่วนใหญ่นั้นไม่ทราบว่า มีหน่วยงานราชการภายในจังหวัดนั้นเข้ามาจัดงานวันเด็กร่วมกับสถานศึกษาแห่งนี้ เนื่องจากเมื่อหลายปีก่อน ที่ผ่านมานั้น การจัดงานวันเด็กระดับจังหวัดนั้น จะใช้สถานที่ภายในบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัด

           โดย นางสุนารี มีบ้านเกิ้ง อายุ 28 ปี อยู่ห้องพักเลขที่ 128/45 แฟลตรถไฟ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา มารดาของ ดช.อัครเดช มีบ้านเกิ้ง (น้องโบกี้) อายุ 3 ขวบ 5 เดือน กล่าวว่า ไม่ทราบว่าทางโรงเรียนเบญฯ มีการจัดงานวันเด็กแบบเปิดให้เด็กๆจากภายนอกเข้ามาร่วมงานได้ มาก่อน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้พาน้องโบกี้ ไปเที่ยวยังที่บริเวณสนามหน้าศาลกลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ปรากฏว่าไม่มีการจัดงานวันเด็กแต่อย่างใด โดยมีแต่ความว่างเปล่า จนมาทราบภายหลังว่า ที่โรงเรียนเบญฯ นั้นมีการจัดงานขึ้นภายใน จึงได้พาบุตรชายมาเที่ยวงาน

           แต่เมื่อมาถึงในเวลาประมาณ 10.30 น. ก็ปรากฏว่า ผู้ที่มาร่วมจัดงานได้เตรียมเก็บข้าวของเลิกงานกันแล้ว จนพื้นที่ภายในสนามฟุตบอลนั้นมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีเครื่องเล่นใดๆ ให้แก่เด็กๆ เล่น และงานยังเลิกจัดอย่างรวดเร็วอีกด้วย เพียงไม่ถึงครึ่งวัน จากเดิมการจัดงานที่ศาลากลางนั้นจะเลิกงานก็ประมาณช่วงเวลาบ่าย 2 (14.00 น.) จึงรู้สึกผิดหวังต่อการจัดงานวันเด็กของทางจังหวัดฉะเชิงเทรา ในปีนี้เป็นอย่างมาก แต่ก็พยายามที่จะทำความเข้าใจว่า ทางจังหวัดนั้นอาจจะไม่มีงบประมาณในการจัดงาน เพราะถูกน้ำท่วมเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา นางสุนารี กล่าว

           ส่วนด้าน นางมณีรัตน์ นนทการ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 270 ถ.ฉะเชิงเทรา-บางปะกง ต.หน้าเมือง กล่าวว่า ได้พาบุตรชายรวม 3 คน เดินทางเข้ามาเที่ยวงานวันเด็กภายในโรงเรียนเบญฯ โดยในปีนี้การจัดงานไม่คักคักมากนัก และมีผู้มาร่วมออกบูทจัดงานน้อย จนทำให้การเข้าเล่นกิจกรรมต่างๆ ของเด็กๆ นั้น ไม่เพียงพอ และต้องต่อแถวเข้าคิวยาว รวมทั้งไม่ค่อยมีเครื่องเล่นหรือสิ่งน่าสนใจให้เด็กดูมากนัก

           สำหรับหน่วยงานราชการที่เข้ามาออกบูทร่วมงานนั้น จะเป็นเพียงการเล่นเกมเล็กๆ น้อย และตอบคำถามเท่านั้น ส่วนหน่วยทหารนั้นก็มีเพียงรถติดตั้งปืนยิงต่อสู้อากาศยาน และรถตักดินมาเพียง 2 คันเท่านั้น ผิดไปจากการจัดงานที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางเมื่อหลายปีก่อน ที่มีสิ่งที่น่าสนใจ ให้แก่เด็กๆ เล่นมากกว่า นางมณีรัตน์ กล่าว

           ขณะที่ นายอุดม ทองพลี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ม.4 ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ได้พาหลานสาว 2 คน คือ ด.ญ.อรอนงค์ ทองพลี อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 และ ด.ญ.เยาวลักษณ์ ทองพลี อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนวัดคลองนิยมยาตรา อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงเรียนในชนบทอยู่ระหว่างรอยต่อของจังหวัดฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ เข้ามาเที่ยวยังในตัวเมืองฉะเชิงเทรา เนื่องจากทางสถานศึกษาในท้องถิ่นไม่ได้มีการจัดงานในวันเด็ก ให้แก่เด็กๆ ในชนบท ซึ่งการเข้ามาเที่ยวงานวันเด็กในตัวเมืองนั้น ถือว่าเป็นครั้งแรก ก็เห็นว่าเขาจัดได้ดีกว่าโรงเรียนในชนบท ที่เขาเคยจัดงานให้ นายอุดม กล่าว

--------------------------

(ภาพข่าว : สนทะนาพร อินจันทร์)